Love is Love...กับเนื้อหาเฉพาะทาง
ออกตัวก่อนเลยว่าเราเป็นสาววาย แบบวาย 100%
รู้ตัวมาตั้งแต่ ม.5 ตอนนี้ก็เกือบๆ 10 ปีแล้วที่เสพทุกอย่าง
ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับชายรักชาย

แต่เราเองก็เป็นผู้หญิงปกติธรรมดาทั่วไป
ที่ชอบผู้ชายปกติเช่นกัน แต่เวลาเห็นผู้ชายอยู่ด้วยกัน
มันจะรู้สึกฟินแบบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ประสบการณ์ครั้งแรกที่เสพวาย
คือตอนนั้นติดนารูโตะ เวอร์ชั่น อะนิเมะ มาก
ดูหมดทุกตอนจนตอนล่าสุด จนลากไปเสริชหาดู
ที่ยังพากย์เป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่ ก็ดูไปแบบไม่เข้าใจนั่นแหละ

แล้วอยู่ๆก็เจอเว็บๆนึงเข้า
ตอนนั้นเข้าใจว่ามันคือ นารูโตะ ตอนถัดไป
พอกดเข้าไปอ่านเท่านั้นแหล่ะ
ฮืออออ เปิดโลกทัศน์แบบขั้นสุด

เรื่องนั้นคือ ฟิค วาย คู่คาคาชิ กับอิรุกะ
มีทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว ฉบับความรักชายกับชาย
ความรู้สึกขณะอ่านคือ เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นแปร๊บๆในหัวใจ
ลงไปถึงปลายเท้า เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่มากสำหรับเด็กคนนึงในตอนนั้น

บวกกับเมื่อ 10 ปีก่อน สาววายเหมือนเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง
ซึ่งไม่ได้ถูกเปิดกว้าง และสามารถออกตัวได้แบบทุกวันนี้
ไม่มีใครเข้าใจ กระทั่งเพื่อนในโรงเรียน
สิ่งที่จรรโลงใจเราคือฟิค เรื่องยาว เรื่องสั้น มังงะแปลไทย
และเราเริ่มรู้จักกับคำว่า 'นักเขียน' เป็นครั้งแรก

ช่วงนั้นเราติดอยู่ไม่กี่อย่าง การ์ตูน เกมส์ และล่าสุดคือ ฟิค วาย
พอเราติดหนักมากขึ้นๆ ก็เหมือนกับดวงตาเรามันเริ่มมองหา
และโฟกัสกับเรื่องอะไรพวกนี้หนักขึ้นเรื่อยๆ

โชคดีที่พ่อเราเป็นช่างคอม คอมที่บ้านเราเป็นคอมประกอบ
สเปคค่อนข้างแรงกว่าคอมที่ซื้อยกเครื่องแบบทั่วๆไป
และเราซึมซับวิธีการใช้มาแบบเต็มสูบ
เราทั้งโหลดบิท ทั้งลองเข้าเว็บไซต์สารพัดที่ยุคนั้นจะสามารถหาดูได้
จนติดหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการหาฟิคของอนิเมะเรื่องอื่นมาอ่าน
แล้วเริ่มเกิดแรงบันดาลใจในการเป็นนักเขียนตั้งแต่ช่วงนั้น
คือมันสนุกมากจริงๆ แบบหลอกล่อเด็กคนนึงให้ชีวิตเบนเข็มไปได้ทั้งชีวิตเลย

จนทุกวันนี้ก็ยังคงตามหาฟิคเรื่องนั้นอยู่ รวมถึงนักเขียนด้วย
เพราะว่าเว็บเหล่านั้นถูกปิดไปหมดแล้ว
ที่คิดว่าใช่แน่ๆ ก็ลองทักไปถามหลายคน แต่ก็ปรากฏว่าไม่เจอเลย

แกกก นิยายวายมันไม่ใช่แค่ผู้ชายสองคนได้กัน แค่นั้นจบนะ
มันมีสตอรี่ลึกล้ำมาก
บางเรื่องที่เราเสพคือ ลึกซึ้งกว่านิยายชายหญิงทั่วไปบางคู่อีกเด้อ

