ไม่มีอะไร ที่ไม่เปลี่ยนเเปลง
เปลี่ยนเเปลงไป โดยไม่รูัตัว 

   เคยได้ยินประโยคนี้มาจาก เนื้อเพลงสักเพลง เเต่ตอนนี้จำชื่อไม่ได้เเล้ว 555 ความรู้สึกตอนนี้คือ อยากจะบอกเล่า เรื่องเรื่องหนึ่ง โดยที่ไม่ใช่อารมณ์เศร้าอะไร เพราะโดยส่วนตัวเเล้ว ไม่อยากที่จะเศร้า หรืออะไรกับมัน อยากมองว่ามันเป็นเรื่องปกติมากกว่า. 

    เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า “ ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนเเปลง” 
ใช่ นั่นเเหละ สิ่งที่กำลังจะบอกกับทุกคน กาลเวลาเปลี่ยนไปทุกๆวินาที มีเช้า มีค่ำ มีชอบ มีเกลียด 
ทุกๆอย่างย่อมเปลี่ยนไปได้เสมอ 
เเล้วคุณล่ะ เริ่มเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นอยู่บ้าง หรือยัง
จะมีสักโมเม้นต์หนึ่ง ที่เรารู้ตัวเราดีว่า ใช่! นี่เเหละ 
สิ่งนี้เเหละ คือตัวฉัน ฉันเป็นคนเเบบนี้. เเละใช่ ฉันรู้ตัวฉันดีว่าฉันเป็นคนเเบบใหน? 

เเต่.. หากคุณได้ลองไปส่องกระจก คุณจะพบตัวคุณในอีกมุมนึง ที่คุณไม่เคยคิดมาก่อน หรือไม่รู้ตัวมาก่อน ว่าเราคนนี้หรอ ที่คนอื่นมองเห็น 

เพราะบางที การที่เราคิดว่าเราเป็นคนร่าเริง เราเป็นคนสนุกสนาน เเต่บางที สิ่งที่เราเเสดงออกไปต่อคนรอบข้าง เขาอาจจะมองว่า เราคนนี้หรอ เป็นเค้าที่เจ้าอารมณ์มากๆเลยล่ะ 

เคยไหม? ส่องกระจก เเล้วคิดว่า                      นี่ฉันจริงๆหรอ 
   ที่เปรียบเทียบกับกระจก เเบบนี้ ก็เพราะว่า 
 เมื่อไรที่เราต้องการที่จะส่องกระจก ก็คือตอนที่ เราต้องการจะดูว่า ตอนนี้เราเป็นยังไง ? 
ผมเรียบร้อยไหม?  การเเต่งตัววันนี้เป็นไงบ้าง?  เเก้มเเดงไปรึเปล่า?  หรือไม่บางที
   ถ้ามองในอีกเเง่มุมนึง การที่เราส่องกระจก
ครั้งหนึ่ง ก่อนจะออกจากบ้าน นอกจากเราจะเห็นด้านสวยๆงามๆของตัวเราเองเเล้ว เเต่พอเรา
เพ่งมองมันไปดีๆ เราก็จะพบว่า เราไม่ได้สมบูรณ์เเบบ  จริงๆ เราก็มีข้อบกพร่อง 
“ นั่นไง! สิว! เรามีสิว!! ”
เจ้าสิวตัวร้าย อย่าปล่อยให้มันทำร้ายเรา 
    สิวจริงๆเเล้วมันก็เหมือน จุดด้อยในตัวเรานั่นเเหละ อยู่ที่ว่า เราจะปรับเเก้-รักษาให้มันหายไป หรือ เราจะปล่อยมันไว้เเบบนั้น 
ซึ่งหากเราปล่อยมันไว้เเบบนั้น มันก็จะทำให้เราดูเเย่ลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง 
   ยกตัวอย่างเช่น 
   สิวเปรียบเหมือน ความใจร้อน 
หากเราไม่รู้จักที่จะปรับเเก้ “ความใจร้อนนั้น”
สักวันหนึ่ง มันจะเป็นสิ่งที่คอยผลักเรา ออกจากคนที่เรารัก 
โดยที่เรา อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

  
เพราะฉะนั้น ส่องกระจกที ส่องให้ถี่ถ้วน เพราะนอกจากจะสำรวจตัวเราเอง ในภายนอกเเล้ว ยังเป็นการสำรวจภายในจิตใจของเราด้วย 
  
  เพราะ บางทีสิ่งที่เราคิด กับสิ่งที่เราเเสดงออกมา มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สัมพันธ์กันเสมอไป 

  บางที เราคิดว่าเราเป็นเเบบนี้ เเต่สิ่งที่คนรอบข้างเรารู้สึก อาจจะเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ได้ 

