ช่วงเวลาที่หายไป
ถ้าเธอคิดภาพเด็ก ม.1 อายุ 13 ที่กำลังร้องไห้ตอน 6 โมงเช้าของทุกวันเป็นเวลาตลอด 5 ปีไม่ออก เอาหล่ะ ฉันจะเล่าให้ฟัง
.
.
.
ฉันคือเด็กคนนึง ฉันเติบโตด้วยครอบครัวใหญ่ มีคุณตา คุณยาย เป็นเสาหลักของครอบครัว มีคุณแม่เป็นแม่เลี้ยงเดียว และฉันเป็นหลานคนโตของบ้าน 
บ้านฉันไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมาตั้งแต่เดิม เมื่อก่อนบ้านฉันเองก็เรียกได้ว่าเป็นสลัมด้วยซ้ำ

แต่ตาและยายสั่งสอนฉันเสมอว่าให้ขยันเรียนหนังสือ ตายายทำได้ดีที่สุดคือส่งเรียนเท่าที่อยากเรียน เพราะฉะนั้นฉันและน้องอีก 4 คนจึงได้เรียนในโรงเรียนที่ดี ได้รับการศึกษาเท่าที่ต้องการ ได้เรียนพิเศษตามที่อยากเรียน
.
.
จุดเปลี่ยนอยู่ตอนที่ฉันอยู่ ม.1 คุณยายของฉันเป็นคนขอให้ฉันเรียนในโรงเรียนนึง เป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างจะเฉพาะทาง เพราะมีวิชาอื่นนอกจากวิชาสามัญ ฉันเองด้วยความที่ไม่อยากจะขัดใจคุณยาย ฉันตามใจท่านและยอมเรียน
.
ในระดับม.ต้น ฉันได้เรียนทั้งหมด 15 วิชา แบ่งออกเป็นวิชาสามัญ 10 วิชา วิชาเฉพาะทาง 5 วิชา
และใน 5 วิชาเฉพาะทางนี้แหละคือจุดเปลี่ยนสำคัญ
ฉันผ่านช่วงเวลาม.ต้น มาด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ฉันมีเพื่อนที่ดี ฉันมีอาจารย์ที่ดี ฉันได้เรียนรู้หลายๆอย่างจากม.ต้น ฉันมีความสุขมากๆกับช่วงเวลา 3 ปี
.
แต่ตลอด 3 ปี และ 6 เทอม ฉันนั่งร้องไห้ทุกครั้งที่ผลสอบออกมา
ใน 5 วิชาเฉพาะทางนี้ฉันมีปัญหามากๆ โดยเฉพาะวิชานึง เป็นวิชาที่ฉันกลัวมาตลอด
ด้วยความที่ตอนเด็กๆฉันเคยได้เรียนวิชานี้ และฝังใจมาตลอดเพราะคุณครูชอบดุ และตีฉันเป็นประจำเพราะฉันไม่มีความสามารถจริงๆ
ฉันร้องไห้ตั้งแต่นั่งไปรับผลสอบ ฉันฝืนใจรับผลสอบทั้งๆที่รู้ทั้งรู้ว่ายังไงก็คงไม่ผ่านวิชานี้แน่
ฉันพยายามมาตลอด แต่ไม่ว่าจะทำยังไงผลลัพธ์มันก็เท่ากับไม่พยายาม.
และในตอนที่ฉันอยู่ ม.3 เทอมสุดท้าย ฉันมีความตั้งใจแน่วแน่ว่าคงจะไม่ต่อในระดับชั้น ม.ปลายที่นี่
แต่แน่นอนบุคคลที่มีบุญคุณของฉันท่านอยากให้ฉันเรียนต่อที่ ม.ปลายในโรงเรียนนี้
แม่ฉันเองก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธความคิดของคุณยาย ฉันจึงจำใจที่จะต้องเรียนในะดับชั้น ม.ปลายต่อในโรงเรียนนี้
.
.
.
ฉันเรียนในโรงเรียนนี้ในฐานะ เด็กม.ปลายเต็มตัว สายการเรียนที่ฉันเลือกคือศิลป์-ภาษาอังกฤษ
วันแรกที่เห็นวิชาเรียนในระดับ ม.ปลาย ฉันกลับไปนอนร้องไห้ เพราะความกลัวตลอด 3 ปี ของฉันในฐานนะเด็กม.ต้นมันกลับมา
และแน่นอนในปลายเทอมที่ฉันได้รับผลการเรียน มันแย่ลงอย่างมาก เพราะในสายการเรียนที่ฉันเรียน
ฉันต้องเจอกับวิชาสามัญ 10 วิชา วิชาหลักของสายการเรียนศิลป์-ภาษาอังกฤษ วิชาเฉพาะทาง 4 วิชา แต่ที่ทำให้ฉันคิดหนักจริงๆก็คงจะเป็นวิชาที่กลัวมาตลอดเพราะมีถึง 3 วิชา และเป็นวิชาหลักร่วมกับสายการเรียนของฉันด้วย
