ฉันเป็นใคร(8) Chaeyeon × Sakura
"เธอว่าคุณไพรินเหมือนจะรู้จักเธอมาก่อน" กุลถามสายชลเมื่อสายชลเล่าเรื่องที่ไปทำงานวันแรกกับไพรินให้ฟัง

"แถมตอนเรียกแทนตัวเองว่าพี่ด้วย แต่ฉันแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน" คุณไพรินเลยเปลี่ยนประโยคคำถามใหม่

"แล้วมีอะไรอีกรึเปล่า" กุลถามเข้นเอาคำตอบ ท่ามกลางการจับจ้องผู้กองอัน หมวดว่านและหมวดพิม

"มีถามเรื่องความทรงจำ ดูคุณไพรินมีสีหน้าโกรธมากตอนฉันบอกว่าศีรษะของฉันถูกกระแทกด้วยของแข็ง" เหมือนกับรู้ว่าใครเป็นคนทำ


"เธอไม่รู้สึกคุ้นเคยกับคุณไพรินเลยหรอ" กุลถามออกไปตามตรง

"ขนาดน้องหวานฉันยังจำไม่ได้เลย ถึงแม้จะมีรูปที่เคยถ่ายด้วยกันมายืนยัน คิดว่าคุณไพรินที่ดูแตกต่างกับฉันขนาดนั้น" คงห่างไกลเกิดกว่าจะจำได้

"อันกำลังตั้งข้อสันนิษฐานว่าเกิดคุณไพรินรู้จักกับคุณสายชลจริงๆ ทำไมถึงไม่บอกสายชลไปเลยละ" จะมาถามเพื่อหาคำตอบทำไมกัน

"ใช่ค่ะเป็นว่านคงดีใจมากที่ได้เจอกับคนที่รู้จัก" หรือมีอีกเหตุผลนึงคือไม่แน่ใจ

"มีอีกเรื่องนึงฉันลืมบอก คุณไพรินขอดูรอยสักที่ข้อมือของฉัน" ด้วยความที่ทำงานในโรงแรมต้องใส่เสื้อแขนยาวเลยไม่มีใครได้เห็น แถมรอยสักก็ไม่ได้ใหญ่ชัดเจนถ้าไม่สังเกตุ

"แล้วมีอะไรอีกรึเปล่า" เพื่อจะได้เป็นข้อมูล

"ไม่มีแล้ว ที่คุยกันก็มีเท่านี้" สายชลส่ายหน้าปฏิเสธ

"พิมงั้นเธอไปส่งคุณสายชลกลับบ้าน" เมื่อถามรายละเอียดที่อยากรู้หมดทุกอย่างแล้ว

"คุณขอถามอะไรหน่อยซิ เรื่องที่พวกคุณสืบมันร้ายแรงมากแค่ไหนหรอ แล้วถ้าฉันเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะมีความผิดใช่มั้ย" ถึงเขาจะจำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าในอดีตเขามีส่วนเข้าไปพัวพันคงต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

"อย่ากังวลไปเลยค่ะ อีกอย่างตอนนี้คุณสายชลก็มีส่วนในการช่วยพวกเราสืบคดี" ถึงเรายังไม่สามารถบอกได้ว่าเรื่องที่เราสงสัยมีส่วนเชื่อมโยงกันอย่างไร

"ถ้าอดีตฉันผิดจริงก็คงต้องยอมรับ" สีหน้าสายชลดูเศร้าลงแต่ยังฟืนยิ้มให้ทุกคน โดยเฉพาะกุล สายชลจ้องมาเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และสัมผัสได้ว่าเธอเองเป็นห่วง

"อันสงสารเขาว่ะพี่" เมื่อหมวดพิมพาสายชลออกไปส่งที่บ้าน

"แต่อดีตมันก็แก้ไขไม่ได้นะ ถ้าเขาผิดเราก็ต้องจับ" ด้วยหน้าที่ไม่ใช่ความรู้สึก ถึงจะรู้สึกแย่แค่ไหนก็ตาม

"ทำไมต้องเป็นคุณสายชลด้วย ทำใจลำบาก ถ้าเกิดเขาความจำกลับมา ถึงจะมีส่วนช่วยให้การสืบเรากระจ่างขึ้น ก็มีความผิดอยู่ดี" แล้วหลักฐานที่เรามีชัดเจนว่าคุณสายชลมีรอยสักเช่นเดียวกับพวกค้ายาเสพติดที่เรากำลังสืบอยู่