  เหมือนกับที่เรา ส่องกระจกเเล้วก็รู้สึกว่า 
“ อ้อ วันนี้โอเค วันนี้สวยเเล้ว ดูดีเเล้ว รู้สึกมีความมั่นใจเเล้ว” ออกจากบ้านได้ 
  เเต่เดินไปหน้าปากซอยเเป๊บเดียว เพื่อนกลับทักว่า “ เอ๊ะ วันนี้หน้าลอยนะ”
 “เดี๋ยว เเก้มเเกเป็นตูดลิงเเล้วนะ”
เห็นไหมล่ะ สิ่งที่เราคิดว่า มันโอเคเเล้วจริงๆมันอาจจะไม่เป็นเเบบนั้นก็ได้ เพราะเราไม่ได้สำรวจมันดีพอ 

  ก่อนจะจากกันไป..
อยากเล่าเรื่องๆนึงให้ทุกคนฟัง
  (อยากฟังไหม) 
  (ไม่รู้) 
  (เเต่เจ้าตัวอยากเล่ามาก555) 


เรื่องมีอยู่ว่า มีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง สนิทกันมาก เรียกได้ว่า มองตาก็รู้ใจ สนิทกันในเเบบที่ เป็น safe zone เป็นเพื่อนสนิทที่สุดเเล้ว วางใจมากๆ 
เเต่นั่นเเหละ ตามชื่อเรื่องเลย 
          “ไม่มีอะไร ที่ไม่เปลี่ยนเเปลง” 

วันนึง คนที่เราคิดว่า เขาจะเป็นเเบบนี้ตลอดไป 
เป็นเพื่อนที่สนิท เป็นเพื่อนที่วางใจ ไปใหนไปกัน วันนี้นี่เเหละ ที่เขาเริ่มเปลี่ยนไป โดยที่ไม่รู้ตัว 

Talk ..
เอาจริิงๆ ก็ไม่สามารถจะปักใจได้อะ ว่าใครที่ผิด ฉันหรือเธอ เเต่จะพูดถึงขั้นผิดมันก็ไม่ใช่อะเนาะ อาจจะเป็นเพราะเเค่ เธอเปลี่ยนไป ไม่ได้เเปลว่าเธอผิด 

เรื่องมันมีอยู่ว่า นขกับเพื่อน สนิทกันอยู่2คน ในclass  เราก็มีกันเเค่นี้นี่เเหละ ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเพื่อนใน class คนอื่นๆ มันมีความสุขดีนะ อยูกัน 2 คน ไม่วุ่นวาย ไปใหนไปกันมากๆ เหมือนคู่หูกันเลย เคยมีครั้งนึงเรา คุยกันว่า 
   
  นข : เเกว่าเราเหงากันปะวะ ?

 ** สถานที่โรงอาหาร ท่ามกลางกลุ่มชน ที่นั่งกันอย่างกระจัดกระจายตาม กลุ่มก๊วนของตัวเอง มีเพียง นข.เเละเพื่อน นั่งกินข้าวกัน 2 คน เพียง 2 คน ท่ามกลาง คนอื่นๆที่กินข้าวกันเป็นกลุ่มๆ** 

 เพื่อน : เหงาปะวะ ไม่หรอกมั้ง ก็นี่ไง มีเเก 
ไม่เหงาหรอก

 นข : หรอวะ เราไม่เหงาหรอวะ อยู่กัน2คน ท่ามกลางคนที่อยู่กลุ่มๆเนี่ยนะ 


 เพื่อน : ไม่หรอกมั้ง 


 นข : ตกลงเราเหงากันปะวะ 

 เพื่อน : (เริ่มรำคาญ เพราะเซ้าซี้กับคำถาม) 
 อะ บางทีคือ อาจจะเหงาไง เเต่มันก็เป็นความเหงาที่เราเเบบ พอใจกับมัน เราอยู่กับมันได้ ไม่ได้ต้องการอะไรเข้ามาเพิ่ม

 นข : (อ๋อ งั้นหรอ โอเค ได้ข้อสรุปละ 555)

ผ่่่่านไปสักระยะ

  นข :  เราอยู่กันสองคนเเบบนี้ คิดว่าไงอะ 
  เพื่อน : เออก็ว่ามันโอเคนะ 
  นข : เออใช่ปะ มันก็ดูปกติดีนะ ดูไม่วุ่นวายดี
  เพื่อน : เออใช่ เเบบง่ายอะ เวลาไปใหน สบายๆ 

