Last “Good bye”
‘เมื่อไหร่เรียนจบอะพี่’

“มึงถามกูแบบนี้อีกละ
จะจบละเว้ย เหลือตัวเดียว”

‘รีบไปไหน จบพร้อมผมดิ5555’

“เชี่ยไม่เอา มึงจะบ้าหรอ”

นี่คือบทสนทนาที่เกิดขึ้นบ่อยแทบจะที่สุด
ระหว่างผมแหละพี่ที่ผมค่อยข้างสนิท..พี่เนม

Nira-Name
ท้าวความก่อน พี่ที่ผมรู้จักคนนี้ชื่อว่า เนม แกเป็นที่รู้จัก และรักในหมู่รุ่นน้องในคณะผม เพราะว่าแกเป็นสันทนาการ ที่ตลก เล่าเรื่องห่าอะไรก็ฮาไปหมด เรียกว่าเกิดมาเพื่อเป็นสันทนาการ

และอีกเหตุผลนึงคือ แกเรียนจบช้า555 เพื่อนๆแกจบจนทำงานไปแล้ว รุ่นน้องบางคนก็จบก่อนแกอีก

นึกภาพตามๆกันไป แกหน้าผากเถิกๆ ใส่แว่น เหมือนเด็กเรียน แต่ไม่ใช่ แกเป็นคนตั้งใจเรียนนะ แต่ที่จบช้าก็เพราะมีปัญหาส่วนตัวนิดน่อย

ผมชอบชวนแกไปนั่งกินกาแฟละก็คุยสัพเพเหระ เพราะแกคุยได้ทุกเรื่อง แกชอบกินลาเต้เย็น และด้วยความที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน บทสนทนาเราจึงยาวเสมอ มีเรื่องคุยเยอะแยะไปหมด

สำหรับผม ผมสนิทกับแกนะ จนบางทีก็ลืมว่าแกเป็นรุ่นพี่ไปเลย ไปดูคอนเสิตด้วยกัน ฟังเพลงแนวเดียวกัน life style การใช้ชีวิตคือ แกเหมือนพี่ชายคนนึงจริงๆ แบบพี่ชายแท้ๆเลยหน่ะ
The First and last concert
‘พี่ ไปfungjai lab2 ป่าว’

“ไปดิ ไป เอาไลน์อัพมาดู”

‘ไปนะ เดะผมกดบัตร และพี่โอนตังมา’

“482 บาท พี่”

*รูปหน้าบัญชีธนาคาร*

“มี428วะ ขาดไปนิดนึง 555555”

‘เออพี่ค่อยให้วันงาน 5555’

แต่สุดท้ายแกก็โอนมานะ หลังจากนั้นประมาณ5นาที

ณ fungjai lab 2

“บูม พี่ติดฝนวะ น่าจะอีกสักพัก”

‘เคพี่ ไม่เป็นไร รีบมา ถึงละโทรมา’

งานวันนั้นแกไม่ยอมกินเหล้า ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรแกคงไม่อยากกินละมั้ง คิดในใจ

วงสุดท้ายคือวง solitude is bliss วงนี้สุดมาก มันส์เชี่ยๆบอกเลย แกกระซิบผม ท่ามกลางเสียงดนตรี

“กูเคยดูที่ cat จนต้องมาตามฟัง แม่งดีสัดๆ”

‘จริงพี่แม่งดีสัดอะ โคตรชอบ’

“ดูละคิดว่านี่หรอวะวงที่เล่นเพลง 4.00am 5555”

‘เออใช่พี่ แม่งพีคสัด คิดไม่ถึงจริง สุดสัดอะ’
Last “Good bye”
หลังจบวงสุดท้าย ผมก็ไปนั่งสูบบุหรี่แล้วก็คุยกันเรื่องดนตรีกับเพื่อนอีก3คน แล้วก็เหมือนเดิมเรื่องสัพเพเหระ5555 คำนี้ใช้ได้จริงๆนะ  

“ไอบูม มีงานแบบนี้อีกมึงต้องชวนกูนะเว้ย”

‘จัดไปพี่ ชวนอยู่แล้ว’

“เยี่ยม งั้นกูกลับก่อน เดี๋ยว BTS หมด”

‘เคพี่ เจอกันวันเสาร์หน้า’