"พี่ว่าเขาก็คงทำใจไว้แล้ว" พวกเราก็คงต้องทำใจเช่นกัน "วันนี้กลับบ้านกันเถอะ กลับไปพักผ่อน"ความจริงที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นจริง"หวานถ้าพี่จากที่นี่ไปอีกครั้งหวานจะเสียใจมั้ย" ถามระหว่างที่นั่งทานข้าวกันอยู่หลังหมวดพิมมาส่ง

"พี่ชลจะไปไหน" ถามอย่างตกใจ

"ไม่ไปไหนหรอก ถามไปอย่างนั้นแหละ กินข้าวเถอะ" สายชลยิ้มให้หวานแล้วตักไก่ทอดใส่จานให้

"พี่ชลก็กินเยอะๆนะ จะได้มีแรงไปปกป้องคุณทับทิม" เห็นรอยยิ้มของหวานที่เธอรู้สึกเหมือนน้องสาวจึงไม่อยากให้หวานเสียใจ อยากใช้เวลาที่มีกันอยู่ให้มีความสุข

"เห็นว่าวันนี้พี่ชลไปทำงานกับเจ้านายคุณทับทิมเป็นไงบ้าง" ใจดีรึเปล่า

"ก็ทำงานคล้ายๆกัน ไม่ได้ยากอะไร มีลูกน้องของคุณไพรินช่วยแนะนำด้วย" บอกให้หวานสบายใจว่าการทำงานราบรื่น

"ดีจังพี่สายชลเข้าไปทำงานไม่เท่าไหร่ก็ได้เข้าไปทำงานกับเจ้านายเลย" หวานมองสายชลด้วยความภูมิใจ

"อยากเปลี่ยนงานรึไง พี่บอกคุณทับทิมให้ได้นะ" เห็นเดินไปเดินมาดูลูกค้าทั้งวันคงเหนื่อยแย่

"ไม่พี่" หวานพอใจงานนี้ที่สุด เธอรักที่จะทำงานในตำแหน่งนี้ 

"หลังๆพี่เองก็ไม่ค่อยได้ดูแลหวานเท่าไหร่ กลับบ้านก็ไม่พร้อมกัน ขอโทษนะ" สายชลยกมือลูบศีรษะหวานด้วยความเอ็นดู

"ไม่ต้องห่วงน้องหรอกนะ น้องดูแลตัวเองได้" ไม่ต้องห่วงนะคะ

"คนเก่ง แต่มีอะไรต้องบอกนะ" ถ้าเกิดหวานเป็นอะไระคงเสียใจ

"ยุงกัดนี่ต้องบอกมั้ยค่ะ" หวานยิ้มทะเล้นใส่สายชล

"บอกซิพี่จะได้หาอะไรมาทาให้" เวลามันกัดใหม่นี่คันยิบๆเลย แล้วก็แตกเป็นตุ่มเบ้อเร้อ

"พี่ชลหนูล้อเล่น" แต่ขอบคุณมากๆนะคะที่ดูแลกันแบบนี้

"เรานี่นะ" ใช้กำปั้นทุบเบาๆที่ศีรษะหนึ่งที่ 

"คุณไพรินคิดอะไรอยู่หรอค่ะ" ไข่มุกเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้านายนั่งนิ่งอยู่นาน

"ไม่มีอะไรหรอก เธอไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวฉันก็จะไปพักผ่อนเหมือนกัน" วางแล้วลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่ประจำเดินเข้าห้องไป

ใจหนึ่งก็อยากจะบอกว่าเราสองคนรู้จักกัน แต่อีกใจก็ไม่อยากจะเล่าช่วงเวลาที่เราต้องผ่านกันมา มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าจดจำ ได้แต่หวังว่าอยากให้ชีวีตของเขาได้เริ่มต้นใหม่ มีความสุขไม่ต้องทุกข์กับความทรงจำในอดีตที่เธอมีส่วนดึงเขาเข้ามา

1 ปีที่แล้ว

"พี่ไม่ไหวแล้วหยก" เธอวิ่งหนีพวกลูกน้องของสามีมานานจนร่างกายเริ่มไม่ไหว

"ไม่พี่ หยกจะไม่ทิ้งพี่ไปไหน ถ้าพี่อยู่ที่นี่ หยกก็จะอยู่ด้วย" พวกเธอซ่อนตัวกันอยู่ในโกดังเก็บของที่ท่าเรือ

