[วันที่พ่อป่วย] 03 - ค่ารักษาพยาบาล
หลังจากที่แม่เปิดดูบิลค่ารักษาพยาบาลแล้ว แม่ก็ทักแชทมาบอกผมถึงจำนวนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในคืนนั้น และเช้าวันผ่าตัด รวมถึงอีก 1 คืนก่อนจะทำการส่งตัวผู้ป่วยด้วย ว่าทั้งหมดอยู่ที่ราคา...

“บิลออกแล้วลูก ทั้งหมด 2 แสนกว่าบาท”

“เป็นค่าหมอผ่าตัด แล้วก็ค่าห้อง ICU…”

“ลูกไม่ต้องกังวลนะ เรื่องเงินน่ะ”

แม่เหมือนจะรู้ว่าผมตกใจ จึงพูดดักคอไว้อย่างเรียบๆ ก่อนที่คนฟังจะกระโตกกระตากไปมากกว่าที่เป็นอยู่

ผมเห็นแม่ว่าดังนั้น ก็เลยถามขึ้นแบบซื่อๆถึงเหตุผล

“อ้าว ทำไมอะแม่?”

“ตั้งแพง 2-3 แสน”

คำตอบของแม่ ทำเอาผมโล่งใจอย่างสุดขีด แม่พูดแบบอย่างสบายใจว่า

“อ๋อ เราเบิกได้ลูก จ่ายแค่ค่าส่วนต่างนิดเดียว ตรงค่าห้อง ICU แล้วก็ค่าอุปกรณ์อีกเล็กน้อย ไม่กี่หมื่นหรอก ไม่ต้องจ่ายเต็มราคา”

“เราจ่ายแค่ประมาณ 2 หมื่นเท่านั้นแหละลูก”

ผมตกใจกว่าเดิม เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ และโรงพยาบาลเอกชนก็เบิกค่ารักษาแบบข้าราชการ เบิกประกันสังคม บัตร 30 บาทรักษาทุกโรคก็ไม่ได้ พูดง่ายๆก็คือ ถ้าโดนหามมาโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ๆแพงๆแบบนี้ แทบไม่ต้องเดาเลยว่ายังไงก็ต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่ายอย่างแท้แน่นอน

แม่บอกว่าตอนนั้นเราใช้สิทธิ UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) เป็นนโยบายจากรัฐบาล นโยบายใหม่เพิ่งเริ่มมีการประกาศใช้เมื่อไม่กี่ปีก่อน คือ ถ้าหากมีผู้ป่วยฉุกเฉินถูกหามมาส่งที่โรงพยาบาลเอกชนที่ไม่ได้ทำสัญญาการให้สิทธิรักษาพยาบาลแก่สวัสดิการข้าราชการ บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ประกันสังคม โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวจะต้องรับคนไข้เข้าไปทำการรักษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ภายใน 72 ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ

พูดง่ายๆ ก็คือ กรณีคุณป่วย คุณถูกหามส่งโรงพยาบาลแล้วรถฉุกเฉินที่เรียกมาช่วย เขาดันพาคุณไปหาโรงพยาบาลเอกชนแพงๆ เขาจะรีบทำการรักษาให้ โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ภายใน 72 ชั่วโมงแรกหลังจากที่แอดมิดเข้าไป หรือจนกว่าจะพ้นขีดอันตราย

แล้วหลังจากนั้นเขาก็จะทำเรื่องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลรัฐในพื้นที่ใกล้เคียงอีกต่อหนึ่ง ทำให้การผ่าตัดใดๆหรือเหตุฉุกเฉินใดๆที่เกิดขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าเราจะเสียเงินเป็นแสนหรือเป็นล้าน

สำหรับคนที่ไม่มีประกันสุขภาพ หรือประกันเหตุการณ์ป่วยฉุกเฉินอะไรทำนองนี้ ไม่ต้องกังวลไป มันไม่ต้องเสียงาน เพราะรัฐบาลจ่ายให้ เหมือนบัตร 30 บาท บัตรข้าราชการนั้นแหละ มีปัญหาอะไรก็โทรไปที่ 1669 เลยครับ เขามีศูนย์ประสานงานคอยดูแลอยู่

