Showered with love @MacRitchie Reservoir
MacRitchie Reservoir นั้นติด Top 5 ที่hikingที่โด่งดังและสวยที่สุดของสิงคโปร์ ชื่อเดิมคือ Upper Thomson Road Reservior อ่างเก็นน้ำ MacRitchie นั้นเป็นหนึ่งในไม่กี่สถานที่ที่นักKayak ทีมชาติของสิงคโปร์นั้นมาฝึก ที่นี้ยังมีทางให้สายhikerอย่างเราไปเดินไต่เขายาวๆ อีกหลายทาง บ้างเป็นป่า บ้างเป็นทางเดินเรียบอ่างเก็นน้ำ ต้องยอมรับจริงๆว่าเราไม่ได้expectว่ามันจะสวยขนาดนี้ กล้าบอกเลยว่าแค่พกกล้องมาด้วยก็ได้ภาพสวยๆไปลงigแน่นอน (ถ้าตัวเธอokกับภาพธรรมชาติและป่าไม้นะ) เพราะเราที่มากับเพื่อนและพกมาแค่โทรศัพท์ยังได้ภาพไปลงigเยอะเลยเพราะมุมเยอะและสวยมาก🙄

มาเริ่มกันที่เวลาตื่นกันดีกว่า~ ทายสิว่าเราที่ไปhikeวันเสาร์นั้นตื่นกันกี่โมง~ คำตอบก็คือ ตื่น6โมงค่ะ เพราะเราต้องออกไปที่นั้นตอน6โมงครึ่ง พวกเรื่องเวลาทั้งหลายเราให้เพื่อนเราเป็นคนวางแผนให้เพราะนางเคยไปมาก่อน ตอนแรกเราก็แอบนอยด์ว่าแกล้งให้เราตื่นเช้าอีกรึปล่าว พอเรามาถึงเท่านั้นแหละ เราเข้าใจเลยว่าทำไมถึงให้มาเร็ว เพราะคนนี้คือแบบว่าเยอะมากกก ขนาดที่นี้เปิด7โมง แล้วเรามาถึง7โมง7นาทีนะ เราเห็นคนมาเยอะมาก เข้าใจเลยว่าดังจริงอะไรจริง มีคุณลุงคุณป้าเอย มีฝรั่งเอย แต่ที่เยอะที่สุดคือนักเรียนมาวิ่งที่นี้เยอะมาก~

ต้องบอกก่อนว่าความแปลกประหลาดของคนที่นี้ก็คือ คนที่นี้เนี้ยชอบการอวดโรงเรียนตัวเองมาก ไม่ว่าจะเป็นsecondary schoolเอย poly(polytechnic)หรือ jc (junior college)เอย แล้วเค้าก็อวดกันโดยการใส่เสื้อพละหรือเสื้อcampที่มีชื่อโรงเรียน หรือเสื้อjerseyทีมโรงเรียนทั้งหลาย อวดชื่อโรงเรียนบ้าง อวดเสื้อโรงเรียนใครสวยกว่าบ้าง อะไรก็ว่าไป แล้วที่เราเล่ามาทั้งหมดเนี้ยเพื่อที่จะบอกว่า พอเราเดินเข้าทางไต่เขาเท่านั้นแหละ คนเดินเรียนกันเป็นลายเสื้อโรงเรียนเป็นแถว คือ ทั้งทางมัน5กิโล แล้วเราก็เห็นเสื้อโรงเรียนมากกว่า40กว่าโรงเรียน วิ่งผ่านหรือสวนทางกับเราไปเรื่อยๆ แต่ที่เราเห็นก็คือนักเรียนของHwa chongเยอะที่สุด(เพราะที่นี้หน้าจะใกล้ตัวโรงเรียนพอสมควร) แถมยังวิ่งแซงหน้าทุกคนไปอย่างไม่แคร์ใครทั้งสิ้น แล้วเค้าก็ไปยืนหอบกันอยู่บนเขากันต่อไป😂

