2. เวลา กับ เงิน 200 บาท
คนส่วนใหญ่มักเคยได้ยินคำว่า ...
เวลาเป็นเงิน เป็นทอง             ... เราลองมาคำนวณกันเล่นๆ ดูมั้ยว่าเวลาของเรานั้น ตีเป็นเงินได้ เท่าไหร่กัน? ...


                                             สูตรการหา เวลา = เงิน
                                          ของคนหนึ่งคนในหนึ่งชั่วโมง


                           จำนวน ช.ม. x รายได้ทั้งหมดที่หาได้ในหนึ่งชั่วโมง            
                                        ————————————
                                                        1,920 

เอาละครับ ... ตอนนี้ผมมีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือ และพูดคุยกับเจ้าตัวเป็นการส่วนตัว มาแชร์ให้ฟัง เกี่ยวกับแง่คิดของคำว่า “เวลา” กันบ้าง 

กาลครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้นานมากนัก 

ยังมีครอบครัวแสนธรรมดา ครอบครัวหนึ่ง ประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูกวัยน่ารักหนึ่งคน 
ซึ่งก็ดูเหมือนครอบครัวทั่วๆไปตามยุคสมัยปัจจุบันทุกประการ

คุณพ่อ: เป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีหน้าที่การงานที่ดีในระดับหนึ่ง

คุณแม่: เป็นแม่บ้านเต็มเวลา ดูแลลูก และบ้านอย่างดี ไม่มีขาดตก

ลูกน้อย: ที่อายุเพียง 8 ขวบ และกำลังเรียนชั้นประถมวัยอย่างสดใส ร่าเริงตามวัย

เป็นประจำในทุกเช้า


• ในทุกๆวัน ยามเช้าไม่เกิน 6:30 น. คุณแม่ต้องตื่นลงมาแต่เข้าเพื่อ เตรียมอาหารให้ทั้ง สามี และลูกน้อย 
• ในเวลาเดียวกัน บ่อยครั้ง ที่ตัวสามีจะตื่น 6:30 น. เพื่อเตรียมตัว เพื่อให้พร้อมจะไปทำงาน และรับประทานอาหารเข้า ที่ภรรยาเตรียมไว้ พร้อมเร่งรีบออกไปทำงานก่อน 7:00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในเมืองหลวง
• ส่วนตัวลูกชายตัวน้อย นั้นนะหรอ? จะตื่นในช่วงหลัง 7:00 น. และบ่อยครั้งที่แม่ต้องไปปลุกให้ลุกจากเตียงเสมอๆ เพื่อเตรียมให้พร้อม เพื่อจะไปโรงเรียนให้ทัน 8:00 น. 

จากตรง Time-line นี้ คุณเห็นรอยต่อ          อะไรหรือยังครับ
และเป็นประจำในทุกเย็นที่คุณพ่อมักจะทำงานจนลืมเวลาปล่อยให้ผ่านไปจนค่ำมืดทุกวัน


พวกเราบางคนที่อยู่ช่วงวัยทำงาน หรือ พึ่งสร้างครอบครัว — คงจะตอบว่า ก็ดูปกติไม่ใช่เหมือนครอบครัวทั่วไปไม่ใช่หรอ?

ความ น่ากลัว ของความชินชาในสังคม “ปกติ”

และเรื่องทั้งหมดก็ดำเนินต่อมา ...
วันหนึ่ง ลูกชายตัวน้อยวัย 8 ขวบ ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอ คุณพ่อกลับจากที่ทำงาน เพราะได้สัญญากันไว้ว่า จะมาทานข้าวเย็น “ด้วยกัน” ในวันนี้ ...

... 6 โมงเย็น ....
1 ทุ่ม แล้วงั้นเหรอ ...
2 ทุ่ม แล้ว ... หิวข้าวจังน๊า~ (เด็กขายตัวน้อย บ่นพึมพำขณะนั่งรอคุณพ่ออยู่บริเวณ ห้องนั่งเล่น) 

จนในที่สุด เด็กชายคนนั้น ก็ทนไม่ไหว ตัดใจ คอตก เหมือนลูกโป่งที่เหี่ยวลงอย่างช้าๆ และเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ในห้องครัว และกินข้าวที่เย็นจน ชืด ไปทั้งหมด พร้อมถามรุณแม่ไปพรางว่า 

ลูกน้อย: แม่ครับ คุณพ่อ เขาไม่หิวข้าวเลยหรอครับแม่ ผมขอโทษนะครับ ผมทนไม่ไหวจริงๆ ผมหิวข้าวมาก จน “รอ” คุณพ่อไม่ไหว 

คุณแม่: คุณพ่อ เขาคงติดงาน เขาคงกำลังหิวอยู่เหมือนกันแน่ๆเลย ลูกไม่ผิดนะครับ คนเก่ง มา เดี๋ยวแม่กินด้วยนะ แม่ก็หิวแล้วเหมือนกัน 

ลูกน้อย: จ้องมองแม่ พรางยิ้ม พร้อมถามคุณแม่ของเขาว่า “แม่ครับ งานนี้ มัน.ื้อได้หรือเปล่าครับ? แล้วถ้าซื้อได้มันราคาเท่าไหร่ครับ”

คุณแม่: ยิ้มพร้อมตักอาหารให้ลูกน้อย และอธิบายเพิ่มว่า งานเนี่ย มันขายกันเป็นชั่วโมงนะ แต่ละคน สามารถถูกซื้อด้วยงาน ได้ในราคาที่ต่างกันออกไปนะลูก 

(ลูกน้อย ยิ้มอย่างอารมณ์ดีจนดูเหมือนแก้มจะฉีกเป็นพิเศษ และ บอกขอบคุณแม่อย่างทันควัน พร้อมรีบกินข้าวจนเสร็จ)

.
..
...
ในเวลาต่อมา ราวๆ 5 ทุ่มเศษ แล้ว —
คุณพ่อ ก็ได้กลับถึงบ้านสักที 
ในขณะที่เขาถอนหายใจขณะกำลังปิดประตูหลักของบ้านพร้อมล็อคกุญแจอยู่นั้น (ก๊อกแก่กๆ) 

ก็ปรากฎ เสียงเล็กๆ แต่นุ่มนวลเหมือนผ้าสะอาดไร้การเจือปน ขึ้นที่บริเวณ ทางเข้าโถงของบ้านว่า
(คุณพ่อครับ กลับมาแล้วหรอครับ...)