วันเสาร์หน้าเรามีนัดกันไปงานแต่งรุ่นพี่อีกคนนึงที่ต่างจังหวัด เวลาผ่านไปจนถึงวันงาน ผมไปงานวันเสาร์ เพราะติดงาน ส่วนพี่เนมก็ไปกับเพื่อนๆแกตั้งแต่วันศุกร์ ช่วงเย็นๆ

วันเสาร์ 3โมง ผมไปถึงงาน ทุกคนกลับจากงานช่วงเช้า สภาพเหน็ดเหนื่อย บ่นว่าไม่ได้นอน บรรยากาศแปลกจนรู้สึกได้ แต่ผมก็ไม่ได้เอ้ะใจถามอะไร

“เจ้าบ่าวยังไม่รู้เรื่องใช่ปะ”

บทสนทนาระหว่างรุ่นพี่2คนเริ่มขึ้น

‘เรื่องอะไรพี่ มีอะไร’

ผมถามแทรก

“พี่เนม ประสบอุบัติเหตุ ยังไม่ได้สติเลย”

‘เนม ไหนพี่’

“พี่เนมอะ เนมเรา”

‘เนมเรา พี่เนมอะนะ’

ตอนนั้นผมไม่ยอมรับความจริงเลยสักเรื่อง ผมว่าคงไม่เป็นอะไร เดี๋ยวพี่เนมก็ฟื้น ไม่เป็นอะไรมากหรอ พึ่งจะชวนกันไปคอนเสิร์ตเอง จะเป็นอะไรไปได้ ต้องตื่นมาไปคอนเสิร์ตด้วยกันก่อนสิวะ

บรรยากาศตอนนั้นไม่สู้ดี ทุกคนตาแดง บางคนร้องไห้ แต่ก็ต้องฮึบไว้ ต้องลุยงานแต่งให้จบ พี่เนมก็คงไม่อยากให้เราเศร้า จนงานแต่งมันออกมาไม่ดี

งานแต่งดำเนินไปจนจบ ทุกคนปกติ ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ไปทำหน้าที่ของตัวเองในวันต่อๆไป

5 วันหลังเหตุการณ์ ที่ผมไม่อยากยอมรับ

ผมทักไลน์หาพี่คนนึงในกลุ่ม

‘พี่เนมเป็นไงบ้างพี่’

“ยังไม่ฟื้นเลยวะบูม หมอบอกว่า
ยากที่จะกลับมาแล้ว กูจะช๊อคเอาเนี่ย”

‘จริงหรอวะพี่ หมอบอกหรอ’

“เออ ใช่”

ผมเริ่มทำใจยอมรับความจริง ผมคิดถึงแกจริงๆ
ในมหาลัยหลายๆมุมผมยังจำได้ เมนูที่แกชอบกิน กาแฟที่แกชอบกิน เรื่องที่เราชอบคุยกัน ผมไม่เคยคิดถึงแก จนเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ทุกคนคิดถึงพี่นะ ทุกคนอยากให้พี่ฟื้น ถ้าพี่ฟื้นนะผมจะเอาทั้งหมดที่ผมเขียนให้พี่อ่าน พี่ต้องตื่นมาอ่าน ตื่นมาไปคอนเสิตกับผม ไหนจะกระเป๋าที่บอกจะทำให้ผมอีก ยังไม่ได้เลย
ใครจะรู้ว่าครั้งไหนจะเป็นการบอกลาครั้งสุดท้าย
ทุกคนเคยได้ยินประโยคนี้ ผมเชื่อแบบนั้น ผมไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น จนมันเกิดขึ้นกับตัวเอง เราไม่มีโอกาสได้บอกลากันอีกแล้ว

จงให้ความสำคัญในทุกช่วงเวลาที่มีอยู่ ทุกการบอกลาที่เกิดขึ้น เพราะเราไม่รู้จริงๆ ว่าครั้งไหนจะเป็นการบอกลาครั้งสุดท้ายระหว่างเรา

ด้วยรักและคิดถึง

บูม

ปล.แกยังมีชีวิตนะครับ แค่ยังไม่ได้สติ

SHARE
Writer
B026P
Artist
เขียนน้อย แต่เขียนนะ

Comments