พอเราเริ่มโตขึ้นจนเข้ามหาลัย มีช่วงนึงที่มหาลัยปิดยาว 6 เดือน
เพื่อเข้าสู่ระบบอาเซียน ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดน่าจะรอขึ้นปี 2
เราไปพักอยู่กับญาติที่ปราจีนบุรี และที่นั่นเอง ที่เราเริ่มเขียนนิยายวายเรื่องแรก
และเป็นเรื่องแรกที่เราเขียนจบ

เราอยู่กับป้าประมาณ 1 เดือน แล้วย้ายกลับมาบ้าน
พอกลับมาอยู่บ้าน เราก็วางพล็อตนิยายเรื่องใหม่
บวกกับแปลการ์ตูนวายในดวงใจด้วย เราจริงจังมาก
โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าการ์ตูนที่เราแปลนั้น เป็นประเภทไหน
และนิยายที่เราแต่ง มันทำให้เราดูโรคจิตมากขนาดไหน

แต่ทุกอย่างที่เราถูกหล่อหลอมมาก็ต้องยุติลง
เมื่อเปิดเทอมใหม่เราโตขึ้น เราเรียนหนักขึ้น
จนทุกสิ่งที่ตั้งใจมันเริ่มจางหายไป

แต่รู้อะไรไหม ที่เราคิดว่ามันหายไป มันไม่จริงเลย
ฮืออออ
เราเรียนจนจบปี 4 และได้ฝึกงานในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง
ที่เอ่ยชื่อไปคนทั้งประเทศก็รู้จัก เค้าทาบทามเราให้ทำงานต่อ
แต่ใจเราอ่ะ มันค้าน มันมีบางอย่างที่บอกเราว่า
นั่นไม่ใช่สิ่งที่แกต้องการนะ มันไม่ใช่แนวทางที่ลึกๆต้องการ
พอฝึกงานจบ เราก็กลับบ้านโดยปฏิเสธที่นั่นไป

แล้วก็วกเข้าเรื่องครอบครัวเรา...เกี่ยวกับหมาเรานั่นแหล่ะ
ที่เราเล่าในบทความเรื่อง คิดถึงหมา อันข้างล่างบทนี้
เรารับไม่ไหว คือเราไม่สามารถให้อภัยพ่อเราได้จริงๆในตอนนั้น
ประจวบเหมาะกับเป็นตอนที่มีบริษัทนึงติดต่อเรามา
เราก็ลองไปสัมภาษณ์เค้าก็รับเราเข้าทำงานเลย

จากนั้นก็รวดยาว 2 ปี ที่เราเหมือนตายทั้งเป็น
ตายทั้งเป็นจริงๆ เราไม่มีความสุขกับการทำงานเลย
ต่อให้ทุกอย่างมันกำลังไปได้สวย
เราไม่รักงานที่ทำ แต่เรากลับทำมันออกมาดีจนน่าเหลือเชื่อ
ไม่เข้าใจเหมือนกัน

ลึกๆในใจเรามันร่ำร้อง มันถามเราตลอดว่า
'เราเกิดมาเพื่ออะไร?'

เรารู้สึกถึงความไร้ค่า มีงานมีเงิน แต่ไร้ชีวิต
มันทรมานแบบที่สุดแล้ว ตั้งแต่กำเนิดเกิดมาบนโลกใบนี้
เพื่อนที่ทำงาน ดีมาก เนื้อหางาน ไม่ได้ยาก ทุกคนซัพพอร์ท
หัวหน้ารัก พร้อมช่วยเหลือทุกอย่าง คือเรียกได้ว่าดีสุด

แต่ใจเราอ่ะ มันทรมาน
มันร่ำร้อง บอกกับเราตลอดเวลาว่า 

'เห้ยย มันไม่ใช่นะเว้ย'

นี่ไม่ใช่ทางเดินของแก
เราร้องไห้ เราทุกข์ใจ เราไม่มีความสุขในชีวิต
จนเผลอทำร้ายใครต่อใครไปมากมาย
ไม่เคยมีวันไหนที่พ่อแม่โทรมาแล้วเราจะบอกว่าแฮปปี้เลยสักครั้ง