คุณพ่อ: อ้าว... นี่ทำไมลูกของพ่อ ยังไม่นอนครับ? มีอะไรหรือเปล่าลูก ไม่สบาย?

ลูกน้อย: ผมไม่เป็นไร ... แต่ผมอยากมา สวัสดีพ่อฮะ

คุณพ่อ: น่ารักจังเลย มานี้ มา เดี๋ยวพ่อพาขึ้นไปส่งที่ห้องนะครับ 

สิ้นเสียง ลูกตัวน้อย ผู้ไร้เดียงสา ... ได้เดินเข้าไปหาต้นเสียงดังกล่าว ... พร้อมพูดไปด้วยว่า
 
ลูกน้อย: พ่อฮะ ... งานที่พ่อทำอยู่ตอนนี้ชั่วโมงหนึ่ง คุณพ่อได้เท่าไหร่หรอ?

คุณพ่อ: อืมมมม ... ลูกจะอยากรู้ไปทำไมหรอครับ? พ่อว่าลูกไปนอนได้แล้วนะ

ลูกน้อย: บอกหน่อยนะฮะ ผมอยากรู้จริงๆ 

คุณพ่อ: นี้ 5 ทุ่มกว่าแล้วนะลูก ไว้เราคุยเรื่องนี้กันพรุ่งนี้ไหม? 

ลูกน้อย: บอกผมหน่อยนะฮะ มันสำคัญสำหรับผมจริงๆครับพ่อ

คุณพ่อ: อ่ะ ... ก็ได้ ถ้าลูกต้องการจะรู้ (พร้อมทำเสียง กระแอม คล้ายมีอารมณ์เล็กน้อย) ราวๆ 2,400 บาท ต่อ วัน (300 บาท ต่อ หนึ่งชั่วโมง)

หลังสิ้นคำตอบของผู้เป็นพ่อ เด็กน้อย นั่งลงพร้อมน้ำตาไหล ร้องไห้ออกมา จนผู้เป็สพ่อตกใจ และคิดไปต่างๆนาๆ 

คุณพ่อ: เกิดอะไรขึ้นหรอลูกไหนบอกหน่อยสิ้? เป็นอะไรไป เจ็บปวดตรงไหนรึเปล่า?

ลูกน้อย: สะอื้น (ฮึ่กๆ ๆ) พร้อมพูดเบาๆ ผมมีเงินไม่พอฮะพ่อ ผมขอเงินพ่อเพิ่ม (200 บาท) ได้ไหมครับ? 

คุณพ่อ: สีหน้าเปลี่ยน (เหมือนดูตกใจ แต่ก็มีอารมณ์ร้อนรวมอยู่ในนั้น) พร้อมถามลูกว่า ลูกจะเอาเงินจำนวนเท่านั้นไปทำอะไรครับ 

ไม่ทันที่เด็กน้อยผู้เป็นจำเลยจะได้ตอบ .... ชายวัยกลางคนที่กำลังมีอารมณ์ที่ร้อน รวมกับความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ตะคอกกับเด็กคนนั้นอย่างแรงว่า ...

“จะเอาไปซื้อของเล่นหรือไง นี้ลูกมารอพ่อจนมืดค่ำ เพียงเพราะอยากได้เงิน ไปซื้อของเล่น? พ่อเสียใจมากกับการทำตัวแบบนี้ของลูก”

สิ้นสุดคำพูดนั้น ...

เด็กน้อยกล่าว: ผะ ผม ... (ฮึก ๆ ๆ) ผม มีเงินเก็บอยู่ 100 บาท ตอนนี้ ... แต่มันยังไม่พอ สำหรับการซื้อเวลางานของพ่อ 1 ชั่วโมง
 
เพื่อให้พ่อกลับมา “กินข้าวเย็น”
 
พร้อมกันที่บ้านครับ ก่อนปล่อยโฮครั้งใหญ่
.
..
...
หลังคำพูดนั้น ผู้เป็นได้นั่งทรุดตัวลงที่พื้นค้างๆเด็กชายผู้เป็นลูกของเขา น้ำใสๆ ที่บริเวณดวงตา ซึ่งจำไม่ได้แล้วว่ามันไหลออกมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ค่อยๆรินลงกระทบแก้มทั้งสองข้าง ... 

ก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะกล่าว ... พ่อขอโทษนะ—

นิทาน จบ ตรงนี้...


เป็นไงบ้างครับ? ตอนนี้คุณค่าของ “เวลา” ที่ถูกถ่ายทอด และอธิบายผ่านนิทานเรื่องนี้ จบลงตรงนี้ ... 
แล้วเพื่อนๆ ละครับ คิดว่า “เวลา” คืออะไร?
SHARE
Written in this book
OPTIMISTIC SHARING

Comments

StoryBySuan
30 days ago
ยังไง ถ้าใครอ่านแล้ว ชอบไม่ชอบตรงไหน สามารถติชม หรือ แสดงความคิดเห็นกันได้นะคร้าบบบ เป็นกำลังใจ ให้คนขี้เกียจคนนี้กันจ้า ~
Reply