เหมือนผมจะเคย
...อืม เหมือนผมจะเคยตั้งเป้าหมายไว้ใหญ่โตว่าอยากทำงานเกี่ยวกับเบื้องหลัง ทำงานหลังกล้อง ทำงานกับกล้องไม่ว่าจะดิจิตอลหรือฟิล์ม บังคับคนในการทำงานเป็นร้อยๆคน ผมเคยฝันอะไรใหญ่โตแบบนั้น
แต่พอกลับกัน ผมดันรู้สึกยังไม่เก่งพอ
แล้วเหมือนเป้าหมายที่เคยอยากจะไปมันดูสั่นคลอนลงทุกที บางทีผมอาจจะอยากแค่วาดรูปลงผ้าใบซักผืน ถ่ายทอดความรู้สึกในดนตรีซักบทให้คนหลายๆคนตรงหน้าให้รู้ หรืออาจจะแค่อยากเป็นคนที่ดี แค่นั้นก็ได้

แต่ในโลกที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเงิน มันทำให้ผมหยุดคิดไม่ได้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว ความฝันกับปากท้อง อะไรมันสำคัญกว่ากันนะ

ท้ายที่สุดแล้วความฝันของผม จะไปหยุดที่ผืนผ้าใบ เสียงเพลง หรือกล้องซักตัวกันนะ...


  แต่โอเค นอกจากนิเทศศาสตร์ มนุษยศาสตร์ บริหารธุรกิจ ผมก็ไม่ได้มีตัวเลือกที่แตกแขนงเพิ่มเติมไปเท่าไหร่ ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าความฝันกับเงินมันสามารถเดินไปด้วยกันได้ไหม หรือมันจำเป็นจริงๆน่ะหรอที่ต้องทิ้งซักอย่างนึงลงข้างทางแล้วไปคว้าในอีกสิ่งที่สำคัญกว่า
มือข้างนึงของผมรับน้ำหนักได้กี่อย่างกันนะ
นั่นคือสิ่งที่ผมไม่เคยรู้และยังไม่เคยได้ลองเลย
   และเหมือนจะมีคนเคยกล่าวไว้ว่า อย่าเอาความฝันไปเรียนต่อ อย่าเอาความฝันไปทำให้เป็นสิ่งที่เราเกลียดที่สุด แต่ความเห็นตอบกลับต่อมาทำให้ผมเริ่มที่จะลังเล
" เรียนในสิ่งที่ชอบ จะเกลียดแค่ไหนก็คือสิ่งที่ชอบ   แต่ถ้าเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบ จะเกลียดแค่ไหนเราก็ต้องชอบ และเราจะไม่มีวันมีความสุขกับสิ่งนั้นได้อีกเลย"
ในตอนนี้ผมไม่รู้หรอกในตอนนี้ว่าคำไหนที่มัน 'จริง'
ผมไม่รู้หรอกในตอนนี้ว่าคำไหนที่มัน 'ลวง'
แต่ชีวิตเราไม่ได้มีไว้เพื่อลองทำในสิ่งนั้นๆแค่ครั้งเดียว
.
ผมเลยยังไม่กล้าที่จะบอกว่า
'เรียนสิ่งที่ชอบแล้วจะเกลียดนะ'
'เรียนอะไรที่หางานได้ดีกว่า ความฝันเอาไว้ทีหลัง'
หรือ 'ทิ้งความฝันไปเถอะ'

แต่เพราะมันเป็นความฝัน
ในฝันมันเป็นภาพที่ชัดสิ่งยิ่งกว่าตอนไหน
ในฝันมันทำได้ในสิ่งที่ไม่เคย ได้ดีกว่าใคร
ในฝันเราควบคุมมันได้ถ้าเราเก่งกาจ เราไหว
และเอาจริงๆในฝันมันจะเป็นจริงได้น่ะ ไม่มีวัน

'ตราบใดที่ความฝันของเรามันแฟนตาซีเกินไป'
นอกนั้นถ้าคิดว่ามันเป็นจริงได้ ผมจะตามมันไป
.
จนกว่าผมจะหมดแรงในซักวัน



:-)
tj.


SHARE
Written in this book
diatj
Writer
jeanthai
writer
jeanthai is nearly to die

Comments