เราสองคนมีความคิดตรงกัน ว่าอยู่เเบบนี้ มันสบายใจ สบายใจมากกว่าที่จะมีเพื่อนเป็นสิบคน 
เพราะเเค่มีเรา เราที่เข้าใจกัน ก็พอเเล้วล่ะ
วัน เดือน ผ่านไป (เริ่มสนิทกับคนใน class ) คนอื่นๆมากขึ้น เพราะมีงานกลุ่มต่างๆเข้ามา เลยได้พูดคุยกับคนอื่นๆ คนกันจนเริ่มสนิทกัน 

1..2...3....4 จาก 2 เป็น 3 4 เเละ 5 ไปเรื่อยๆ 
ระยะห่างของเรา เริ่มเข้ามาเเล้วล่ะ 
บทสนทนาระหว่างเรา เริ่มขึ้นอีกครั้ง 

 นข : ถ้าวันนึง เราทะเลาะกันขึ้นมาเเบบ ไม่คุยกัน ตัดเพื่อน จะเป็นไงวะ 

เพื่อน : ไม่รู้ว่ะ 

นข : เเต่มันคงใช้ชีวิตยากเนาะ นั่งก็นั่งข้างกัน ทำไรก็ทำด้วยกัน คงยากที่จะหลบหนีอะไรกันอะ55 

เพื่อน : เออใช่ปะ ถ้าต้องมาเเบบ ย้ายที่ คอยนั่นคอยนี่ คงเยอะน่าดูอะ 

นข : เนอะ เพราะงั้น เราก็อยู่กันไปงี้อะนะ 

เพื่อน : เออ555
เคยมีคนบอกว่า พื้นที่ตรงใหน ที่ไม่เพียงพอ ให้เรายืนอยู่ เราก็เเค่ถอยออกมานั่นเเหละ อย่าพยายามจะเข้าไปเลย เพราะนอกจากมันจะ ทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัดเเล้ว มันยังทำให้ตัวเรา ต้องเบียดเบียนคนอื่นอีกด้วย 
จากพื้นที่ในโลกของเรา ที่เคยมีเหลือเฟือ วันนี้มันไม่เเล้วล่ะ เพราะฉันกลับรู้สึก “อึดอัดมากๆเเล้ว”
Talk..  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวฉันรึเปล่า ที่เป็นคนไม่ค่อยพูด หรือพอไม่อินกับอะไร ก็จะไม่พยายามที่จะเสเเสร้ง ทำเป็นอินกับมัน ฉันเลยจำเป็นที่จะต้องหาทางออกที่ดีที่สุด ที่ไม่ทำให้ใครอึดอัด 
ทางออกที่ดีที่สุดของฉันคือ การ “ ก้าวออกมา”
“ งั้นถ้าพื้นที่ตรงนั้น มันไม่เพียงพอให้เราอยู่
เราก็เเค่ถอยออกมาสิ จะไปยืนเบียดคนอื่นเพื่ออะไร “

เมื่อคิดได้ดังนั้นเเล้ว ฉันก็เเค่ถอยออกมาจากพื้นที่นั้น 

ทันทีที่ฉันก้าวออกมาได้ ฉันกลับรู้สึก สบายใจอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งมันคงเป็นเพราะว่าเราไม่ต้องเบียดใคร เรายืนในพื้นที่ที่ กว้างพอให้เรา กลิ้งไปกลิ้งมา ทำอะไรได้ตามใจชอบเเล้วล่ะ 



เเต่ .. 
ใครว่า ฉันรู้สึกสบายใจเพียงอย่างเดียวล่ะ
ความจริงเเล้ว ลึกๆมันก็เสียใจ ที่เพื่อนรักของเราคนนึง ไม่ได้เเคร์ หรือสนใจเรามากพอ เลยทำให้เรามีความรู้สึก น้อยใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เเต่เรื่องนี้ คิดไว้เสมอว่า มันไม่มีใครผิด เพราะตลอดเวลา ย่อมมีการเปลี่ยนเเปลง เเค่คนใดคนหนึ่ง จะเปลี่ยนเเปลงไปก่อนเท่านั้นเอง 



ก่อนจะจากกันไป นข ได้ทิ้งคำถามไว้กับเพื่อนว่า

“ เเกเคยคิดที่จะเอาเราเข้าไปในพื้นที่เเกบ้างไหม?”

“ เคยสนใจบ้างไหมว่าเพื่อนอีกคนเค้ากำลังรู้สึกอะไร ในเวลาที่ตัวเองกำลังมีความสุขกับคนอื่นอยู่”

บอกใบ้คำตอบไว้ว่า.                                 “มันไม่เป็นเเบบที่คาดหวังเลย” 
เเต่อย่างน้อย มันก็จบลงด้วยดี ไม่ว่าจะดีสำหรับใครมากน้อยกว่ากัน เเต่มันก็เป็นหนทางที่ดีที่สุดของทั้ง 2 ฝ่าย :) 





SHARE

Comments