ทางเรานั้นเห็นคนอื่นวิ่ง กับทางขึ้นแล้ว เราก็ตัดสินใจเดินขึ้นเพราะทางเป็นหินเป็นกรวด เราเป็นคนที่ขาแพลงบ่อยเพราะชะนั้นเราไม่อยากเสี่ยงขาแพลงตอนนี้ เรากับเพื่อนก็เดินขึ้นไปเรื่อยๆ แบ่งairpodกันคนละข้าง เวลาเดินไกลเกินไปเราก็จะได้รู้ว่าเพื่อนเราเอี่อยเพราะว่าเพลงมันจะตัด แล้วทางหินกรวดเนี้ย เดินเหยียบทีนึงคือเสียงดังมาก เราว่าเราเดินเสียงเบาแล้วนะ เดินก็ยากร้อนก็ร้อน เราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินไปเรื่อยๆ จิบน้ำชาเก็กฮวยหวานๆของเราไปเรื่อยๆเพราะเราไม่ได้กินข้าวเช้า(อีกแล้ว)

เอาจริงๆแล้ว เราอยากมาที่นี้เพราะเราได้ข่าวว่าลิงที่นี้เยอะมากและซนมาก เพื่อนเราที่พามาบอกว่าครั้งที่แล้วที่นางมา นางไม่ได้ไปเดินที่ Tree top เพราะนางเจอลิงอยู่10ตัวที่นั้งมองนางอยู่ระหว่างทางไป นางก็เลยเดินกลับไปเฉยๆอย่างน่าเสียดาย รอบนี้ นางก็เลยอยากไปให้ได้ใจจะขาด ยอมเดินขึ้นเขาไป2กิโลเพื่อจะไปเดินที่Tree top เราก็เป็นสายลุยอยู่แล้ว ก็คิดอยู่แหละว่าเดินขึ้นเขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก พอเราไปถึงTree top เราก็กล้าพูดว่ามันสวยจริงอะไรจริง วิวฝั่งขวาเป็นเมืองไกลๆ วิวฝั่งซ้ายเป็นอ่างเก็บน้ำ ถ่ายรูปสวยมากตรงนี้ แต่ก็อยู่ถ่ายรูปนานไม่ได้เพราะเค้าให้เดินเป็นone wayแล้วถ้าเราไม่เดิน คนข้างหลังเราก็จะเดินออกไม่ได้ เราก็เลยต้องพอแค่นั้นแล้วเดินออกตามไปขบวน

