บุญชู บาหยัน ตันหยง
แกว่าอะไรเจ็บปวดมากกว่ากัน ระหว่าง
การจากไปของคนที่เรารัก
หรือ
การต้องเห็นเขาทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย 

ป้าเราชื่อ "บาหยัน"
ป้าเป็นผู้หญิงคนนึงที่มีอิทธิพลกับเรามาก เพราะเลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็กๆ
ตอน ม.3 ป้าเราป่วยหนัก ต้องเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาล
ตอนนั้นเราคิดว่า เดี๋ยวก็หาย
เดี๋ยวก็ได้ทานอาหารฝีมือป้าหยันเหมือนเดิม

จนในที่สุด แม่ตัดสินใจบอกเราว่าป้าเป็นมะเร็ง
"เชี่ย มะเร็งคืออะไรวะ" 
วัยเด็กตอนนั้นรู้แค่ โรคนี้มันต้องร้ายมากๆ
มากจนอาจจะทำให้เราไม่ได้อยู่กับป้าอีกเลย 

เราไปเยี่ยมป้าเกือบทุกวัน โดยผ่านการบรีฟจากคุณ "ตันหยง" หรือแม่ว่า
"บิวห้ามร้องไห้นะ ถ้าร้องแล้วคนป่วยจะเสียกำลังใจ"
โห ฮึบก็ฮึบวะ
ตลอดการป่วยของป้า เราไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้เลย

ในที่สุดป้าก็จากไปด้วยโรคมะเร็งตับ ทั้งๆที่ป้าเป็นคนไม่ดื่มเลย
โกรธอยู่เหมือนกัน ทำไมต้องให้คนดีๆตายไวด้วยวะ
แต่ก็คงดีแล้วที่ป้าไม่ต้องอยู่มาจนถึงรัฐบาลนี้ หรือถ้าป้ายังอยู่แล้วเป็นสลิ่ม ก็คงปวดใจไม่น้อย

การตายของป้าส่งผลกับทุกคนในบ้าน
เป็นครั้งแรกที่เราได้เรียนรู้ว่า เสาหลักของครอบครัวไม่ใช่คนที่หาเงินเลี้ยงดูทุกคน
แต่เป็นคนที่เป็นที่พักพิงของพวกเราในวันที่พวกเราโคตรเหนื่อย

มีครั้งนึง แม่บอกว่าดูหนังรถไฟฟ้ามาหานะเธอแล้วแม่ร้องไห้
"ฉากไหนอะแม่"
"ฉากที่เหมยลี่บอกว่า ฉันกินข้าวคนเดียวมาจะสองเดือนแล้วนะเว้ย"
แม่บอกว่า แม่คิดถึงคุณบาหยัน พี่สาวของแม่
หลังจากนั้นเราสัญญากับตัวเองว่า จะพยายามกินข้าวพร้อมแม่ให้ได้มากที่สุด
นี่ก็เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ได้รู้ว่า แม่ไม่ได้เข้มแข็งตลอดเวลา

ช่วงปี 4 คุณ "บุญชู" ยายวัย80กว่าของเราก็ป่วยแบบจริงๆ
ที่ต้องเรียกว่าป่วยแบบจริงๆเพราะยายเป็นคนที่คิดว่าตัวเองป่วยตลอดเวลา
ถ้าร่างกายมีอะไรที่แปลกไปจากเดิมนิดนึง ยายนับว่าป่วยหมด ต้องหาหมอ
เราได้รับอิทธิพลข้อนี้มาจากยาย จนเพื่อนที่เรียนหมอยังแซว
"คนแบบมึงอะ ตายยากนะ รู้ตัวเร็ว"

เออ รู้ตัวเร็วจริง สรุปไอ้การป่วยแบบจริงๆของยายเนี่ย
หมอบอกว่าเป็นมะเร็ง
อะ มะเร็ง มึงเล่นบ้านกูอีกละ

