บทที่ 2 “ก่อนเริ่มออกเดิน”
        ผมมีโอกาสได้ทำงานในที่ที่มีพร้อมคนสนับสนุนให้ทั้งโอกาสได้เรียนรู้ฝึกฝนจนผมสามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้กับงานได้ดี แต่ถึงทางแยกผมมีโอกาสที่จะมอบสิ่งที่ดีให้กับตัวเอง เลือกความมั่นคงให้ตัวเอง ผมได้รับโอกาสให้เข้าร่วมทำงานกับบริษัทที่ปรึกษางานก่อสร้างแห่งหนึ่ง แต่ผมก็ตอบปฏิเสธไป ไม่รู้ว่าเพราะยังเป็นห่วงงานที่ทำตอนนี้หรือเปล่า แต่ผมก็ได้ตัดโอกาสที่มีความมั่นคงทางด้านการงานตัวเองไป เลือกทำในสิ่งที่ยังไม่แน่นอน ด้วยเพราะห่วงงานที่ทำอยู่อยากจะสานต่อให้เสร็จสิ้น จนวันนี้ผมได้สิทธิ์ตัดสินใจอีกครั้งผมเลือกที่จะไม่อยู่ต่อ มันเป็นการตัดสินใจโดยใช้ตักกะอะไรก็ไม่รู้ ที่รู้ๆคือเล่าให้ใครฟังก็มีแต่คนว่าทำไมไม่คว้าโอกาสนั้น ผมก็คิดนะถ้าย้อนกลับไปได้ ก็จะยังตัดสินใจแบบนี้ เลือกที่จะไม่รับโอกาสนั้นเพียงเพราะเรายังไม่พร้อม เลือกที่จะลาออกจากที่เดิมเพราะหน้าที่ของเราได้สำเร็จแล้ว

ในการที่ผมตัดสินใจไปแบบนั้นมันทำให้ผมโตขึ้นจากที่เป็นอยู่ กล้าที่จะปฏิเสธในสิ่งที่ตัวเองบอกไม่ใช่ กล้าที่จะยอมเสี่ยงเพื่อจะได้ลองอะไรใหม่ๆ กล้าที่จะให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้ตัวเองมากขึ้น กล้าที่จะออกเดินทาง

ทริปครั้งนี้เกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายคืออยากไปที่ไหนก็ได้ ที่ได้อยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องคิดอะไรมาก อยู่กับหนังสือที่ตัวเองอยากอ่าน อยู่กับกล้องถ่ายรูปในมุมที่ตัวเองอยากถ่าย เอาเท้าแช่น้ำ ในมือมีเครื่องดื่มเย็นๆสักขวด คืออะไรก็ได้ที่ได้อยู่กับตัวเองมากที่สุด แต่ก็ไม่ได้เน้นเที่ยวมาก

คำตอบที่ผมให้ตัวเองคือฟิลิปปินส์ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ผมอยากไปมาก ไปตามหาวันพีช ไปตามหาแกรนด์ไลน์ อะไรประมาณนั้น มันคือความฝันของผมตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย (ออกแนวการ์ตูนหน่อยๆ) หาข้อมูลเลยจะไปไหนดี เน้นดำน้ำ เน้นเดินเล่นริมชายหาด พูดแล้วก็อยากจะไปซะวันนี้วันพรุ่งนี้เลย มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แหงนมองนาฬิกาข้างฝาห้องเวลาเกือบเที่ยงคืน ผมต้องกลับมาจากฟิลิปปินส์ทันที หน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อคนโทรเข้า เป็นชื่อที่นานๆจะได้คุยกันที ก่อนจะรับสายความคิดดันไปสะกิดต่อมขี้สงสัย เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าถึงโทรมาดึกขนาดนี้ มือผมกดรับทันทีปล่อยให้สมองคิดไป เสียงทุ่มๆดังขึ้นพร้อมประโยคทักทาย "สบายดีพี่บิลลี่" (เป็นเสียงของซิมมี่ รุ่นน้องที่หลวงพระบาง รู้จักกันเมื่อผมไปฝึกงานที่หลวงพระบางสมัยเรียนปีสี่ คณะสถาปัตยกรรมฯ) ผมตอบขานรับไป "สบายดี" ซิมมี่กล่าวถามผมโดยไม่อ้อมค้อม "ปลายเดือนมิถุนานี้ว่างไหม อยากจะให้มาเที่ยวหลวงพระบางสักหน่อย หลังจากคุยรายละเอียดเสร็จสับ ดันตอบตกลงไปซะอย่างนั้น แล้วซิมมี่รู้ได้ไงว่าผมกำลังหาที่เที่ยว ทุกอย่างมันเหมาะเจาะ ทุกอย่างมีจังหวะของมันจริงๆ แต่กลับมาที่ผมตอนนี้ฟิลิปปินส์ผมละ วันพีชผมละ พับเก็บอีกแล้วสินะ ครั้งนี้จึงต้องออกเดินตามคำเชิญของเจ้าบ้าน

หลวงพระบางเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ผมรู้จักมาสามสี่ปี แต่ผมกลับไปบ่อยกว่ากลับบ้านที่ต่างจังหวัดเสียอีก พอเล่าทริปให้เพื่อนฟัง ประโยคเดียวที่ได้ยินคำตอบซ้ำๆ คือไปอีกแล้วหรอ หรือไม่ก็หลวงพระบางมีอะไร ถ้าเพื่อนๆได้อ่านหนังสือเล่มนี้คงรู้ว่า 
        หลวงพระบางไม่ได้มีแค่วัฒนธรรมที่น่าหลงใหล ไม่ได้มีแค่บ้านเมืองที่น่าอยู่ ไม่ได้มีแค่น้ำตกสีฟ้ากับหมีตัวสีดำ แต่หลวงพระบางเป็นอีกครอบครัวหนึ่งของผม รู้สึกตัวอีกทีก็ผูกพันกับที่นี่ไปเสียแล้ว เป้าหมายการเดินทางมาหลวงพระบางครั้งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นบุคคลและความทรงจำดีๆ
SHARE
Written in this book
Story Laos “เรื่องลาวของเรา”
Story Laos “เรื่องลาวของเรา” การเดินทางครั้งนี้ ถึงผมจะไปแค่คนเดียว แต่เรื่องราวที่ผมจะเล่า มันเป็นเรื่องของเราหลายๆคน ที่ล้วนต่างเข้ามาทำให้ต่อมสนุกของผมทำงานอย่างแข็งขัน มันเป็นช่วงเวลาดีๆที่ผมจะจดจำและอยากบอกต่อ
Writer
billysakura
Story me story you
ชอบอ่านหนังสือพอๆกับชอบเขียนหนังสือ ชอบวาดรูปพอๆกับชอบถ่ายรูป IG : Billysakura

Comments