ให้เป็นศุกร์ทุกวัน
โลกของเด็กนั้นเต็มไปด้วยจินตนาการ
พวกเขาสามารถคว้าเอากิ่งไม้ธรรมดาๆแล้วคิดไปว่ามันเป็นดาบวิเศษที่แข็งแกร่งได้

เขาสามารถกระโดดเข้าต่อสู้มือเปล่ากับอากาศได้ (แถมเอาชนะได้ด้วย)

เด็กบางคนที่ขี้เหงาก็สามารถกำหนดให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเพื่อนรู้ใจ พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง และเพลิดเพลินไปกับบทสนทนาสมมุติที่ออกมาจากจินตนาการของเขา

ในสายตาของผู้ใหญ่หากเห็นการกระทำแปลกๆเหล่านี้ ก็คงคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ

แต่จะว่าเขาก็คงไม่ได้ 

เพราะมันจะย้อนกลับมาหาตัวคุณเอง

คุณในวัยเด็กก็เคยแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ออกมาเหมือนกัน 

พวกคุณที่สร้างบ้านให้กับตุ๊กตาหมีตัวโปรด ป้อนข้าวป้อนน้ำให้เหมือนว่ามันมีชีวิต อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะ!! 
เพราะผมก็เป็นเหมือนกัน


พฤติกรรมเหล่านี้จะหายไปเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่

...แล้วเมื่อไรกันละที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ ตอนนี้ผมยังไม่คิดว่าตัวผมเป็นผู้ใหญ่เลย 

แต่สาเหตุที่พฤติกรรมนี้มันหายไปก็คงเป็นเพราะ เราสามารถความคุมตัวเองได้ หรือไม่ก็ ... สังคมบังคับ

แม้ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามให้ผู้ใหญ่เล่นตุ๊กตาหรือห้ามคุยกับตุ๊กตา
แต่พวกเราก็คงไม่มีใครอยากถูกหาว่าเป็นคนบ้าในสังคมหรอกจริงไหม?




ฉะนั้นแล้วเรื่องคุยกับตุ๊กตาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเด็กคนนี้ดีกว่า






เด็กสาวหัวฟูกับตุ๊กตาหมีพูดมาก

เด็กสาวหัวฟูคนนี้เป็นคนติดตุ๊กตามากๆ เธอจะพกตุ๊กตาหมีขนาดเท่ามือถือตัวนี้ไปด้วยทุกที่ เล่นและคุยกับตุ๊กตาหมีอยู่บ่อยครั้งจนเธอเรียกมันว่าเป็น “หมีพูดมาก” 



ความที่เธอติดตุ๊กตา 
สนิทกับเจ้าหมีพูดมากมากจนเกินไป

โรคในจินตนาการยากที่จะแบ่งบันให้เพื่อนคนไหนเข้าใจ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะดึงใครเข้ามาให้คิดเหมือนเรา 


เมื่อไม่มีใครเข้าใจโลกของเธอ
เธอจึงไม่คิดเข้าใจโลกของใคร


เธอคิดว่า
ถึงเพื่อนรุ่นเดียวกันจะไม่มี แต่มีตุ๊กตาหมีพูดมากที่จะคอยพูดคุยกับเธอในเวลาที่เธอต้องการเท่านั้นก็พอแล้ว...


เย็นวันศุกร์
หลังจากที่เธอเลิกเรียน
เธอก็ออกมาเล่นซนตามประสาเด็กวัยกำลังโต 

เธอสวมชุดกระโปรงสีฟ้าที่เป็นเครื่องแบบประจำตัวของเธอ จูงตุ๊กตาหมีพูดมากออกมาเที่ยวเล่นที่สนามหญ้าลับแล สถานที่ที่จะมีแค่เธอกับตุ๊กตาหมีพูดมาก

เด็กสาว: เหนื่อยจังเลยยยยยย
ตุ๊กตาหมี: มีวันไหนบ้างละที่เธอจะไม่เหนื่อย ?
เด็กสาว: ขอฉันบ่นหน่อยเถอะ อย่าเพิ่งขัดฉันจะได้ไหม
ตุ๊กตาหมี: ...