ตอนแม่โทรมาบอกว่ายายเป็นมะเร็ง น้ำเสียงแม่ทั้งเครียดและกังวล
"ต้องพาไปฉายแสงทุกวัน เดือนนึง เขาจะยอมมั้ย"
"ก็ต้องยอมแหละแม่"
"คนแก่ เขาดื้อนะ นี่ก็บ่นทุกวันเวลาไปหาหมอ"
"อือ ยายดื้อจริง แม่สู้! บิวเป็นกำลังใจ เดี๋ยวบิวไปช่วยดูยายนะ"
"แม่ก็เครียด กำลังคิดว่า ยายก็อายุเยอะแล้ว รักษาไปก็ไม่รู้จะหายไหม ถ้าหายจะอยู่กับเราได้อีกกี่ปี แล้วถ้าระหว่างรักษาเขาไม่มีความสุข เราให้เขาอยู่บ้านไหม แล้วรักษาตามอาการ อย่างน้อยถ้ายายได้อยู่บ้านปลูกต้นไม้ ยายก็แฮปปี้"
"อือ ถ้าให้ยายใช้ชีวิตแบบมีความสุขก็ดีนะ"
"แต่แม่ก็คิดว่า โรคที่ยายเป็น แม่รู้วิธีรักษา มันมีวิธีรักษา มันหายได้ แต่ต้องใช้เวลาและความพยายาม ถ้าไม่พายายไปรักษา เราก็รู้สึกผิด ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน"

เหมือนปรัชญาชีวิต 
เราพูดคุยเรื่องนี้กันนานมาก
เราจะให้ยายใช้ชีวิตที่เหลือแบบที่ยายต้องการคืออยู่บ้านปลูกต้นไม้ที่ยายรัก แล้วพวกเราก็เตรียมรับมือกับความสูญเสียอีกครั้ง
หรือเราจะต้องทนเห็นยายเจ็บปวดจากโรคที่เป็นผ่านการรักษา การฉายแสง
อันไหนทุกคนจะเจ็บปวดน้อยที่สุดวะ
อันไหนยายจะมีความสุขกับชีวิตของยายที่สุด

สุดท้ายเราและแม่ตัดสินใจพายายเข้ารับการรักษามะเร็ง
ระหว่างรักษายายเราโคตรดื้อ ดื้อจนเราแอบคิดว่า
"มาดูกันไอมะเร็ง แกกับยายเรา ใครจะดื้อกว่ากัน"

และแน่นอนคุณบุญชูไม่เคยทำให้เราผิดหวัง
มะเร็งที่ว่าแน่ ยังแพ้ยายบุญชูหวะ
ตลอดเวลาของการรักษา แม่พบเจอกับความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ความดื้อของยาย
และความเหน็ดเหนื่อยในการพายายเข้ารับการรักษาสม่ำเสมอ
ในที่สุดยายกับแม่ก็ชนะมันแล้ว ไอเจ้ามะเร็ง
ปัจจุบันยายเราหายจากโรคมะเร็งแล้ว และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในการปลูกต้นไม้


กลับมาย้อนถึงคำถาม ที่ว่า ระหว่างการจากไปของคนที่เรารัก หรือ การต้องเห็นเขาทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย อันไหนมันเจ็บปวดกว่ากัน

การจากไปของป้า "บาหยัน" หรือ
การต้องเห็นยาย "บุญชู" ทรมานจากความเจ็บป่วย

ถ้าถามเรา เราว่าสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด มันคงเป็นเรื่องที่ต้องอยู่ต่อของคุณ "ตันหยง"

การจากไปของคนที่รัก
การต้องเห็นคนที่รักทรมานจากความเจ็บป่วย 
จะเป็นเรื่องไหน มันก็เป็นเรื่องของคนที่อยู่ต่อทั้งนั้น
เป็นเรื่องที่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อ ต้องดำเนิน จัดการทั้งกับความรู้สึกและกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

ทั้งสองเหตุการณ์ในชีวิต แม่ต้องใช้พลังกายพลังใจอย่างมาก 
ในการก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่แสนยากลำบากเหล่านั้น

บางทีความตายหรือความเจ็บป่วยอาจไม่ใช่เรื่องที่น่าเจ็บปวด
แต่สิ่งที่เจ็บปวดอาจเป็นการที่เรายังคงต้องอยู่ต่อไป
อยู่ต่อบนโลกใบนี้ ได้มองเห็นคนที่รักเจ็บปวดทรมานจากความเจ็บป่วยและจากเราไป

แต่กว่าวันนั้นจะมาถึง วั้นที่เราต้องพบเจอกับความเจ็บปวดเหล่านั้น เราเชื่อว่าเราคงได้รับความรักมามาก มากพอที่จะทำให้การจากไปหรือความเจ็บปวดของใครส่งผลต่อหัวใจเรา

และเราเชื่อว่าระหว่างทางในชีวิตของคุณตันหยง เธอจะต้องได้รับความรักเหล่านั้นมามาก อย่างน้อยก็จากฉัน ลูกสาวของแม่
                                                                                                             รักเสมอ
                                                                                                              บิวเอง

 

SHARE
Writer
Biiwako
nothig
miss me press 22

Comments