จนมันสุดทางแล้ว เราไม่รู้ นึกไม่ออกหรอก ว่าต้องการอะไร
เพราะหลายปีที่ผ่านมา เราถูกหล่อหลอมจากอะไรๆมามากมายเหลือเกิน
แต่เรามั่นใจแล้ว ว่านี่ไม่ใช่แนวทางของเรา เราไม่ได้ต้องการชีวิตแบบนี้
เราเลยตัดสินใจลาออก
ลาออกทั้งๆที่อีกนิดเดียวกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง
ลาออกทั้งๆที่มีอีกหลายบริษัททาบทามมากับเงินที่สูงขึ้นกว่าเดิม

ลาออกมาทั้งๆที่พ่อแม่พี่น้อง ญาติมิตรสนิทสนมเต็มไปด้วยสีหน้าและแววตาผิดหวัง
เราเหมือนเดินคนเดียวบนโลกใบนี้ ไม่รู้ทางไปต่อ
รู้แต่ว่าทางที่เดินก่อนหน้านี้ไม่ใช่ทางของเรา
เดินต่อทั้งๆที่ไม่รู้ว่าบันไดขั้นต่อไปจะไปทางไหน

จริงๆดีเทลมันเยอะกว่านี้มาก แต่เราขอข้ามไปก่อน
มาต่อเรื่องเบื้องลึกของจิตใจเรา

ตั้งแต่ที่เราลาออกจากงานที่แรก เราก็เข้างานที่ใหม่อีกประมาณ 2 ที่
ทุกอย่างไปได้สวย แต่เราอึดอัดและทรมานใจ
จนสุดท้าย ก็ต้องลาออกมาอยู่ดี

จนเราได้ตัดสินใจ เริ่มต้นงานเขียน บางสิ่งที่อยู่ในใจมันเริ่มฉายชัดออกมา
ความฝัน 10 ปี ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ ที่เราคิดว่ามันหายไปแล้ว
ใช่! มันไม่หาย มันคือตัวตนของเรา มันคือเรา!!!!
เราไม่อาจทนเป็นสิ่งอื่นได้อีกต่อไปแล้ว

เราทิ้งทุกสิ่ง ทุกความก้าวหน้า ทุกความเจริญในหน้าที่การงาน
ทุกความคาดหวังของครอบครัว ข้างบ้าน หรือแม้แต่อนาคตของเราเอง
เราทิ้งหมด เพื่อเริ่มลงมือทำในสิ่งที่ใจเราเรียกร้อง

จนตอนนี้ เราเริ่มเขียนงานมาได้ประมาณ 2 เดือนเศษแล้ว
พร้อมกับแปลการ์ตูนวายต่อจากที่ทำค้างไว้ ตั้งแต่สมัยเรียนปี 2
และเราโชคดีมาก ที่คนติดตามยังคงอยู่ และเพิ่มมากขึ้นไปอีก
รู้สึกดีใจและขอบคุณแบบสุดๆ

ใช่ เราเขียนนิยายวาย เราศึกษาและเริ่มหาช่องทางต่างๆ
ที่จะสามารถประกอบอาชีพนี้ได้โดยที่ไม่เดือดร้อนใคร

และใช่ เราโคตรรรรรรร มีความสุขเลย
ทุกครั้งที่เราได้จมเข้าไปในงานเขียนของเรา รอบละ 2-3 ชั่วโมง
มันคือช่วงเวลาที่เราสุขสุดๆ
เรามีสมาธิที่จะสามารถเขียนงานออกมาได้แบบต่อเนื่อง
บางวันเราฟาดไปแบบ 3 บท 8 ชั่วโมงติดก็มี เพราะอินหนัก

เหมือนเราขายวิญญาณให้กับงานเขียนเราไปแล้ว


เราสัมผัสได้ว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เราหลับใหลมาโดยตลอด
และพึ่งได้ตื่นขึ้นมาเมื่อ 2 3 เดือนที่แล้ว ตั้งแต่เริ่มงานเขียน
เรารู้ว่ามันฟังดูเพ้อเจ้อ แต่มันคือเรื่องจริง! เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

เรารู้ว่ามันช้า เราเริ่มอายุมากขึ้นทุกวัน แต่กลับพึ่งมาเริ่มต้นทำตามฝัน
เรากลัวมาก เราท้อใจ และเราเจอข้อบกพร่องของตัวเองเต็มไปหมด
บางวันเราร้องไห้หนัก และมันก็เป็นแค่บางวันเท่านั้นแหล่ะนะ