ตามที่เธอขอ ตุ๊กตาหมีไม่พูดอะไร ปล่อยให้สายลมและแสงแดดยามเย็นช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าที่เธอได้พบเจอมาในวันนี้

การไม่เคลื่อนไหว ไม่พูดคุยใช่ว่าจะเป็นการทิ้งหรือละเลย แค่ปล่อยให้ร่างกายและจิตใจได้พัก คอยเวลาที่เธอต้องการเสียงรบกวนพูดคุยกันเวลานั้นคงเป็นการช่วยกันได้มากกว่าการพูดไปเรื่อยๆ โดยที่เนื้อหาของบทสนทนาไม่ช่วยให้เกิดความสบายใจ

...10 นาทีผ่านไป


เด็กสาว: ทำไมเงียบจัง พูดอะไรหน่อยสิ

(มาแล้วสินะร่างงี่เง่า เป็นคนขอให้เราเงียบเองแท้ๆ แต่พอเราเงียบก็รู้สึกว่าเราหายแล้วต้องการพูดคุย)

ตุ๊กตาหมี: เหนื่อยจากอะไรมาละ เด็กหัวฟู
เด็กสาว: ทุกเรื่องเลย ไม่มีเรื่องไหนไม่เหนื่อยเลย
ตุ๊กตาหมี: นั้นสินะ สำหรับเธอแค่เคลื่อนไหวก็เป็นการเหนื่อยแล้ว เธอคงจะชอบการไม่ทำอะไรเลยมากกว่าแล้วก็รอให้คนนั้นคนนี้มาเอาใจ

เด็กสาว: นายกำลังบ่นฉันหรอ ? ฉันเป็นเจ้าของนายนะ ฉันไม่ต้องการให้นายมาบ่นนะเจ้าหมีพูดมากนายควรจะหาวิธีทำให้ฉันหายเหนื่อยมากกว่านะก่อนที่ฉันจะหงุดหงิดแล้วทิ้งนาย

ตุ๊กตาหมี:... ... ... นี่เด็กหัวฟูวันนี้กับเมื่อวานนี้วันไหนเหนื่อยกว่ากันหรอ ?
เด็กสาว: ก็คงเป็นเมื่อวานนั้นแหละเพราะว่าเมื่อวานเป็นวันพฤหัส

ตุ๊กตาหมีเข้าใจนิสัยขี้เกียจของเจ้านายตนเองดี พยายามหาทางให้เจ้านายเข้าใจจิตใจตัวเอง และพบทางออกที่ทำให้ใจเป็นสุข

ตุ๊กตาหมี: นี่เด็กหัวฟู ถ้าวันพฤหัสเหนื่อย แสดงว่าสำหรับเธอแล้ววันจันทร์เหนื่อยมากที่สุดสินะ
เด็กสาว: ใช่!! เพราะวันจันทร์ต้องเรียนอีกตั้งห้าวันกว่าจะได้หยุดอีก แค่คิดว่าวันจันทร์ใกล้จะมาถึงก็รู้สึกเหนื่อยแล้วละ

ตุ๊กตาหมี: งั้นถ้าสำหรับเธอแล้ว วันที่เธอชอบที่สุดคงเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ สินะ
เด็กสาว: ถูกต้องแล้วละ เพราะฉันได้วิ่งเล่นพักผ่อน
ตุ๊กตาหมี: แต่วันเสาร์-วันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านมา เธอก็บอกว่าเหนื่อยนะ
เด็กสาว: ... ... ...เออจริงด้วยสิ :p. ก็มันเหนื่อยทุกวันฉันก็บอกแล้ววววว
ตุ๊กตาหมี: แล้วที่บ่นนี้ต้องการอะไรละ
เด็กสาว: ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ ฉันก็แค่อยากจะบ่นไม่ได้ต้องการอะไรสักหน่อย

ตุ๊กตาหมี: นี่...เด็กสาวหัวฟู เจ้านายจอมเอาแต่ใจ เห็นเธอบ่นว่าเหนื่อยฉันก็เลยอยากช่วยหาทางออกให้เธอนะ ลองตั้งใจแล้วคิดตามฉันดูไหม แค่คำถามง่ายๆ


วันอาทิตย์-เสาร์เธอชอบวันไหนมากที่สุด ?

