ลัทธิญีฮาด(Jihadism)ในบอสเนียช่วงสงครามยูโกสลาเวีย
บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ18ปี เหตุการณ์ 9/11 เพื่อรำลึกและจดจำวันที่เลวร้ายของชาวโลกในช่วงสงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย ระหว่างปี1992-1995 ในกองทัพบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ได้มีการจัดตั้งกองกำลังทหารอาสา ที่เรียกกันว่า “7th Muslim Brigade” หรือ กองกำลังทหารราบมุสลิมที่7 และ ได้มีกองกำลังทหารอาสาข้ามชาติที่ชื่อว่า El-Mudžahid ที่แปลว่า “อัล มูญาฮีดีน” หรือ Bosnian Mujahideen เป็นกองกำลังในเครือข่าย ซึ่งทั้งหมด เป็นกองกำลังสาขา ของกองทัพบกบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา หรือ ARBIH กองกำลังได้รับอนุมัติให้ก่อตั้ง โดย ประธานาธิบดีบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา Alija Izetbegovic

ในช่วงที่กองกำลังดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย ทหารอาสาอาหรับ และ มุสลิมเกือบทั่วโลกหลั่งไหลกันมาที่บอสเนีย เพื่อเข้าร่วมกองกำลังBosnian Mujahideen แนวทางที่ถูกเรียกว่า ลัทธิญีฮาด หรือ Jihadism ได้ก่อกำเนิดขึ้นในบอสเนีย ช่วงที่ Bosnian Mujahideen รุ่งเรือง อาณาเขตของพวกเขาครอบคลุมเฉพาะในเขตกองทัพภาคที่3ของ ARBIH และคอยต่อสู้กับกองกำลังเซอร์เบีย ซึ่งได้รวมถึงการก่ออาชญกรรมสงคราม ในการสังหารพลเรือนชาวเซิร์บ และ ผู้ที่ปฏิเสธการปกครองของ Bosnian Mujahideen

แนวทางญีฮาด ได้ลุกลามเป็นเชื้อร้าย ของชาวบอสเนีย เมื่อชาวมุสลิมบางส่วนในประเทศ แต่เป็นส่วนใหญ่ในกองทัพภาคที่3 ได้มีความคิดก่อตั้ง บอสเนีย ให้เป็นรัฐอิสลาม ปกครองโดยกฎหมายชารีอะห์ ที่ได้รับการให้ท้ายจากซาอุดิอารเบีย และ อัล-กออิดะห์ รวมถึง เชชเนีย อดีตประเทศที่ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียไปแล้ว

 ข้อถกเถียงถึงอาสาสมัครของ Bosnian Mujahideen หลายสำนักอ้างว่า อยู่ที่ประมาณ 1,000–2,000คน บางสำนักบอกว่าอยู่ที่ 500–5,000คน กำลังพลอาสาสมัครส่วนใหญ่ ไม่ใช่ชาวบอสเนีย แต่เป็นชาวอาหรับบ้าง ชาวเติร์กบ้าง เชชเนีย หรือแม้แต่ชาวฝรั่งเศส(Lionel Dumontทหารฝรั่งเศสที่กลายเป็นสมาชิกBosnian Mujahideen) สมาชิกบางคนภายหลังได้กลายเป็น สมาชิกของอัลกออิดะห์ เช่น Abdelkader Mokhtari , Nawaf al-Hazmi เป็นต้น เหล่านี้ บ่งบอกว่า กองทัพบอสเนีย เคยมีทหารที่เป็นสมาชิกผู้ก่อการร้าย อย่าง Nawaf al-Hazmi ซึ่งก็คือ 1ในสลัดอากาศที่จี้เครื่องบินในเหตุการณ์ 9/11 คำถามก็คือ ทำไม กองทัพบอสเนีย จึงมีสมาชิกทหารอาสา และ ทหารรับจ้าง ที่เป็นผู้ก่อการร้ายได้ คงต้องย้อนไปดูนโยบายของ Alija Izetbegovic อดีต ประธานาธิบดีบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา สมาชิกประธานาธิบดีแห่งยูโกสลาเวีย