คือ เขาจะมีเกณฑ์การคัดกรองของเขาอยู่ เช่น อาการป่วยต้องหนักจริง วิกฤติจริง เสี่ยงชีวิตจริง อะไรแบบนี้นะ ที่สำคัญคือต้องอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียงโรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้นด้วย อาการป่วยที่เข้าตามเกณฑ์เขาก็คือ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคทางเดินประสาท โรคเกี่ยวกับหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบสมองและเลือด

เอาง่ายๆ ถ้าใครมีภาวะช็อค หัวใจวาย อาการชัก เจ็บหน้าอก กล้ามเนื้ออ่อนแรง หมดสติ หายใจไม่ออก เลือดคั่งในสมอง เส้นเลือดในสมองตีบ/แตก ล้วนเข้าข่ายตามเกณฑ์ที่เขาให้ไว้ทั้งสิ้น หากถูกหามไปโรงพยาบาลเอกชนก็ในพื้นที่ใกล้บ้านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายครับ รัฐบาลออกให้

เดี๋ยวจะหาว่าผมโฆษณา อันนี้ผมไม่ได้ค่าโฆษณานะ แค่อธิบายรายละเอียดไว้เฉยๆเผื่อใครยังไม่รู้ มันดีมากๆ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่พึงจะต้องควักเงินให้โรงพยาบาลไปได้เยอะเลย

** ใครอยากสืบค้นต่อไป google ดูกันต่อได้ที่ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เอานะครับ **

คือ สรุปโดยรวมแล้วครั้งนั้น ไอ้ 2 หมื่นที่เราจ่ายกันไปนั้น ก็คือ ค่าส่วนต่างที่เป็นค่าห้องพักคนไข้ กับค่าปฏิบัติการอะไรเล็กๆน้อยๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาหลัก หรือค่าหมอ ค่ามีดอะไร (เพราะอันนั้นรัฐจ่ายให้แล้ว ทางครอบครัวคนไข้จึงมีหน้าที่จ่ายเงินเพียงค่าบริการ)

มันก็ดีอยู่นะครับ ที่มีอะไรอย่างนี้ ผมเองก็เพิ่งจะรู้ก็เมื่อเจอกับคนในครอบครัวตัวเองเนี่ยแหละ (และผมก็เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้เหมือนผมก่อนหน้านี้แหละ)

แต่อย่างไรก็ตาม การมารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนก็ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแพงอยู่ดี สำหรับคนที่อาจจะเอื้อมไม่ถึง ผมมานั่งลองๆคิดดู จากค่าดำเนินการ ค่ารักษา ค่าห้อง ICU เกือบ 2 แสน ต่อให้ทางญาติหรือครอบครัวคนไข้ที่ถูกหามมารักษาที่ต้องจ่ายหลักหมื่นภายในคืนเดียวเนี่ย มันก็ยังน่าจะลำบากสำหรับเขาอยู่ดี

อย่างถ้าเป็นคนที่เขาอาจจะต้องทำงานแบบหาเช้ากินค่ำ ทำงานได้เงินวันต่อวัน หรือมีเงินเก็บจำนวนไม่เพียงพอแล้วต้องควักเงินจำนวนมากขนาดนั้นคงคิดหนัก หรือถึงขั้นเป็นหายนะทางการเงินแน่ๆ

...

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น จ่ายบิล ทางโรงพยาบาลรัฐในพื้นที่ได้รับการประสานและตอบกลับยืนยันมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องทำการย้ายคนไข้จากโรงพยาบาลนั้นไปสู่โรงพยาบาลรัฐเพื่อทำการรักษาและติดตามอาการป่วยของคนไข้ต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อผมก็ถูกย้ายมาอยู่โรงพยาบาลรัฐชื่อดังประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง และที่นี่จะเป็นโรงพยาบาลที่พ่อต้องใช้พักรักษาตัวไปในเวลาอีกกว่า 3 เดือนข้างหน้า

SHARE
Written in this book
วันที่พ่อป่วย
เรื่องเล่าอ่านสบายๆเกี่ยวกับพ่อ คนสำคัญของครอบครัว ที่ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง เลยมาเล่าให้คนในเน็ตฟังเผื่อเป็นอุทาหรณ์
Writer
DarionTH
The Igniter
คนธรรมดาๆ

Comments