.
ฉันใช้เวลาม.4 เทอม 1 ไปกับการสอบตกย่อย สอบตกกลางภาค ปลายภาคในวิชาที่ฉันมีปัญหาทั้ง 7 วิชา
และฉันก็ใช้เวลาเทอม ม.4 เทอม 2 ซ่อม แก้ศูนย์ แก้ร. กับ 7 วิชาที่ฉันปัญหา
.
ในตอนที่เปิดเทอมม.4 เทอม 2 ฉันไม่มีความสุขเลย ฉันทุกข์และทรมาณกับการไปโรงเรียนมากๆ ฉันร้องไห้เกือบในทุกๆช่วงเช้าบนรถตู้ ฉันต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เตรียมตัวขึ้นรถไปโรงเรียน ฉันถึงโรงเรียนในเวลา 7 โมงเช้า ต้องใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนถึง 4 โมง และถึงบ้านจริงๆตอน 5 โมงกว่าๆ
และเช้าวันพฤหัส เป็นเช้าของทุกวันที่ฉันกลียดมากกว่าเช้าวันจันทร์เสียอีก เพราะในวันนั้นฉันต้องเจอวิชาที่ฉันกลัวถึง 3 คาบเรียนจาก 8 วิชาต่อวัน
ครูผู้สอนที่ไม่มีความเข้าใจและพยายามเข้าใจว่าธรรมชาติของเด็กไม่เหมือนกัน ฉันไม่มีพื้นฐานที่เข้าใจในวิชานี้เลย
และจากเหตุการณ์นี้ จากวิชาที่ฉันแค่กลัว กลับกลายเปลี่ยนเป็นวิชาที่ฉันเกลียด ฉันเคยถูกด่ากลางห้องเรียนว่าถ้าหากฉันไม่อยากเรียนวิชานนี้ให้ลาออกไป
.
คำพูดนั้นเป็นคำพูดที่แรงมาก แต่ที่แรงมากกว่าเพราะมันออกมาจากบุคคลที่เรียนตัวเองว่าครูผู้สอน ตั้งแต่นั้นมาฉันไม่เคยมีความเคารพในคนผู้นี้เลย ท่านควรจะเป็นคนที่มีวุฒิภาวะและจรรยาบรรณในการเป็นผู้สอนมากกว่านี้
.
ฉันใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ อย่างล่องลอยและไร้ความรู้สึก เพราะความรู้สึกอยากเรียนรู้ของฉันมันได้หายไปตั้งแต่คนที่เรียกตัวเองว่าครูผู้สอนคนนั้นได้ด่าและไล่ให้ฉันไปลาออกตั้งแต่กลางห้องเรียนครั้งนั้นเสียแล้ว
.
และแน่นอนฉันได้รับผลการเรียนที่ทำให้ฉันไม่พึงพอใจเป็นอย่างมาก ฉันติดศูนย์ใน 7 วิชาที่ฉันมีปัญหา
.
ภายใต้จิตใจที่บอบบาง ฉันต้องแสดงออกอยู่ตลอดฉันยังไหวพร้อมที่จะสู้ต่อ
แต่กว่าจะรู้ตัวฉันยืนอยู่ริมระเบียงของชั้นนึงในโรงเรียน คิดแค่ว่าจะกระโดดลงมาเพื่อหวังว่าจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต
.
ฉันถูกเพื่อนหลายคนฉุดและรั้งลงมา ในเย็นวันนั้นแม่มารับและพาฉันไปหาจิตแพทย์
ลืมเล่าไปสิ ฉันถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าจากสาเหตุการเรียนที่เป็นปัญหาหลัก
.
ฉันใช้เวลา ม.5 เทอม 2 ภายใต้คำในใจว่า อยากลาออก อยากลาออก และอยากลาออก
ฉันลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ฉันทำแล้วมีความสุขคืออะไร สิ่งที่คนอย่างฉันมีความสามารถคืออะไร
.
พอจบม. 5 เทอม 2 กำลังจะขึ้นม.6 เทอม 1 หลังจากฉันทบทวนตัวเองมาตั้งแต่ม.4 เทอม 2 ว่าฉันไม่สามารถเจริญเติบโตงอกงามในโรงเรียนที่ปลูกข้าวได้
" ฉันเลยลาออก "
มันไม่ยากเลยจริงๆ แค่เดินไปบอกแม่เองว่าอยากลาออก
บอกแพลนชีวิตว่าจะใช้ชีวิตยังไง จนจบปริญญาโท