ในช่วงก่อนการดำรงตำแหน่งและระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา Alija Izetbegovic เคลื่อนไหวในขบวนการมุสลิมที่เรียกว่า Salafi Movement เขาได้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า Islamic Declaration ที่แปลว่า ปฏิญาณอิสลาม และ Islam Between East and West(อิสลามระหว่างตะวันออกกับตะวันตก) ซึ่งเป็นแรงปราถนาของ กลุ่มขาวจัดในพรรคSDA ของบอสเนียและเฮฮร์เซโกวีนา ที่ต้องการสร้าง รัฐอิสลาม(Islamic State) เหนือประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งเป็นรัฐสมาชิกของอดีตประเทศยูโกสลาเวีย และมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และ ศาสนา มากที่สุด เขาปราถนาให้บอสเนียลบความเป็นชาตินิยมบอสเนียออกไป และ หันมาสร้างระบบแนวคิดที่เรียกชาวบอสเนียใหม่ว่า Muslimani หรือ บอสเนียมุสลิม ให้กลายเป็นเชื้อชาติ และ ชื่อเรียกประชากร มุสลิมของยูโกสลาเวีย ที่จะมีการจัดตั้ง ประเทศที่ปกครองโดยแนวทางที่ Salafi Movementในบอสเนียอย่าง Mladi muslimani ที่เคยปกครองบอสเนียสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ที่ก่อตั้งรัฐบาลฟาสซิสต์ ของ Ante Pavelic และ Mustafa Busuladžić ซึ่งมีแนวคิดการสร้างรัฐอิสลามในยุโรปอีกครั้ง ภายหลังการล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมัน

 สาระสำคัญของอุดมการณ์อิสลามแห่งบอสเนีย (Bosanski Islamski) ทำให้ชาวบอสเนียหลายๆคน รวมถึงชาวอาหรับ และ ชนชาติมุสลิมอื่นๆ พยายามขับเคลื่อน ที่จะทำให้ฝันของชาวบอสเนียกลุ่มหนึ่งที่ต้องการให้บอสเนียเป็นชาติอิสลามบริสุทธฺ์เป็นจริงให้ได้ และเมื่อเกิดสงครามทำให้ กองกำลัง Bosnian Mujahideen จึงเติบโตและมีเครือข่ายที่ลิงก์กับ กลุ่มอัลกออิดะห์ รัฐบาลเชชเนีย และ กลุ่มประเทศอาหรับใต้ อย่าง ซาอุดิอารเบีย ยูเออี เป็นต้น ขณะที่ประเทศอาหรับทางเหนือ อย่าง ซีเรีย กลับไม่ได้ให้การสนับสนุน หรือ เกี่ยวข้องกับBosnian Mujahideen พวกอาหรับคริสต์ และ อาหรับเซคูลาร์ สนับสนุน ชาวบอสเนียบนพื้นฐานของการเป็นชาติพหุชน ที่มีสามเชื้อชาติหลัก และ สามศาสนาหลัก มิใช่การปกครองของมุสลิมที่เป็นหนึ่งอย่างเดียว อุดมการณ์นี้ จึงถูกจับไว้ว่า บังเกิดจากแนวคิดชาตินิยมอิสลามบอสเนีย ของ Alija Izetbegovic และไม่เป็นที่หน้าแปลกใจ ที่ARBIH กองทัพทางสายกลางที่สุด ในสงครามยูโกสลาเวีย จะมีกิ่งก้าน ที่เป็น Bosnian Mujahideen เพราะ ประธานาธิบดีของพวกเขาก็เป็น 1 ในนั้น ของขบวนการ Mladi muslimani ซึ่งต่อมาสหรัฐอเมริกาก็ได้เข้าให้การสนับสนุน 
 
ในปี ค.ศ.1994 ดูเหมือนว่า แนวคิดจัดตั้ง รัฐอิสลามบนแผ่นดินบอสเนียจะล้มเหลว เนื่องจากความแตกแยกของกลุ่มการเมืองบอสเนีย ที่ชัดเจนขึ้น และ ชัยชนะของ Haris Silajdžić ในการเป็นนายกรัฐมนตรีบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ทำให้แนวทางจัดตั้งรัฐอิสลามถูกมองว่าเป็นปรปักษ์กับรัฐชาติบอสเนีย เพราะ Haris Silajdžić เป็นชาวบอสเนียมุสลิมเชื้อชาติบอสเนีย ที่ต้องการให้บอสเนียเป็นรัฐชาติพหุชน ทำให้ กลุ่มBosnian Mujahideen เริ่มที่จะสั่นคลอน และ กองกำลังMUP BIH ซึ่งเป็นตำรวจและหน่วยความมั่นคงของบอสเนียเริ่มที่จะกวาดล้างMujahideen และ ท้ายที่สุด เมื่อกองทัพภาคที่สามที่Mujahideen สังกัดอยู่ ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญกรรมสงครามต่อพลเรือนชาวบอสเนียเชื้อสายเซิร์บในภาคตะวันออกของบอสเนีย ในการสังหารหมู่พลเรือน แม้แต่เด็ก ทำให้ในปี 1995 หลังสิ้นสุดสงครามกลางเมือง กองทัพภาคที่3 จึงเริ่มถูกกวาดล้างและจับกุม อาทิ Amir Kubura,Enver Hadžihasanovićและ Mehmed Alagić ถูกจับกุม ทำให้สมาชิกของ Bosnian Mujahideen จึงแตก “7th Muslim Brigade” ถูกยุบ และ สมาชิกEl-Mudžahid หลายคนหนีออกจากบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ต่อมากลับกลายเป็นว่า Rasim Delic เสนาธิการกองทัพบอสเนีย ก็เกี่ยวข้องกับอาชญกรรมสงครามดังกล่าวด้วย เขาถูกปลดจากตำแหน่งเสนาธิการกองทัพทันที เขาถูกนำตัวขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศในปี ค.ศ.2005 เป็น ผบ.กองทัพบอสเนียระดับสูงคนเดียวที่ก่ออาชญกรรมสงคราม 