"กูรู้ว่าพวกมึงอยู่ที่นี่ออกมา" เสียงของลูกน้องสามีไพรินดังขึ้น

"ถ้าพระเจ้ายังเห็นใจเราสองคนต้องรอด" หยกได้แต่ภวานาในใจอยู่อย่างนั้น

"พี่เราต้องออกไปจากที่นี่ พวกมันเดินไปทางโน่นแล้ว" หยกมองผ่านไปในความมืดด้วยดวงตาที่มีความพิเศษกว่าคนอื่น

"พวกมันอยู่นั่น" เสียงตะโกนดังจากดาดฟ้าของโกดัง 

"เราต้องรีบแล้วพี่" หยกพยายามจะติดเครื่องยนต์ของเรือเพื่อออกจาฝั่ง

"พวกมึงไปเตรียมเรือ" เสียงคำสั่งตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

"ยิงพวกมัน" กระสุนปืนกราดยิงเข้าที่ถังน้ำมันจากท่าเรือ แต่เพราะค่ำคืนที่มืดสนิททำให้ไม่โดนจุดสำคัญของตำแหน่งเรืออย่างที่ตั้งใจ

"เอาไงดีหยก" พวกนั้นคงไม่ปล่อยเราแน่

"อ้อมโค้งข้างหน้าไปมีแนวหินโสโครกอยู่มาก ถ้าพวกมันเกิดขับชนเข้าเราก็รอด" ถึงจะเสี่ยงเพราะเป็นเวลากลางคืน แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่รู้ว่าจะมีทางไหนให้รอดแล้ว

"พี่ใส่ชูชีพนี่ไว้นะ" หยกยื่นเสื้อให้กับไพริน จนไพรินจัดการล็อคเสื้อให้เรียบร้อย

"แล้วหยกละ" พยายามมองหาชูชีพอีกตัว

"ของหยกมีห่วงยางพี่ไม่ต้องห่วง" เธอส่งยิ้มให้ไพรินเพื่อจะได้สบายใจ

"ปัง!!!" เสียงปืนดังขึ้น จนทั้งสองรู้สึกว่าเสียงใกล้กับตัวเรือมาก  หยกมองไปก็เห็นลูกน้องของสามีไพรินขับเจ็ทสกีอยู่ข้างตัวเรือ

"นึกว่าจะรอดหรอว่ะ" เสียงตะโกนดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

"พี่มาคุมเรือที" ตอนนี้เธอต้องไปจัดการกับเจ็ทสกีลำนั้น

"แน่จริงก็ตัวต่อตัว" การต่อสู้ของทั้งสองคนจึงเกิดขึ้น จนกระทั้งอีกฝ่ายเพลี้ยงพล้ำจึงเริ่มใช้วิธีสกปรกเพื่อทำร้ายหยก 

"มึง" ท่อนไม้ถูกฟาดลงที่ศีรษะหยกอย่างแรง แต่เจ้าตัวยังพอมีสติประคับประคองตัวเองลุกขึ้นยืน

"ปัง!!!" เสียงปืนดังขึ้นเพราะไพรินเกิดเป็นห่วงหยกจึงวิ่งออกมาดูจากห้องบังคับเรือ แล้วคว้าปืนยิงผ่ากลางกระบาลลูกน้องสามีตายคาที

"ไม่ หยก ไม่" เสียงกรีดร้องดังไปทั่วเรือเมื่อไพรินไม่สามารถคว้าร่างของหยกที่พลัดตกจมดิ่งลงสู่ท้องทะเลท่ามกลางความมืดได้


"พี่ชลนั้นแหละชอบแกล้งหวาน" วันนี้สายชลมาทำงานพร้อมกับน้ำหวานตามปกติแต่บังเอิญ

"ไม่คิดว่าจะได้เจอกัน" คุณซูซี่เข้ามาทักทายแล้วปรายตามมองไปยังคนที่ยืนอยู่ข้างสายชล

"สวัสดีค่ะ" สายชลกล่าวทักทายตามมารยาท

"สวัสดีค่ะ" น้ำหวานก็ยกมือไหว้ทักทายตามสายชลด้วยรอยยิ้ม "งั้นหวานไปก่อนนะพี่ชล เย็นนี้เจอกัน" 

"ตั้งใจทำงานละ" สายชลใช้มือจับที่ศีรษะหวานแล้วยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู

