สาปรัก นาง สิงห์ บทที่7
 ปะทะ
เทวดากลับไปขบคิดหาวิธีที่จะเข้าไปหาคนธรรพ์ โดยไม่ปะทะกับนรสิงห์
โดยใช้หูทิพย์แอบฟังว่าในวันรุ่งขึ้นคนธรรพ์ไปไหน
ในที่ซ่อนของนรสิงห์ ทั้งสองกำลังสนทนากัน
นรสิงห์ที่รู้ว่าเทวดาพบตัวคนธรรพ์แล้ว แต่ไม่อยากให้คนธรรพ์รู้จริงได้พูดเตือน

“พักนี้เจ้าอย่าออกไปไหนไกล เป็นช่วงงูออกหากิน”
“ข้าเกรงเจ้าจะถูกกัดเอาได้”

คนธรรพ์พยักหน้ารับตอบ

“งั้นรุ่งขึ้นข้าจะไปเก็บสมุนไพร และวัตถุดิบสักหน่อยจะได้ไหม”

“รีบไปรีบกลับ อย่าได้ลีลาช้าเชียว”

วันรุ่งขึ้น คนธรรพ์เตรียมอุปกร์สำหรับเก็บพืชสมุนไพร เสร็จจึงออกป่าไป
เทวดาที่รู้ว่าคนธรรพ์กำลังจะเดินทางเข้าป่า ก็ได้แอบตามไป

“ครั้งนี้ข้าจะต้องพานางไปให้ได้”

แต่ทว่า! ไม่ทันได้เข้าใกล้คนธรรพ์ก็ต้องถูกขัดขวางเสียก่อน ปลายของพุ่งผ่านหน้าเทวดาไม่ฉิวเฉียด ความแม่นยำที่เฉียบคมจากการพุ่งหอก

“ถ้าข้าจะเล็งหอกไปที่ท่านไม่ยากแต่อย่างใดเลย”

“ข้าบอกให้ท่านกลับไปแล้วมิใช่หรือ”

เสียงที่พูดออกมาเป็นน้ำเสียงที่ดุดันแคร่งขรึม รังสีจิตสังหารพุ่งมาที่เทวดาอย่างเต็มที่

“เห็นทีคงต้องใช้กำลังกันเสียหน่อย”

“หึ!! อย่ามาผยองให้มากนัก”


เทวดาเหอะเหินขึ้นฟ้าแผงอิทธิฤทธิ์เข้าใส่นรสิงห์
ลูกไฟของเทวดาลอยบนมือข้างขวา อัดแน่ไปด้วยพลังและความโกรธ
ขว้างเข้าใส่นรสิงห์อย่างรวดเร็ว

ตู้มมมมมม!!!!! เสียงระเบิดจะลูกไฟปะทะกับ นรสิงห์ ทำให้เกิดควันขโมง จนมองไม่เห็นพื้น เทวดาจึงได้เสกลมพัดให้ควันหายออกไป
ไม่พบสิ่งใดตรงหน้า มีเพียงขี้เถ้าและหลุมขนาดใหญ่ไว้ ทันใดนั้น

นรสิงห์โผล่ออกมาทางด้านซ้ายของเทวดา

“ข้าหลบได้!!!”

นรสิงห์ชกเช้าที่เทวดาอย่างเต็มเป้า แรงหมัดแรงจนเทวดาที่ลอยอยู่ตกลงไปยังพื้นดิน
และไม่ทันได้ตั้งหลัก หมัดต่อไปของนรสิงห์ก็ตามมาอย่างรวดเร็ว
ถึงเทวดานั้นจะอ่อนกว่าในเรื่องการต่อสู้แต่ไหวพริบนั้นก็ไม่แพ้นรสิงห์

ฟู้วววววววววววววว... !!!

เสียงพัดเป่าออกจากปากเทวดา ในจังหวะที่หมัดกำลังจะถึงตัวเทวดา นรสิงห์ก็ถูกลมพัดปลิวไปเสียก่อนหมัดจะถึงตัว
เสียงการปะทะนั้นดังสนั่นไปทั่วป่า จนคนธรรพ์ได้ยิน

“นั้นเสียงอะไรกันน!!”

คนธรรพ์รีบวิ่งตามหาต้นเสียง่ามาจากที่ใด

ตู้มมมมมมม...!!!! เสียงที่ดั่งสนั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง

“ทางตะวันตก! อย่าบอกนะ”

คนธรรพ์รีบวิ่งไปตามเสียง จนเริ่มเห็นบางอย่าง

“ขอให้ไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดด้วยเถิด”

ทันทีที่ถึง พื้นที่บริเวณนั้นเต็มไปด้วยซากการปะทะ กลิ่นไหม้ของป่าไม้บริเวณนั้นฟุ้งเต็มไปหมด เพียงแค่การปะทะของคนสองคน สร้างความเสียหายมากมายมหาศาล

คนธรรพ์วิ่งฝ่าควันจนไปพบเข้ากับทั้งสอง ที่กำลังปะทะกัน

ทั้งเทวดา และ นรสิงห์ เริ่มอ่อนล้าจากการปะทะ นรสิงห์กำหอกไว้แน่นเข้นแรงที่มีออกมาทั้งหมดกำลังจะพุ่งหอกเข้าที่หัวใจเทวดา

เทวดาเองก็เค้นพลังจนหยดสุดท้าย ไปที่ลูกไฟ ที่มือขวาพร้อมที่จะปล่อยใส่นรสิงห์



“พวกท่านนนน!!! ได้โปรดดด หยุดดดด!!!”

เสียงกะโกนของคนธรรพ์ ที่ตะโกนออกมาให้ทั้งสองหยุดต่อสู้
สิ้นสุดเสียงตะโกนทั้งคู่ได้ปล่อยศาสตราวุทใส่กันทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้น คนธรรพ์วิ่งเข้าไปหวังจะรับการโจมตีของทั้งสองฝ่ายเอาไว้

แต่หอกและลูกไฟพุ่งเร็วกว่าที่คนธรรพ์จะวิ่งมาถึง...
หอกได้พุ่งแทงเข้าทะลุกระดูกไหปลาร้า ร่างเทวดาความเจ็บปวดสะท้านไปทั้งร่าง แต่ไม่อาจทำให้สิ้นชีวาลงได้

ลูกไฟประเข้านรสิงห์อย่างเต็ม

ตู้มมมมมมมมมมม!!! เสียงระเบิดของลูกไฟลูกระเบิดขึ้นอย่างแรง แรงระเบิดทำให้ร่างของคนธรรพ์ปลิวไปไกลกระแทกอย่างแรงกับพื้น

ร่างของนรสิงห์มีรอยไหม้ทั้งตัว บาดเจ็บสาหัส ใกล้ปางตาย

ณ เวลานั้นเอง

เหตุการ์ณทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ได้แค่3คนที่รู้ แต่อีก1คนที่รู้คือ

ผู้ที่นั่งประทับสูงสุดของฟ้าเองก็รับรู้เช่นกัน



“พวกเจ้าช่างน่าสงสาร ยิ่งนัก”



SHARE
Written in this book
หิมพานต์ : สาปรัก นาง สิงห์
โปรเจคนิยาย ที่ผู้เขียนอยากลองสักครั้ง เพื่อรับรู้ถึงความล้มเหลวในการเขียนครั้งแรกในชีวิต
Writer
peemm
writer
เป็นคนที่ชอบเขียนนผิดเยอะ

Comments