กลายเป็นว่า กระแส่อิสลามบอสเนียดร็อปลงทันที ถูกแทนที่ด้วยชาตินิยมและประชาธิปไตย ขณะที่ คะแนนเสียงของ Alija Izetbegovic ตกต่ำลง และแม้ Haris Silajdžić นายกรัฐมนตรีจะรู้ว่า Izetbegovic ก็มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิด Bosnian Mujahideen และ ขบวนการSalafi ในบอสเนีย แต่ทว่า Haris Silajdžić ไม่สามารถจัดการกับ Izetbegovic ได้ และแม้ในปัจจุบัน Izetbegovic อาจจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เขากลับถูกจดจำในฐานะบิดาชาติบอสเนีย แม้ว่าความประสงค์แต่แรกเริ่มของเขาจะสวนทางกับแนวทางรัฐชาติบอสเนียปัจจุบัน แต่ก็ไม่ใครลดระดับ การเป็นรัฐบุรุษของIzetbegovic เพราะในช่วงสงคราม Izetbegovic ได้สร้างสัมพันธุ์พิเศษกับ ผู้นำฝ่ายบอสเนียโครแอท และ บอสเนียเซคูลาร์ นั้นทำให้การลงโทษเขาเป็นไปได้ยากประกอบกับ สหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุน Izetbegovic แม้ว่าจะสนธิสัญญาเดย์ตัน แต่การนำตัว Izetbegovic มาลงโทษ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับ Haris Silajdžić

สหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุนIzetbegovic มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 เพื่อโค่นล้ม คู่แข๋งของ Izetbegovic นั้นคือ Radovan Karadzic ผู้นำชนกลุ่มน้อยชาวเซิร์บ และ Slobodan Milosevic ประธานาธิบดีแห่งเซอร์เบีย

แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีข้อครหาว่า Bosnian Mujahideen ก็ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา เหมือนที่สหรัฐอเมริกาเคยสนับสนุนอัลกออิดะห์ล้มสหภาพโซเวียตในอัฟกานิสถาน นั้นทำให้สหรัฐอเมริกาตกอยู่ในผู้ต้องส่งสัยว่า แอบเคยสนับสนุน Bosnian Mujahideen เหมือนที่สนับสนุน Izetbegovic เพื่อล้ม Milosevic และ เซอร์เบีย-มอนเตเนโกร ที่ตอนนั้นเป็นปรปักษ์กับบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา ช่วงสงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย และแม้ว่า สงครามจะไม่ใช่ความคิดระหว่างอิสลามกับเซิร์บ แต่ในภายหลัง ประวัติศาสตร์ก็เริ่มถูกเขียนในมุมมองมุสลิมทั่วโลกว่า สงครามยูโกสลาเวียเป็นสงครามระหว่างเซิร์บกับมุสลิม ทั้งๆที่ความจริงเป็นสงครามระหว่างเซิร์บสายเชทนิช กับ รัฐบาลบอสเนียที่เป็นรัฐบาลผสม 

