คิมจียอง เตือนฉัน


เมื่อวานเราได้มีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เป็นการเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวหลักผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อว่า "คิมจียอง"
      โดยปกติแล้วเรามักจะไม่ค่อยดูหนังสักเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่ตอนนั้นที่ได้ปลดล็อคตัวเองก็กลัวว่าอะไรจะมากระทบอารมณ์ที่แสนจะอ่อนไหวของตัวเอง

      หนังเรื่องนี้ที่เราเคยอ่านรีวิวก็ไม่ได้ว้าวมากสำหรับบางคน แต่สำหรับเราก็ไม่รู้จะให้คะแนนยังไง เพราะเราเองไม่ได้มีความรู้เรื่องหนัง แต่เราบอกได้อย่างเดียวคือเราร้องไห้ตั้งแต่ไม่ถึงสิบนาทีแรก

เนื้อหาที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันเข้ามาสั่นสะเทือนความรู้สึกของเราอีกครั้ง

ชีวิตตัวเอกไม่ได้เหมือนเรา

แต่ความรู้สึกของหนังมันทำให้เราตระหนักถึงความรู้สึกเรา

ความรู้สึกที่มีอยู่ในทุกเมื่อเชื่อวัน

จนตอนนี้อึดอัดแทบหายใจไม่ออก

สงสัยความอึดอัดที่ตัวละครนั้นได้เจอมันคล้ายกับความอึดอัดที่เราเจอกระมัง...



เราเรียนจบมาเกือบจะหนึ่งปีเต็มในอีกไม่กี่วัน เราทำงานตรงสายที่เรียนมาไม่ถึงเดือน เพราะรู้ตัวเองตั้งแต่ช่วงฝึกงานปีสี่แล้วล่ะว่าไม่ใช่ทาง แต่เราก็ลองไปทำงานแบบตรงสายที่เรียนดูสักครั้ง

จนเราออกจากงานกลับมาที่บ้าน ก็มีงานใหม่ที่แทบไม่ตรงสายที่เราเรียนมาเลยให้ลองทำดู

งานใหม่โอเคมาก เราชอบ ไม่กดดันเหมือนงานเก่า

เราไปได้เรื่อยๆ มีความสุข อยากตื่นไปทำงานทุกวัน

แต่นั่นแหละ

ไม่มีความสุข 100%เพื่อนที่จบมาด้วยกันพอรู้ว่าเราเลือกเปลี่ยนสายงานพูดว่า
"เสียชาติเกิด อุตส่าห์เรียนมาตั้งสี่ปี"
บอกตรงๆเราเสียใจ ไม่คิดว่าเพื่อนจะดูถูกความตั้งใจของเรามากขนาดนี้
และเราคงจะทำเป็นไม่สนใจคำพูดที่แสนใจร้ายนั้นไม่ได้

งานใหม่อยู่แถวๆบ้านแฟนที่ไกลจากบ้านเรา 20 กม.
และต่างจังหวัดด้วยแล้วเราไม่มีทางเลือกคือเข้าไปอยู่บ้านแฟน

"ความอึดอัดคูณล้าน"

มันเป็นความรู้สึกที่กัดกินหัวใจและความรู้สึกของเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

"เราเข้ามาแบบไม่ถูกต้อง"

เรามักจะบอกตัวเองแบบนั้นเสมอ แม้ว่าที่บ้านแฟนจะดีกับเราแค่ไหน แต่เราไม่เคยสนิทใจเลย


เราโหยหาความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
อยากย้ายออกไปอยู่คนเดียวก็ทำไม่ได้
ความอึดอัดนี้มันแฝงตัวมานานหลายเดือน

จนกระทั่งเราได้เจอกับ คิมจียอง

ความอึดอัดของคิมจียองมาเคาะประตูหัวใจเรา เรียกหาความอึดอัดให้ออกมาทักทายกัน

มันทรมานซะจนเราต้องยอมรับความจริงสินะ

ยอมรับว่า มันไม่เคยหายไปไหนเลย

ทุกสิ่งที่เราต้องพบเจอเมื่อวันก่อนๆ พรั่งพรูออกมาพร้อมความอึดอัดปัจจุบัน

ยอมรับความจริงเสียที ว่าทุกอย่างไม่เคยหายไปไหน มันอยู่ในใจ อยู่ในตัวตนของเราเอง เสมอมา...
SHARE
Writer
Phakping
Dreamer
To be free

Comments