ระหว่างเราเดินออกจากที่ตรงนั้น เราก็คุยกับเพื่อนว่า วันนี้ไม่ค่อยมีอะไรนะ “แค่วิวสวยภาพสวยแต่เรายังไม่สะใจเลยอ่ะ” เพราะเราเป็นสายไม่เหนื่อยไม่กลับบ้าน นางก็ตอบมาว่า “ไปconey islandต่อมั้ยล่ะ” (ถ้าได้ไปจริงๆจะมาเขียนให้ฟังคราวหน้านะคะ) และแน่นอนว่าเรากระดี๊กระด๊าขนาดนี้ เราก็ต้องตอบokไปแน่นอน แต่เหมือนฟ้าไม่เห็นด้วย เพราะเราเริ่มได้กลิ่นHazeลอยมาไกลๆ ทำให้เรามีความรู้สึกว่าฝนจะตก เราก็เลยรีบเพื่อนให้เดินเร็วขึ้นเพื่อฝนตกเพราะเราทั้งคู่ไม่ได้ผกร่มมา แล้วทางที่เราเดินอยู่ตรงนั้นห่างจากทางออกเกือบ3กิโล หลังจากนั้นประมาณ10นาที... ฝนก็ตก และเราทั้งสองคนติดอยู่กลางป่า พยายามใช้ต้นไม้เป็นร่มแต่ก็ไม่ช่วย เราก็เลยรีบยัดของใช้สำคัญที่เปียกน้ำไม่ได้ใส่กระเป๋านางเพราะประเป๋านางกันนำ้มากกว่าประเป๋าเรา แล้วเราก็มองซ้ายมองขวา เจอใบไม้ไปใหญ่มาก แบบใหญ่เท่าศอก เราก็เลยขว้ามาใบนึงแล้วให้เพื่อนที่ทั้งเตี้ยทั้งตัวเล็กเดินไปกับใบไม้ใบนึงบังฝน ส่วนเราที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงก็ได้วิ่งตากฝนที่ตกหนักไปอย่างนั้นแหละ วิ่งไป20เมตรก็มีศาลา(ที่ถูกต้อนไม้บังเราก็เลยมองไม่เห็น)เป็นศาลาเล็กๆกับผู้คนร่วม30กว่าชีวิตยืนอัดกันอยู่ข้างในแล้ว เราก็ไม่มีทางเลือกเราก็เลยต้องไปยืนอัดด้วย เราก็ตกลงกับเพื่อนว่าเรายกเลิกแผนconey islandแล้วก็จะอยู่ในศาลากับฝนที่สาดเข้ามาไม่หยุดจนกว่าฝนจะเบาลง ฟังดูokนะ จนเรามานึกได้ว่าเราอยู่ในป่า ไม่มีสัญญาณ ไม่ได้กินข้าว มีแต่น้ำที่กำลังจะหมด และฝนที่ไม่มีท่าว่าจะหยุด เราสองคนก็นั้งอยู่ที่conerเล็กๆของศาลากับmood ที่ถูกdestroyedอย่างไม่มีใยดี นั้งเบื่ออยู่อย่างนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงเราสองคนก็ทนไม่ไหว บอกตัวเองว่าถ้าเราไม่ฝ่าฝนออกไปเราคงต้องรอทั้งวัน เราข้นกระเป๋าแล้วเจอถุงplasticอยู่ใบนึงตอนซื้อน้ำเมื่อเช้า เราก็เลยเอามาคุมหัว แล้วเราก็เดินออกนอกศาลากับถุงบนหัวกับเพื่อนที่ถือใบไม้เดินไปเดินมาเป็นระยะทางกว่า2.1กิโลเมตรถึงทางออก พอมาถึงทางออกเท่านั้นแหละ ฝนก็หยุดตก แดดก็ออก แล้วจ้าด้วย ร้อนด้วย เราสองคนก็เดินไปหาbus stopจะนั้งไปหาข้าวกินเพราะคือแบบหิวไม่ไหวแล้ว เดินไปเหมือนตากผ้าเลย ร้อนๆ มีลมพัดเวลารถผ่าน ถึงbus stopสิ่งเดียวที่ไม่แห้งคือถุงเท้า กลับถึงบ้านนะ ทั้งเท้าทั้งรองเท้าทั้งถุงเท้าเหม็นมากแน่ๆ เรานั้งไปที่junction8ที่อยู่ Bishanไปกินmakisanที่เป็นร้านขายcustomisable maki เพื่อที่จะไปกินudon (ใช่udon ไม่มีอะไรที่make senseซักอย่าง) แล้วก็กลับบ้าน เราคือเหนื่อยขนาดที่เข่าอ่อนแทบจะหลับทั้งยืนบนMRT เลยทีเดียว ดีแล้วแหละที่ไม่ได้ไปconey island วันนั้นเราเดินไป16.6กิโล กับ2หมื่น4ทันกว่าก้าว

เราจะไม่บอกนะว่าวันหลังจะพกร่มไปเพราะร่มมันหนัก ขี้เกียจแบก แต่เราน่าจะพกwind breakerไปแทน เพราะมันพอกันฝนได้ แล้วก็ไม่หนักด้วย ถ้าใครไปออกกำลังกายoutdoor อย่าลืมcheck weather forecast ด้วยนะคะ

ส่วนใครอยากมาMacRitchie Reservoir มาเลยค่ะ สวยและมีความเป็นธรรมชาติมาก คู่ควรแก่การถ่ายรูปมากๆ แต่เดินจากMRTไม่ได้นะคะ ต้องหาBusนั้งมาเองเพราะไกลพอสมควร เรานั้งมา5stopsจากสถานี Tan Kah Kee มันไม่ได้มายากขนาดนั้น มันไม่ใช่ที่ๆเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนะคะ เพราะฉะนั้นเพื่อนอิจฉาแน่ๆค่ะ 😂 
SHARE

Comments