และแม้ว่า ขบวนการMujahideen และ ลัทธิญีฮาดของ Bosnian Mujahideen จะถูกกวาดล้าง แต่แนวทาง Salafi Movement และ ลัทธิญีฮาด Jihadism ยังคงอยู่ในบอสเนีย โดยเฉพาะในแถบภาคกลางของบอสเนีย ในเขตรัฐเซนีตซา-โดโบย แล รัฐเซ็นทรัลบอสเนีย ซึ่งมีองค์กรมุสลิม ที่เคลื่อนไหวอย่างหัวรุนแรงในแบบเดียวกับ Mladi Muslimani คือ ต้องการให้บอสเนียเป็นรัฐอิสลาม นอกจากนี้ ยังมีชาวบอสเนียจากรัฐที่กล่าวข้างต้น ได้ไปเข้าร่วมกับ ขบวนการอัลกออิดะห์ในอิรัก ตั้งแต่ปี 2003 และ ตั้งแต่ปี 2014 ก็มีพลเรือนบอสเนียมุสลิมหลายๆคน เข้าร่วมกับ ISIS ขบวนการแนวทางมุสลิมหัวรุนแรงอีกแนวทาง ซึ่งก็ไม่ถูกกับอัลกออิดะห์อีก มันสะท้อนแนวคิดที่นักการเมืองบอสเนียคนหนึงกล่าวว่า แนวทางที่เรียกว่า อิสลาม เหล่านี้ แท้ที่จริงหลักฉาก ไม่มีความเป็นอิสลาม ที่แปลว่า หนทางแห่งสันติ พวกเขาดัดแปลงและสร้าง อิสลาม(ปลอม)ให้กลายเป็นหนทางสัจธรรมที่แสวงการใช้ความรุนแรง การกดขี่ และ การกวาดล้าง เช่น ทัศนะคติที่เกลียดชังชาวยิว เป็นต้น เหล่านั้น ล้วนเป็นหนทางของลัทธิญีฮาด Jihadism ที่ไม่ถูกต้อง และ ไม่สมควรจะเรียกว่าเป็นอิสลาม และแม้แต่ ผู้ที่ไม่คิดจะติดอาวุธ หรือ เป็นปรปกษ์กับญีฮาด หลายๆคนเองก็ยังมีความคิดและอุดมการณ์ที่คล้ายและเหมือน เหมือนที่กล่าวว่า มุสลิมมักจะเกลียดยิว ชิงชังชาวยิว โดยปราศจากเหตุผลที่ชัดเจน นอกจากประเด็นปาเลสไตน์ และมันกลายเป็นรากฐานของความคิดชาวมุสลิมในปัจจุบันไปเสียแล้ว ซึ่งเป็นความเศร้าใจอย่างมาก ที่หนทางที่นักการเมืองดังกล่าวกล่าวว่า เป็นหนทางแห่งสันติ กลายเป็นบ่อเกิดของความชิงชัง 

ปัจจุบันแนวทางJihadism ยังคงเคลื่อนไหวทั่วโลก ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เซอร์เบีย โครเอเชีย มอนเตเนโกรเองก็มีกลุ่มเหล่านี้อยู่เคลื่อนไหว และหลายครั้งที่ประเทศเหล่านี้เผชิญหน้ากับการก่อร้ายไม่เฉพาะจากเชทนิช แต่ยังรวมกลุ่มญีฮาดด้วย จึงเป็นเหตุผลที่บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาจัดตั้งหน่วยSIPA เพื่อการข่าวกรอง ป้องกันการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ทั้งในกลุ่มลัทธิญีฮาด และ ลัทธิเชทนิชของชาวเซิร์บออร์โทด็อกซ์ด้วย สิ่งที่เกิดขึ้น และ ความเกลียดชังที่เกิดขึ้น ในปัจจุบัน ได้ลดระดับลงในประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ด้วยแนวทางประชาธิปไตย เสรีนิยม สิทธิมนุษยชน และ การเป็นรัฐเซคคูลาร์ที่เป็นกลางทางศาสนาหรือเชื้อชาติ ทำให้พลเมืองบอสเนียสมัยใหม่หลายคนที่เป็นมุสลิม สามารถก้าวข้ามและหลีกหนีหนทางที่จะไปสู่ลัทธิญีฮาดได้ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะก้าวข้ามได้ และ ไม่ได้แปลว่า ลัทธิญีฮาดที่โจมตีบอสเนียปัจจุบันจะเป็นเฉพาะคนบอสเนีย นั้นคือเหตุผลที่ SIPA ถูกก่อตั้งมา 1ในความสำคัญของการปกป้องความปลอดภัยของประชาชนแห่งบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา แม้ว่าปัจจุบัน ส่วนใหญ่ของการก่อการร้าย ในบอสเนียจะไม่ได้มาจากญีฮาด แต่มาจากเชทนิช แต่SIPA ยังคงที่จะตรวจตราและระมัดระวัง เผือวันใด มีคนหมายจะแอบอ้างหนทางสันติอย่างอิสลาม โจมตีบอสเนีย และ ยุโรป 



บทความนี้ ไม่ได้ถูกเขียนเพื่อให้เกิดความเกลียดชังอิสลามและมุสลิม แต่เพื่อสะท้อนความจริงของโลกมุสลิม ถึงภัยคุกคามจากลัทธิญีฮาด ซึ่งเป็นคำศัพท์ทางสังคมศาสตร์ที่ถูกนิยามให้แก่ บุคคลที่คลั่งในแนวทางที่พวกเขาเชื่อว่าคืออิสลาม และใช้มันในทางที่ไม่สันติ ในทางแห่งการเกลียดชัง

รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลโดย AXIOS  
SHARE

Comments