"อืม" ซูซี่ทำเสียงขัดจังหวะ สายชลจึงเบนสายตามาสนใจเธอแทน

"ไม่ได้พบกันหลายวันเลยคุณซูซี่สบายดีนะคะ" กล่าวประโยคทั่วๆไปของการสนทนา

"สบายดี แต่ถ้าจะสบายกว่านี้คือการได้เธอไปดูแล" เธอส่งสายตายั่วยวนสายชล แล้วใช้มือไล้ไปตามสาปเสื้อสูท

"ขอโทษนะคะ แต่ฉันคงจะดูแลคุณซูซี่ไม่ได้ แต่ทางโรงแรมเรามีบริการสปาที่จะช่วยทำให้คุณรู้สึกสบาย" ยังไงก็โทรเรียกบริการได้

"ใจแข็งจัง" ใช้ผ่ามือแตะลงที่หน้าอกข้างซ้ายของสายชล

"ไงขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ มีงานต้องทำอีกหลายอย่าง" ถอยตัวออกเล็กน้อย แล้วโค้งศีรษะบอกลาก่อนจะเดินออกไป

"จะทำยังไงให้เธอยอมนะ" ซูซี่มองตามสายชลที่ค่อยๆเดินห่างไป
เด็กคนนั้นอาจช่วยได้"เมื่อกี้เธอเจอซูซี่หรอ" สายชลเดินเข้าห้องมาคุณทับทิมก็เอ่ยถามทันที

"ค่ะ ชลมาถึงโรงแรมก็เจอเธอโดยบังเอิญตรงทางเข้า" ตอบตามตรงเพราะรู้ว่าต้องมีคนมารายงานหรือดูผ่านกล้องวงจรปิด


"ที่หลังให้เข้าทางด้านหลัง เธอก็ด้วยนะขิง" ทับทิมพูดด้วยท่าทีจิงจัง

"แล้ววันนี้เรียกชลมามีธุระอะไรรึเปล่าค่ะ" เพราะคุณทับทิมให้เธอหยุดพักงานยาวจนกว่าการเจรจากับคุณซูซี่จะสำเร็จ การเรียกมาพบแสดงว่าต้องมีธุระสำคัญ

"ฉันจะให้เธอกับขิงไปตามที่อยู่นี่ให้หน่อย แล้วเข้าไปสำรวจว่าสภาพเป็นยังไงบ้าง ถ่ายรูปมาให้ฉันดูด้วยก็ดี" ยืนแผ่นกระดาษที่เขียนแผนที่ให้พร้อมกล้องถ่ายรูป

"ได้ค่ะ" พอรับกระดาษที่ทับทิมเขียนให้สายชลกับกุลก็ออกไปทำตามคำสั่งทันที โดยทับทิมได้ให้คนเตรียมรถไว้เรียบร้อยแล้ว

"ทับทิมทำตามที่พี่บอกแล้วนะคะ" ต่อสายตรงรายงานไพรินทันที

"มันจะเป็นที่แบบไหนกัน" ที่ที่คุณทับทิมให้มาดู

"จะเป็นที่แบบไหนก็ช่างแต่ตอนนี้ช่วยฉันดูแผนที่ก่อน" เดี๋ยวจะขับเลยต้องไปกลับรถอีก

"ในแผนที่บอกต่อไปเลี้ยวเข้าถนน×××" สายชลจ้องแผ่นกระดาษในมือแล้วมองไปด้านหน้าตัวรถเพื่อดูป้ายที่ใช้บอกทาง

"ที่แท้เป็นโกดังร้าง" เมื่อขับรถมาจอดถึงสถานที่ที่ทับทิมให้ทั้งสองคนมาดู

"ยืนอยู่ทำไมเล่าถ่ายภาพซิ" สายชลยกกล้องขึ้นมาถ่ายตั้งแต่หน้าปากทางเข้า สภาพอาคาร  และบริเวณโดยรอบ

"ทำอะไรนะคุณ" สายชลรีบเข้สไปห้ามเมื่อกุลกำลังดันเลื่อนประตูโกดัง

"มาถึงแล้วก็ต้องทุกซอกทุกมุมซิ มาช่วยกันดันหน่อยประตูมันฝืด" ด้วยความที่โกดังถูกทิ้งไว้มานาน

"ใหญ่มาก" เมื่อเปิดประตูออกความยิ่งใหญ่ของตัวโกดังได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้สายชลอย่างมาก