เด็กสาว: ทุกวันมันก็เหนื่อยหมดนิ จะเลือกไปทำไมละ ?
ตุ๊กตาหมี: ในเมื่อมันเหมือนกันหมด ก็เลือกมาสักวันที่เธอคิดว่าชอบจริงๆสิ
เด็กสาว: เซ้าซี้จังคนยิ่งขี้เกียจอยู่!! วันจันทร์
ตุ๊กตาหมี: แน่ใจรึ~ ตอบส่งๆหรือเปล่า ถ้าโกหกระวังตกนรกเหมือนที่คุณแม่บอกนะ
เด็กสาว: โอ้ยยยย ยอมแล้วก็ได้ ฉันชอบวันศุกร์

ตุ๊กตาหมี: เพราะอะไรละเมื่อกี้ยังบอกว่าทุกวันเหมือนกันอยู่เลย

เด็กสาว: นายจะถามจี้ฉันไปทำไมกัน

  สาเหตุนะก็แค่ว่าวันศุกร์เป็นวันที่สมองปลอดโปร่งเพราะรู้ว่าพรุ่งนี้จะได้หยุดไง มันจะตั้งใจเรียนตั้งใจทำงาน ...แต่พอมาวันเสาร์ก็กลับขี้เกียจไม่รู้สึกดีหรือตื่นเต้นเท่ากับการฝันถึงวันหยุดในวันศุกร์

ตุ๊กตาหมี: เจอทางออกแล้วใช่ไหมละ ทำไมไม่ลองคิดว่าทุกวันเป็นวันศุกร์ละ
เด็กสาว: โกหกตัวเองมันจะช่วยให้ฉันหายเหนื่อยหรอ ?
ตุ๊กตาหมี: ป่าว~ คนเหนื่อยมันเป็นเธอที่ทำให้ใจคิดว่าเหนื่อยเอง ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย ฉันไม่ได้ให้เธอโกหกตัวเองแต่แค่อยากให้คิดว่า ทุกวันมันเหมือนกันเหนื่อยไม่เหนื่อยมันอยู่ที่เราคิด ถ้าเธอคิดว่าวันศุกร์มันเหนื่อยน้อยสุดก็จงคิดให้ตัวเองเหนื่อยน้อยที่สุดเถอะ

แม้ว่าพรุ่งนี้จะไม่ใช่วันหยุด แต่จริงๆแล้วการเป็นมนุษย์มันต้องเป็นทุกวันไม่มีทางหยุดได้

เมื่อเป็นมนุษย์หากคิดว่าเหนื่อยก็ต้องเหนื่อย แต่ถ้าคิดว่าไม่เหนื่อยมันก็จะไม่เหนื่อยนะ

เด็กสาว: ชิ บ่นเป็นคนแก่เลยนะ เป็นแค่หมีพูดมากที่ไม่เคยรู้อะไรเลยแท้ๆทำมาเป็นพูดดี
ตุ๊กตาหมี: บางทีฉันที่ห่วงใยเธออาจจะรู้จักเธอดีกว่าเธอที่ไม่เคยสนใจตัวเองก็ได้ มัวแต่บอกว่าเหนื่อยแล้วก็สนใจเรื่องอื่นๆ

เด็กสาว: บ่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



ตุ๊กตาหมี: เอ้ยจะทำอะไรอะ!!!

เด็กสาว: เคยเห็นหมีบินไหม ?

ตุ๊กตาหมี:    ไม่นะ.     อย่า!!!!!

แล้ววันนั้นเจ้าหมีพูดมากก็ได้เพิ่มเติมทักษะ บิน เข้าไปในตัวเอง 

ด้วยการเหวี่ยงเพราะความลำคานของเด็กสาวหัวฟู

แม้เด็กสาวหัวฟูจะทำเป็นไม่สนใจ แต่จริงๆแล้วเธอแค่ทำท่าทีขัดขืนต่อคำสอนตามประสาเด็กทั่วไปเท่านั้น

ถ้าวันไหนเธอเหนื่อยก็ขอเธอคิด 
ให้เป็นวันศุกร์ทุกวัน


วันศุกร์ที่ถึงแม้ว่าจะต้องทำงานอยู่
แต่อย่างน้อยหากคิดว่าแล้วมีความสบายใจมากกว่า ทำงานได้มีความสุขกว่า ก็จงคิดให้เป็นสุขซะนะ เด็กสาวหัวฟู

รูปยืมมาเรื่องคิดเอง





SHARE
Written in this book
เด็กสาวหัวฟูกับตุ๊กตาหมีพูดมาก
รูปยืมมาเรื่องคิดเอง
Writer
Suyseiy
13/40
love only you

Comments