ทุกวันนี้ก็ยังไม่พร้อมกับเฟสบุ๊คอยู่ดี
ถ้านับโพสล่าสุดที่เคยโพสบนเฟสบุ๊คน่าจะทำสถิติ 7 ปีพอดี ที่ยังไม่ได้โพสอะไรอีกเลย

เราไม่ชอบเฟสบุ๊ค ไม่เคยชอบ และไม่รู้มันสนุกยังไงด้วย

เราชอบอยู่คนเดียวเป็นบางเวลา ถ้าจะคุยกับเพื่อนก็ชอบไปแบบเห็นหน้ามากกว่า เราแทบไม่ส่งไลน์หาใครเลย ถ้าไม่จำเป็นเช่นอยู่ต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด

เราชอบตอนสมัยยังเด็กสักม.ต้น โทรศัพท์ยังเป็นแค่โทรศัพท์ สมัยนั้นใช้แบบฝาพับด้วยนะ ชอบมาก 555

ชอบเล่นเกมบอยกดๆ ไปร้านการ์ตูนหลังเลิกเรียน ซื้อการ์ตูนออกใหม่ ไม่ก็หาการ์ตูนเล่มใหม่

ขนาดม.ปลายมีสมาร์ทโฟนมาแล้ว เรายังไม่ใช้เลย มีไอโฟน 4 แล้ว แต่เราก็ยังติดชีวิตเหมือนเดิม อ่านการ์ตูนน้อยลง แต่ไปเช่าหนังสือนิยายมากอ่านแทน

หมดเวลาไปกับการดูหนัง ไปเล่นห้องเพื่อนที่เป็นเด็กหอด้วยกัน นั่งอ่านหนังสือเรียน เล่นบอร์ดเกม เล่นไพ่ เล่น play station เล่นกีตาร์ฮีโร่ เราโปรดปรานเครื่องเล่นเกมที่เป็นจอยกดๆ มากเป็นพิเศษ คงเพราะติดเกมบอยตั้งแต่เด็ก

มันเป็นกิจวัตร เป็นนิสัยของเรา จนมันติด

วันหนึ่งเพื่อนๆ ก็เริ่มหายไป เพื่อนเริ่มพูดคุยในสิ่งที่เราไม่รู้ เพื่อนแชร์นู้นแชร์นี้ในเฟส เล่นเกมในเฟส บอกการบ้านในเฟส

เราไม่ชอบเลย แต่ต้องใช้ ไม่อย่างนั้นจะตามไม่ทัน (ตามงานนะ)

ขึ้นมหา’ลัย เราก็ยังไม่ใช้สมาร์ทโฟน แต่มีเฟสของตัวเองแล้ว เพื่อนใหม่ในตอนนั้นทำความรู้จักกันผ่านเฟสบุ๊ค ซึ่งเราไม่ชอบวิธีแบบนี้นอีกเช่นกัน เราไม่รู้วิธีพูดคุยกับคนผ่านข้อความเท่าไรนัก และไม่เก่งด้วย แต่ถ้าพูดต่อหน้านี่ได้เลย

เราปล่อยเลยตามเลย และไปหาเพื่อนในวันเปิดเทอม

ตอนนั้นตื่นเต้น ปนแปลกประหลาดด้วย เพื่อนหลายคนรู้จักกันแล้ว ผ่านเฟสและกลุ่มไลน์ ตอนนั้นเรายังไม่มีไลน์เลย

เราหวั่นๆ ว่าจะหาเพื่อนยาก แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้น

ในที่สุดก็เจอเพื่อนที่มีอะไรเหมือนกัน แต่ก็เหมือนเดิม ทุกคนคุยกันในไลน์ได้ แต่เราตกข่าวเสมอ 555

จนปี 1 เทอม 2 ใกล้จะจบ ถึงเริ่มมีสมาร์ทโฟนใช้กับเขาบ้าง ตอนนั้นซื้อไอโฟน 4s มา ตกรุ่นแล้ว แต่ซื้อเพราะราคาถูก และเราก็ไม่ใช้อะไรมากกว่านั้น นอกจากคุยไลน์กับเพื่อนว่าพรุ่งนี้มีชีทไหม ต้องปริ้นอะไร หรือคอนถามไถ่ว่าทำไมมาสายจัง หรือเป็นคนบอกว่าวันนี้จะสายน้า 5555

