สาปรัก นาง สิงห์ บทที่ 13
วุ่นวาย 
รินเงยหน้ามองทางไปข้างหน้าเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินมาเธอใส่แว่นสีดำผมทักเปียยาวเส้นเดียว
รินรับรู้ได้ว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าเธอนั้นไม่ใช่คนธรรมาแน่นอน
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มมาทางรินก่อนจะลดแว่นลงมองด้วยตราจริงของเธอ
ทั้งคู่เดินและหยุดหันหลังให้กัน
หญิงทักเปียก็หันมาทักทายว่า

“เธอนะ หน้าตาสวยนะ”

รินยังคงหันหลัง ยืนนิ่งและตอบกลับไปว่า

“ขอโทษทีนะ ฉันไม่อยากเสวนากับพวกที่ชอบเล่นสนุกบนโลกหรอกนะ”

“หืมมมม หยิ่งจังนะ”

“ฉันอุตส่าได้เห็น เรื่องเล่าตำนานต่อหน้าทั้งทีนี่นะ”

รินหันมาทันที แม้สีหน้าจะดุนิ่งๆนั้น แต่ลึกในใจก็ไม่พอใจที่พูดเรื่องอดีตของริน

“เธอเป็นใคร?”

“เอ๊าะ ขออภัยที่เสียมารยาทด้วยยยนะคะ”

“ฉันชื่อ น้ำ อย่างที่เธอรู้ฉันเป็นนาคาที่ลงมาอยู่โลกมนุษย์”

“ถึงแม้จะอยู่ได้ไม่นานเท่าเธอ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณเสือ..”

รินกำหมัดแน่นทันทีที่ได้ยิน หน้าของเธอโกรธทันที รังศีความโกรธแผ่จนทำให้ฝูงนกที่เกาะบนเสาไฟ บินหนี
น้ำที่เห็นก็รับรู้ถึงอันตรายได้ทันที

“ใจเย็นๆสิคะ สู้กันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”

รินไม่มีท่าทีจะลดแรงกดดันลงแต่อย่างใด ยกกำปั้นพุ่งเข้าใส่ทันที
น้ำที่ไหวตัวทันหลบหมัดของรินได้ กระโดดม้วนหลังเพื่อสร้างระยะห่างของตัวเอง
รินได้คิดใจกับตัวเอง

“ทำไมพักนี้เจอเรื่องวุ่นวายบ่อยจังนะ”

“เมื่อวานก็หมอดูบ้า วันนี้เป็นงูบ้าอีก”

รินได้นึกถึงริศ ในขณะที่พูดในใจกับตัวเอง

“ดุจังเลยนะคะ เล่นโจมตีกับคนที่พึ่งรู้จักกันครั้งแรกแบบนี้”

“ถ้างั้นขอตัวนะคะ”

น้ำก็ได้เดินจากไปจนพ้นสายตาของริน แม้รินจะยืนนิ่งจ้องไปที่น้ำไม่ลดสายตา



ณ ร้านอาหารของริศ
เหมือนเดิมทุกครั้งในร้านอาการที่มีแค่ริศที่ทำงานอยู่คนเดียวทั้งร้าน
ช่วงสายของวันนี้เป็นวันที่คนเข้าร้านเยอะจนผิดปกติ

“เห้อออ วันนี้คนเข้าเยอะจังแหะ”

ริศนึกถึงตำพูดของ รินในตอนนั้นว่าถ้าริศเปิดรับสมัครพนักงานอาจจะคิดดู

“ชักอยากจะได้คนช่วยจริงๆแล้วสิ”

ทันใดนั้นมีเสียงผู้หญิงที่ไม่คุ้นเคยพูดขึ้นมา

“จะรับสมัครพนักงานหรอคะ?”

ริศที่กำลังเม่อลอยนึกถึงคำพูดของ ริน ก็ตกใจสดุ้งแบบไม่ส่งเสียงอะไร
และหันไปมองว่าใครเป็นคนที่พูด ได้พบกับผู้หญิงทักเปีย นัยน์ตาของเธอมีสีเขียว
รูปร่างเธอตัวเล็กราวๆ160 สำหรับริศที่สูง180กว่าๆ

“ผมแค่คิดเฉยๆนะครับ”

“ฉันคิดว่าก็ดีนะ ร้านใหญ่ขนาดนี้ แต่คุณทำคนเดียวไม่เหนื่อยหรอคะ?”

