สภาวะฟองน้ำ

 
      ทันที่เราก้าวเท้าพ้นออกจากบ้าน หรือสถานที่ที่เรารู้สึกปลอดภัย นั้นหมายความว่าเรากำลังออกไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์ ผู้คนและอากาศที่ร้อนจัดในแต่ละวัน พื้นที่นอกห้องนอนจึงกลายเป็นสถานที่ที่เราต้องนิยามตัวตนขึ้นมาใหม่ในรูปแบบที่ให้ “คนอื่นเห็น” ไม่ใช่ตัวตนของเรา เราจึงต้องปรับตัวเพื่อเข้ากับสถานที่นั้นๆ คนภายนอก เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านไปข้างทาง ที่ไม่ใช่คนที่เรารู้จักเลยก็ตาม

       เราปรับตัวอยู่เสมอทันที่ที่มีคนอื่นนอกเหนือจากตัวเรา เราซึมซับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนรอบข้างตลอดเวลา แต่ในสภาวะหนึ่งสิ่งเหล่านั้นกำลังกระทบความรู้สึกของเรา จึงขอนิยามสภาวะนั้นว่า “สภาวะฟองน้ำ” ตามลักษณะของสิ่งที่เกิดขึ้น “ฟองน้ำ” คอยซึมซับสิ่งต่างๆ รอบตัวอยู่เสมอ  เพราะตัวมันอยู่ในสถานะที่อ่อนแอและอ่อนนุ่ม ไร้การต้านทานที่จะห้ามสิ่งใดก็ตามซึมผ่านตัวของมันไป ในวันใดวันนึงที่เราอ่อนล้าและร่างกายกำลังประท้วงต้องการพักผ่อน แต่สถานการณ์อาจไม่ได้เอื้ออำนวยให้เราทำแบบนั้น  เราจะค่อยๆ กลายร่างเป็นฟองน้ำที่มีรูและรอยรั่วมากมาย ร่างกายและจิตใจที่อ่อนแอจึงรับทุกความรู้สึกทั้งดีและร้าย โดยไร้ซึ่งการคัดกรอง  อารมณ์ที่เดี๋ยวดีใจและเสียใจเกิดขึ้นจากสภาวะนี้จะเรียกว่าเรา “อิน” กับทุกเรื่องก็ว่าได้ เราไม่สามรถปรับตัวและนำเรื่องได้ออกไปได้ทัน จึงรับทุกความรู้สึกของทุกคนเข้ามาแบกรับไว้ กลายเป็นฟองน้ำที่หนักอึ้งไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย

        สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณเตือนให้ตัวเราเริ่มหันมาทำแบบสำรวจความรู้สึกของตัวเอง หรือ “หาเวลาอยู่กับตัวเอง”  และค่อย ๆ คิดและจัดการความรู้สึก ว่าอะไรที่ทำให้เราอ่อนแอและอ่อนไหว. การได้อยู่กับตัวเองเงียบๆ จึงเป็นการการบำบัดใจอย่างหนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องกังวลว่าใครจะมองเรายังไง ไม่ต้องปรับอารมณ์เข้าหาคนอื่น ๆ  และไม่ต้องพยายามฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้อยากทำ  เมื่อไม่มีเรื่องใดต้องกังวลร่างกายจึงได้เข้าโหมดพักผ่อนอย่างแท้จริง
SHARE
Writer
Khunpraathit
khunpraathit
Rain is always pouring.

Comments