สาปรัก นาง สิงห์ บทที่6
 
ในอณาเขตของเหล่าสิงห์ กลิ่นแปลกประหลาด ที่ไม่คุ้นเคย ย่างกลายเข้ามา

ชายหนุ่มผิวกายผุดผ่อง รูปลักษณ์งดงาม กำลังเดินไปตามทางผืนป่า สายตากวาดไปรอบๆเพื่อกำลังหาบางอย่าง

เดินตามทางไปจนเจอกับแสงกองไฟ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลากลางวันแต่เปรวไฟที่กำลังขยับใต้ร่มเงาไม้สูงใหญ่ ก็ทำให้เห็นชัดยิ่งขึ้น

“ตรงนั้นมีใครอยู่กันนะ?”

เทวดาเดินเข้าไปใกล้ยังกองไฟนั้นได้ก็พบกับ นรสิงห์ที่นั่งอยู่

ทั้งคู่ได้สบตา ก่อนที่เทวดาจะเอ่ยถามด้วยความเคารพว่า

“ท่านนรสิงห์ ท่านได้เห็นใครกำลังเดินหลงทาง ในป่าบริเวณนี้นอกจากเราหรือไม่?”

นรสิงห์ตอบด้วยท่าทีที่นึ่งขรึม

“ข้าไม่เห็นผู้ใดหลงมาแถวนี้ นอกจากท่านเองที่ยืนต่อหน้าข้า”

สิ้นสุดคำตอบของนรสิงห์ เทวดาก็ได้เดินจากไปอย่างเงียบๆ

นรสิงห์มองตามเทวดาด้วยสายที่นิ่งเงียบ ไม่คาดสายตา รอจนเทวดาเดินพ้นจากสายตา เพื่อความมั่นใจว่าเทวดานั้นเดินไปไกลมากพอจึงกลับไปยังที่ซ่อน



“เขาไปหรือยัง?”

คนธรรพ์ถามนรสิงห์ ท่าทีของคนธรรพ์นิ่งสงบจนทำให้นรสิงห์ปะหลาดใจว่าทำไมถึงหนี ในเมื่อไม่มีความหวาดกลัวแผ่ส่านออกมาจากคนธรรพ์สักนิด นรสิงห์จึงเก็บความสงสัยนั้นไว้ เพื่อความแน่ใจว่าเทวดาออกไปจากบริเวณนี้แล้ว จึงออกไปสำรวจอีกครั้ง

เมื่อยามวิกาลมาถึง นรสิงห์ได้กลับมายังที่ซ่อน จึงเริ่มถามต่อคนธรรพ์

“ทำไมเจ้าถึงหนี เทวดาตนนั้น”

“เจ้าทำความผิดสิ่งใดหรือ?”



“ข้ามิได้ทำสิ่งใดหรอก เพียงแต่...”

“ข้าปฏิเสธคำชวนให้ข้า ไปอยู่คู่กับเขา”

“ข้าจึงหนี”

“เพราะข้า ไม่ต้องการมีชีวิตแบบนั้น”

“ข้าพอใจที่จะอยู่อย่างเรียบง่ายแบบนี้”

ในค่ำคืนที่พระจันทร์นั้นงดงามเต็มดวง นั้นคนธรรพ์ได้เล่าถึงสิ่งที่ตนพบเจอ

ตลอดการเดินทางอันยาวนาน เป็นค่ำคืนแรกที่คนธรรพ์ได้มีผู้ที่รับฟัง ความอึดอัดใจของตน เข้าใจและให้ความช่วยเหลือของตน



กาลเวลาผ่านพ้นหนึ่งฤดูกาล คนธรรพ์ได้อาศัยอยู่ในอณาเขตขของนรสิงห์

โดยไม่หลบซ่อนอีกต่อไป ด้วยความแน่ใจว่าเทวดาจะไม่พบตนเองอีก

เป็นช่วงเวลาที่ได้เจอความสงบที่ตนเองต้องการ

แต่แล้วชตาก็เล่นตลก ช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ

เทวดาได้หวนกลับมาโดยไม่คาดคิด กำลังเหอะเหินอยู่บนท้องฟ้า



เทวดาที่เห็นคนที่เห็นคนธรรพ์จากบนท้องฟ้า ได้ลงมายังพื้นดินเพื่อพูดคุยอีกครั้ง

แต่เมื่อเท้าสัมผัสพื้นดินทันที นรสิงห์ก็ปรากฏต่อหน้าอีกครั้ง

ทั้งสองได้เผชิญหน้ากันอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง

เพียงการปรากฏตัวของทั้งสอง ต่างรับรู้ทันทีโดยไม่ต้องเท้าความแต่อย่างใด

ต่างฝ่านรู้จุดประสงค์ของกันและกันทันที ทั้งสองสบตากันอีกครั้งแต่คราวนี้เป็นสายตาที่แคร่งขรึมจริงจัง เทวดาเริ่มถอนหายใจของความไม่พอใจเล็กน้อย

ก่อนจะเป็นฝ่ายพูดก่อน

“เป็นท่านเองสินะ ที่เก็บซ่อนนางเอาไว้”

นรสิงห์สวนกลับทันที

“ท่านกลับไปเถออะ!!”

“ได้โปรดข้า ขอคุยกับคนนั้นเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่?”

“นี่เป็นธุระส่วนตัวของข้า ได้โปรดอย่าเข้ามาขวางได้หรือไม่”

ท่าทีของนรสิงห์แข็งกล้าวขึ้นมาทันที

“ข้า ขอปฏิเสธ!”

“คนผู้นั้นไม่คู่ควรกับเจ้า ข้าจะเป็นผู้ที่ดูแลคนผู้นั้นเอง”

“กลับไปสะ ก่อนที่ข้าต้องใช้กำลัง”

เทวดาคิดด้วยความรอบครอบอย่างที่สุด ถ้าหากปะทะเทวดามีความมั่นใจในพลังของตนเองพอควรคิดว่าเมื่อชนะ แล้วคนธรรพ์ต้องมาเห็นภาพตนเองสังหารนรสิงห์แบบนั้น อาจทำให้หวาดกลัวได้ จึงได้ล่าถอยไป

SHARE
Written in this book
หิมพานต์ : สาปรัก นาง สิงห์
โปรเจคนิยาย ที่ผู้เขียนอยากลองสักครั้ง เพื่อรับรู้ถึงความล้มเหลวในการเขียนครั้งแรกในชีวิต
Writer
peemm
writer
เป็นคนที่ชอบเขียนนผิดเยอะ

Comments