'ถ้าจะใช้เพื่อเป็นแหล่งเก็บยาเสพติดถือเป็นแหล่งเก็บชั้นเยี่ยม' กุลคิดในใจ ด้วยเป็นสถานที่ร้าง คนไม่สนใจ ทางที่เข้ามาลึก สองข้างทางก็มีแต่ที่ดินรกร้าง ด้านหลังติดกับคลอง การลำเลียงทำได้ทั้งสองทาง

"คุณมาตรงนี้ซิ" เหมือยังมีคนอาศัยอยู่ในโกดังนี้ เพราะพวกเศษอาหารที่มาทิ้งไว้ยังดูใหม่

"เราต้องอยู่ใกล้กัน" กุลเข้าไปดึงมือของสายชลมาจับไว้ มืออีกข้างก็กุมด้ามปืนที่เหน็บอยู่ที่ข้างเอว

"ฉันได้ยินเสียงฝีเท้า" สายชลดึงกุลไปหลบอยู่หลังต้นเสา "มีแค่คนเดียว"


"ยกมือขึ้น" พอบุคคลที่สายชลได้ยินเสียงฝีเท้าโผล่มากุลก็จ่อปืนทันที 

"นี่ก็ไวจังเลย" สายชลรีบเข้าไปประกบกุล

"หยก" บุคคลนั้นเอ่ยชื่อเรียกจนสายชลกับกุลมองหน้ากัน

"เก็บปืนก่อนคุณ" สายชลเห็นว่าบุคคลตรงหน้าไม่มีพิษมีภัยอะไร

"นึกว่าจะไม่มีใครกลับมาที่นี่ซะแล้ว แกเป็นไงบ้างสบายดีนะ" บุคคลนั้นเข้ามาคว้าแขนสายชลจนเธองงไปหมด

"ขอโทษนะคะ แต่รู้จักฉันด้วยหรอ" สายชลใช้มีชี้ที่ตนเอง

"แกจำพี่ไม่ได้หรอ" จ้องเข้าไปในตาของสายชลแต่สายชลกลับส่ายหน้าพร้อมกับบอกถึงเหตุผลว่าที่เธอจำเขาไม่ได้เพราะความจำเสื่อม 

"งั้นพี่ช่วยเล่าเรื่องของชลให้ฟังหน่อยได้มั้ย" นี่อาจจะเป็นหนทางที่ทำให้เธอจำตัวเองได้

"แกเป็นน้องของเมียนายใหญ่ แต่ก็ชอบเข้ามาพูดคุยเป็นกันเองกับลูกน้องทุกคน จนกระทั้งมีช่วงนึงแกก็หายไป คนงานเลยคุยกันว่าแกน่าจะโดนส่งไปทำงานสำคัญให้นายใหญ่ที่อื่น จนกระทั้งนายใหญ่เสียชีวิต พี่ถึงได้เห็นแกกลับมาช่วยงานนายหญิง" บุคคลนั้นเล่าเรื่องราวต่างๆที่เขาได้รู้จักกับสายชลให้ฟัง

"แล้วตอนหลังที่นี่เกิดอะไรขึ้นหรอพี่" ตอนนี้สภาพมันเหมือนถูกทิ้ง

"เห็นว่านายหญิงไปแต่งงานใหม่ เลยทิ้งที่นี่ไป ลูกน้องก็เลยเอาของที่เก็บในโกดังไปขายและทยอยออกไปหางานใหม่ทำ" จนเหลือพี่อยู่คนเดียว

"ว่าแต่แกไม่ได้อยู่กับนายหญิงหรอ" เพราะตอนนั้นหลังจากนายใหญ่จากไป หยกกับนายหญิงเรียกว่าตัวติดกันมาก

"ตอนนี้ชลอยู่คนเดียวพี่ มีน้องสาวที่อ้างว่ารู้จักกันแต่เด็ก คอยเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง" ก็หวังอยู่ว่าวันนึงจะจำอะไรเกี่ยวกับตัวเองได้บ้าง

"ว่าแต่แกแทนตัวเองว่าชลหรอ เมื่อก่อนเห็นแทนตัวว่าหยก" เมื่อบุคคลตรงหน้าพูดขึ้น สายชลจึงเอาหยกที่คล้องคอติดตัวให้ดู

"พี่ก็ไม่เคยสังเกตุ" จึงไม่รู้ว่ามีเครื่องประดับชิ้นนี้ด้วย

เชื่อมโยงเรื่องราวของตัวเอง


SHARE
Written in this book
ฉันเป็นใคร

Comments

chaeyeoness
12 days ago
จะพีคแล้วๆๆๆๆ น่าติดตามม ป.ล.ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ🥰🥰
Reply