สุดท้ายแล้วพอลาออกมา ฉันเติบโตในที่ของฉัน
ฉันเติบโตในพื้นที่ ที่มันไม่เหมือนกับ 5 ปีที่ฉันเคยอยู่
แต่มันคือพื้นที่ ที่ฉันควรจะอยู่ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วต่างหาก

ฉัน และทุกคนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่แตกต่างกัน บางคนอาจจะเติบโตได้ในพื้นที่ๆนั้นได้ บางคนอาจจะอยู่ได้เพราะปัจจัยบางอย่าง
ฉันเองก็อยู่ได้เพราะปัจจัยและเหตุผลบางอย่างมา 5 ปี
แต่มันก็ไม่เจริญเติบโตตามวัย

ถึงอนาคตมันจะเป็นอย่างไงต่อไปฉันก็จะกล้าเผชิญมัน ถ้าเผชิญแล้วไม่ไหวจริงๆฉันก็จะยอมรับและหาทางให้ที่มันเหมาะกับฉันเพื่อเดินไปต่อ
.
.
.
ขอบคุณเพื่อนๆ ม.ปลาย เพื่อนๆในห้องศิลป์-ภาษาอังกฤษ ขอบคุณจริงๆที่ช่วยพยุงกันมาถึง 2 ปี เราดีใจมากๆที่ได้อยู่ในห้องนี้ ดีใจมากๆที่ได้เป็นเพื่อนกับทุกๆคน และดีใจมากๆที่เราได้มีความทรงจำดีๆร่วมกัน ถึงจะแค่ 2 ปี แต่ก็เป็น 2 ปีที่เราจะจดจำ

ขอบคุณอาจารย์หลายๆท่าน ที่มอบสิ่งดีๆ และโอกาสดีๆ วามหวังดีทุกอย่างที่มาให้กับหนู ขอบคุณอาจาย์วิชาการฝั่งม.ปลาย ที่คอยช่วยเหลือหนูทุกทาง ไม่เคยเจอผู้บริหารโรงเรียนไหนใจดีเท่านี้เลย ขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียนที่คอยเชียร์อัพและชวนหนูไปเล่นธนูตลอด

ขอบคุณรุ่นพี่ม.ปลายคนนึงที่บอกฉันตลอดว่าม.ปลายที่โรงเรียนนี้ไม่ง่าย
ตอนที่ฉันอยู่ม.ต้นฉันคิดว่าเขาคงแค่ขู่ แต่ตอนนี้ฉันเชื่อเขาจริงๆแล้วแหละ

และที่จะขาดไม่ได้ก็คงจะเป็นครอบครัวถึงจะพูดว่ามันง่ายแต่เอาจริงๆ วันที่ตัดสินใจเดินไปบอกแม่มันก็ไม่ง่าย
โชคดีที่วันนั้นเรามีแม่ เรามีป้าและมีครอบครัวที่อ้าแขนรับ ไม่ปล่อยให้เราเคว้งคว้าง เข้าใจเรา และยอมรับได้ ปล่อยให้เรากล้าที่จะตัดสินใจ และเชื่อมั่นในตัวเรา
ในปีนี้ ฉันที่ลาออกเพื่อสอบเอาวุฒิม.6 รอเข้ามหาลัย มันไม่ง่าย ที่จะกล้าตัดสินใจแบบนี้ถ้าไม่มีครอบครัวแบบนี้

ขอบคุณผู้ร่วมความสัมพันธ์ทุกๆคนที่เคยได้เรียนโรงเรียนเดียวกัน
ขอบคุณ คุณความสัมพันธ์ม.ต้น และม.ปลายที่ทำให้เราอยากไปโรงเรียน เพื่อเจอคุณ และเพื่อซื้อข้าวเช้าไปให้คุณ

ขอบคุณคุณซึมเศร้าเพื่อนรัก คุณทำให้เรามองโลกในมุมที่คนอื่นไม่เห็น ขอบคุณที่คุณเข้ามาอยู่ในชีวิตเรา และขอบคุณที่คุณได้ามีบทบาทสำคัญในชีวิตเรา
คุณซึมเศร้าคือเพื่อนที่เราสนิทมากที่สุด เราเรียนรู้และอยู่กับคุณซึมเศร้าได้ ขอบคุณนะ
SHARE
Writer
pmqwy
ป้อนเอง!
pmqwy เขียนเอง อ่านเอง :)

Comments

BlueSky012
2 months ago
สู้ๆนะ
Reply
BlueSky012
2 months ago
✌🏻✌🏻✌🏻
Reply
famname123
2 months ago
สู้ๆครับผม ไว้มาเล่าให้อ่านอีกนะครับ
Reply