เปลี่ยนโทรศัพท์อีกทีก็ตอนจบปี 4 ชีวิตเราเหมือนเดิมเสมอ ไม่เคยคุ้นชินกับการใช้โซเชียล

จนวันหนึ่งที่ชีวิตเราเปลี่ยนไป และเพื่อนก็เริ่มใช้โซเชียลเปลี่ยนไป

เราใช้เวลาบนหน้าจอ อ่านเรื่องราวชีวิต หรือความสำเร็จของคนอื่นมากขึ้นรวมทั้งคนที่ไม่ใช่เพื่อนด้วย

นั้นทำให้เราท้อแท้ในชีวิต เพราะมันดันเปรียบเทียบไปเอง แล้วรู้สึกว่าทำไมเรามีชีวิตไม่ดีเท่าคนอื่นน้า

จนวันหนึ่งเราคิดว่าเรารับรู้ชีวิตดีๆ บนโซเชียลมากเกินไป เราหยุดทุกอย่างจนถึงทุกวันนี้

วันนี้เรากลับไปเข้าเฟสรอบหนึ่งเพราะเห็นว่ามีวันเกิดเพื่อนพอดีเลยเข้าไปแฮปปี้เบิร์ดเดย์ แล้วเราก็ดันไถฟี้ดอีกแล้ว เข้าอีหรอบเดิม

เราทั้งไม่พร้อมและไม่ถูกกับเฟสบุ๊คจริงๆ ส่วนโซเชียลอื่นๆ เราก็แทบไม่แตะเช่นกัน

แต่เอาจริงก็มีแอคเค้าเฟสที่เป็นงานดูแลเพจศิลปะของแฟน แอคนั้นฟี้ดต่างกับของส่วนตัวเรามาก เราเฉยๆ กับฟี้ดนี้ ไม่ได้รู้สึกแย่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดี เนื้อหาส่วนใหญ่เราเห็นแต่คนแชร์งานศิลปะ แทนที่จะเล่าเรื่องชีวิต เราก็เลยเซฟโซนในนี้ 555

แต่ก็ไม่ได้น่าเล่นนักหรอก เพราะจริงๆ ต้องหมั่นเข้ามาเช็คเพื่อให้เพจแอคทีฟต่างหาก คอยโพสงานและคิดแคปชั่น ซึ่งเป็นงานที่ไม่ค่อยถนัดเลย 555 หลังๆ มันเลยไม่เป็นแคปชั่น ออกมาทางเล่าเรื่องมากกว่า

ชีวินที่จบมาไม่เจอใคร การมีโซเชียลเหมือนจะทำให้เราติดต่อคนง่ายขึ้น คลายเหงา แต่เราว่ามันตรงข้ามสำหรับเรามากเลย มันทำให้เราแย่กว่าเก่าเสียอีก

ทุกวันนี้เราก็ยังคงเป็นเราคนเดิมในตอนประถม ในตอนมัธยม และในตอนมหา’ลัย เราใช้เวลาไปกับการดูหนัง เรียนเปียโน เรียนภาษาญี่ปุ่น ออกไปสอนพิเศษ ตอบคอมเม้นคนบ้างตามเวลาที่จะว่าง เขียนหนังสือ นัดเจอเพื่อนถ้ากลับมาไทยกันหรือเข้ากทม. กัน

เราชอบชีวิตที่ไม่มีสมาร์ทโฟนมากนะ ชีวิตที่คนเราจะเจอกันต้องออกมาข้างนอก ชีวิตที่ไม่ได้อ่านรีวิว หรือถามกูเกิ้ลถี่ยิบ 

เหมือนยายเรา ยายเป็นคนคุยเก่ง พูดหวาน แกรู้จักทุกคน และคุยได้ทุกคนแม้ไม่รู้จัก แกโตมากับการพูดคุยกับคนข้างบ้าน คุยกับลูกค้า ทุกวันนี้ยายก็ยังเป็นแบบนั้น และเราก็ชอบมาก

แต่ใช่ว่าการมีอะไรพวกนี้มันจะไม่ดี มันก็ดี มีประโยชน์ แต่ก็ต้องแลกกลับการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง
SHARE
Writer
PearlPlank
Storyteller
PAST - psychology student. NOW - tutor, translator, partner of artist, and studying piano and 日本語.

Comments