เธอเดินตามริศไปนั้งที่เคาท์เตอร์

“มันก็แค่วันนี้น่ะครับ ปกติคนไม่เยอะเต็มร้านขนาดนี้”

“ถึงอย่างนั้นผมก็รับมือได้”

“ว่าแต่ลูกค้ารับอะไรดีครับ”

น้ำที่ได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ้มออกมาที่ได้ยินคำว่าริศรับมือได้กับการที่คนเข้าร้านเยอะแบบนี้

จึงได้คิดแผนการขึ้นมา

“เย็นจังนะคะ”

ริศที่ได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้มเล็ดน้อยแล้วถามกลับไปอีกว่า

“อยู่ดีๆมาคุยกับผมเนี่ย คุณรู้จักผมหรือ?”

“ฉันน้ำค่ะ ฉันแค่อยากพูดคุยทักทายผู้คนแบบฝรั่งนะค่ะ”

“ผม ริศครับ”

“ที่ว่าคุณรับมือกับคนเยอะๆได้นี่จริงหรอคะ?”

“เห็นแบบนี้ผมเป็นคนทำอะไรเร็วมากนะครับ”

“งั้นหรอ”

สักพักคนเริ่มออกจากร้าน เช็คบินกันทีละโต๊ะ จนเหลือเพียงแต่น้ำที่นั่งอยู่
คนเดียวมองคนออกจากร้านทีละคนๆ จนริศถามขึ้นมาว่า

“คุณนั่งอยู่นานมากนะครับ ไม่สั่งอะไรหน่อยหรอ?”

น้ำยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดออกไปว่า

“เดียวก็มีออเดอร์ค่ะ เตรียมตัวนะคะ”

น้ำเริ่มนั่งเท้าคางจ้องไปที่ริศ เธอดีดนิ้วหนึ่งครั้ง แล้วมีครอบครัวหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน
ตามด้วยกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้คนเริ่มหลังไหลเข้ามายังร้านอีกครั้ง
จนเริ่มแน่นร้าน ริศที่เห็นสถานการคลื่นฝูงชนเข้ามาทีเดียวเช่นนั้นก็ตกใจค้างอยู่ชั้วขณะ ริศตบหน้าตั้งสติตัวเอง ก่อนจะก้มไปหยิบบางอย่างจากใต้เค้าท์เตอร์ สิ่งนั้นคือ
รองเท้าล้อสเก็ต ริศสวมใส่อย่างไว น้ำที่นั่งอยู่ก็ชโงกหน้าไปมองเห็นเป็นรองเท้าล้อสเก็ต ก้ได้ยิ้มหัวเราะออกมา

“หูวววววว เตรียมพร้อมจังเลยนะคะ”

จากนั้นริศไถตัวเองอย่างรวดเร็ว รับออเดอร์ตามโต๊ะ และเข้าครัวอย่างไว
จนกระทั้งใกล้เวลาปิดร้าน ลูกค้าชุดสุดท้ายได้ออกจากร้านไป
ในขณะที่น้ำยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ริศที่เดินไปส่งลูกค้าที่ประตู เดินกลับเข้ามาที่เค้าท์เตอร์
ยังเห็นน้ำนั่งอยู่ที่เดิม

“เห้ออออออ วันนี้คนเยอะจริงๆ”

“เก่งเหมือนกันนะคะ รับมือกับคนมากได้ขนาดนี้”

“ถ้าทุกวันก็คงไม่ไหวหรอกครับ คงได้รับพนักงานจริงๆแล้วละ”

น้ำที่เห็นอย่างนั้น ก็ได้คิดแผนการทันที

“ฉันจะมาที่นี่ทุกวัน พาคนเข้ามาร้านเยอะๆทุกวันเลย คิคิคิ”

“คุณๆ”

“คุณ ผมจะปิดร้านแล้วนะ”

“งั้น กลับก่อนนะคะ ยินดีที่รู้จักนะคะ”

น้ำยื่นมือมาที่ ริศเช็คแฮนก่อนจะเดินออกจากร้านไป

ในขณะที่เดินอยู่นั้นน้ำคิดในใจ

“ถูกใจคนนี้จังนะ”



SHARE
Written in this book
หิมพานต์ : สาปรัก นาง สิงห์
โปรเจคนิยาย ที่ผู้เขียนอยากลองสักครั้ง เพื่อรับรู้ถึงความล้มเหลวในการเขียนครั้งแรกในชีวิต
Writer
peemm
writer
เป็นคนที่ชอบเขียนนผิดเยอะ

Comments