ไม่รู้เหรอว่าโลกจะเหวี่ยงคนที่ ... มาให้เรา
โลกไม่เหวี่ยงคนที่ใช่มาให้เราหรอก
ไม่รู้เหรอว่าโลก... จะเหวี่ยงคนที่เชี่ย (เหี้ย) มาให้เรา
ปลายนิ้วเลื่อนไถหน้าจอด้วยความเบื่อหน่ายราวกับว่าจะมีเรื่องน่าสนใจโผล่แวบขึ้นมาให้คลายความรู้สึกที่ว่า

โพสต์แชร์คอนเทนต์ของบางกระทู้ในเว็บดังเคลื่อนผ่าน สายตาสะดุดที่บางประโยค 
“โลกจะเหวี่ยงคนที่ใช่” นั้นทำให้ปลายนิ้วต้องเลื่อนกลับมาอ่านให้แน่ชัดว่าคืออะไร

“มีใครเชื่อบ้างว่าโลกจะเหวี่ยงคนที่ใช่มาให้เรา”

หน้าจอนั้น... นิ่งค้างหลายวินาที... 
ก่อนจะคลิกตามลิงก์เข้าไปอ่าน... แบบผ่านๆ
อาจเพราะใจ... ไม่เชื่อ...
และไม่รู้สึกด้วยว่า ความคิดของคนอื่นนั้นจะปรับเปลี่ยนความคิดของเธอได้

คอมเมนต์ในกระทู้นั้นออกไปในแนวขำขันสนุกสนาน มากกว่าจะตอบจริงจังอย่างที่คนตั้งกระทู้หวังไว้
เธอคลิกปิดหน้าต่างนั้น... แต่คำถามนั้นยังคงวนอยู่ในห้วงคิดอีกหลายเวลา
จนมันตกตะกอน กลั่นออกมาเป็นคำตอบสำหรับตัวเธอ (และคงจะอีกหลายคนว่า)

“โลกไม่เหวี่ยงคนที่ใช่มาให้เราหรอก โลกจะเหวี่ยงคนที่เชี่ย (เหี้ย) มาให้เรา” 
...

เหวี่ยงเข้ามากระแทกให้เรามึนงง 
รู้ตัวอีกทีใครคนนั้นก็เข้ามาอยู่ในชีวิตเราแล้ว

เหวี่ยงเข้ามากระแทกให้เราเจ็บปวด 
รู้ตัวอีกทีน้ำตาเราก็นองหน้าจากการกระทำของใครคนนั้นแล้ว

เหวี่ยงเข้ามากระแทกให้เราชอกช้ำ 
รู้ตัวอีกทีใคร เรื่องราวต่างๆ ก็เกิดขึ้นซ้ำๆ จากการกระทำของใครคนนั้นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ตลกดีที่โลกก็ไม่เคยเหวี่ยงใครคนนั้นออกไป  
และถึงเราจะพยายามเหวี่ยงใครคนนั้นออกไปเท่าไร มันก็ไม่เคยสำเร็จ

แต่สิ่งที่ตลกยิ่งกว่าก็คือ... ตัวเราเองดันโลกสวย 
คิดไปเองว่าใครคนนั้นจะคิดอะไรได้ แล้วอะไรๆ จะดีขึ้น

น้ำตาจะแห้งเหือดไปเหมือนน้ำค้างยามเช้าเมื่อต้องแสงตะวัน
แล้วเช้าวันใหม่ จะเป็นวันที่สดใส...
เรื่องวันเก่าจะเป็นเพียงอดีตที่นึกย้อนแล้วยิ้มรับอย่างเข้าใจ
ว่าคนเราย่อม ผิด-พลาด-พลั้ง กันได้

ทางเดียวที่จะลาขาดจากกันได้... เราอ้อนวอนขอโลกไม่ได้หรอก... 
ทำได้แค่เพียงเลือก... ที่จะเดินจาก... ออกมาเอง

เธอหัวเราะหึคล้ายเย้ยหยันกับความคิดนั้น
ก็แล้วมันกินเวลามากี่ปีดีดักกันล่ะ กว่าเธอจะตกผลึกความคิด มองเห็นโลกอย่างที่มันเป็น และก้าวเดินออกมา

เธอปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
โยนมันทิ้งลงข้างเตียง... หมดความสนใจ

โลกไซเบอร์นั้นกว้างใหญ่เกินกว่าที่วันนี้เธอจะเสาะหาสิ่งที่คลายเบื่อให้เธอได้
เธอจับจดแต่ทว่าก็ล่องลอยเกินไปกว่าจะรับสารที่ดีเข้าสู่สมองและจิตใจ


ในมุมหลืบของจิตใจและความคิดกระซิบบอกเธอแผ่วเบา
“สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ”
นอกจากตำราที่สอนให้เธอได้เรียนรู้ ประสบการณ์ก็คือความรู้อีกรูปแบบหนึ่ง
ส่วนกับคำถามที่ทำให้เธอหัวเราะเย้ยหยันตัวเองนั้น
สำหรับคนที่ใช่... เขาจะเดินเข้ามาหาเธอแบบปกติ อาจจะเดินสวนทางพบกันสักวัน
ไม่ก็เคียงข้างเสมอมาแต่เราไม่เคยรับรู้ หรือบางที... ก็แค่เดินเข้ามาหาเฉยๆ
แค่นั้นแหละ...

โลก... ไม่เหวี่ยงคนที่ใช่มาหาเราหรอก
แล้ววันหนึ่งเธอเองจะประจักษ์กับสิ่งที่ฉันบอก


Image by Adina Voicu from Pixabay
Inspiration by กระทู้ pantip.com 
SHARE

Comments