ชีวิตเรามันถูกปูมาให้ทำงานประจำ แต่เราไม่ เราอยากเป็นนักเขียน
ไม่ได้พึ่งอยากเป็น แต่อยากเป็นมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว
ตั้งแต่ช่วงที่เด็กคนนึงยังไม่โตพอจะมีวุฒิภาวะในการใช้ชีวิตด้วยซ้ำ
และเราจะพยายามต่อไป เราจะศึกษาและพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ

พล็อตตั้งแต่ 5 6 ปีก่อน มันถูกพัฒนามาเรื่อยๆ
เราเอามารีใหม่ และเราจะตั้งใจเขียนเรื่องนี้ออกมาให้ดีที่สุด

เราจะไม่หยุด จนกว่ามันจะจบ และมีอีกแค่ทางเดียวที่จะทำให้เราหยุดได้
...คือเราตาย


และมันไม่ได้มีพล็อตแค่เรื่องเดียว
เราค้นพบพล็อตนิยายเกือบ 10 เรื่องในโน๊ตบุ๊คที่เราใช้สมัยเรียน
บางเรื่องคือพล็อตจบแล้วด้วย เราเลยตั้งใจว่า จะเขียนมันให้หมด
ทุกเรื่องนั่นแหล่ะ



สรุปคือ ที่เขียนมาตั้งแต่ต้นต้องการจะสื่ออะไร!?!
5555 ขอโทษค่า พิมพ์แล้วมัน มันมือ ฮืออออ
สิ่งที่เราต้องการจะสื่อจริงๆ คือความลึกซึ้งทางด้านอารมณ์
สำหรับความรักระหว่างเพศเดียวกันต่างหาก

พอเราได้ศึกษาและเสพหนักมาโดยตลอด เรารู้สึกว่า


เห้ย!!!
Love is Love อ่ะ เราโคตรรรคลั่งพวกคู่รักที่มีที่มาที่ไปเลย


แบบวันนี้อ่ะ
คือจะเริ่มเล่ายังไงดี มีคนๆนึงที่เราติดตามคอนเท้นท์ของเค้ามาตลอด
แล้วก็พอรู้คร่าวๆว่าเค้าไม่ได้มีความรักแบบทั่วไป
พอได้ฟังที่มาที่ไป เหตุการณ์ต่างๆที่พวกเค้าผ่านมาด้วยกันแล้วแบบ
ฮือออออออ ฟินอ่ะ แบบฟินจริงๆ

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าชีวิตใครน่าอิจฉา หรือน่าอนาถจิตนะ
เราอยากให้คุณศึกษาลงไปลึกกว่านั้นจริงๆ
แบบหาที่มาที่ไปของมัน
ชีวิตทุกคน คือมีสตอรี่อ่ะ

แล้วเราแบบ คือเซ้นซิทีฟกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
ยิ่งอินไปกันใหญ่เลย

สรุปคือ จะมาบอกว่า ไม่ว่าจะหญิงจะชายอ่ะ
สุดท้ายคือทุกคนมีสตอรี่ในชีวิตเว้ย ไม่มีใครต่ำหรือสูงกว่าใครเลย
ทุกคนผ่านสุขผ่านทุกข์ด้วยกันมาทั้งนั้นอ่ะ
ไม่มีเรา ไม่มีเขา ทุกคนคือเพื่อนกันทั้งนั้นนะะะะะะะ


อืออออ พูดมากเกินไปแล้ว
ยิ่งฟังยิ่งดูบ้า and yes...I'm crazy 55555
แบบเนื้อท่อนนึงในเพลง สุดขอบฟ้า ของ Thaitanium feat.แอ๊ด คาราบาว อ่ะ

'หลุดโลก and I prove it'

บัยยยยย 😘
SHARE
Writer
Savahale
Imaginator
My vow for two worlds ☘️ Writer | Courteous | Introvert

Comments

tearex
8 days ago
ขอแปะลิ๊งค์นิยายในจอยของเราเลยได้ไหมเนี่ย 5555555 สู้ๆ นะคุณนักเขียน
Reply
Savahale
7 days ago
ได้ค่ะ แบ่งปันเราได้ อิอิอิ เขินจุงง // ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยนะคะ สู้ๆเหมือนกันนะะะะ 😁✌🏻
tearex
7 days ago
http://www.joylada.com/story/5c3df6d8bc1be80001d53655

ขอบคุณค่าบบบบ