ผู้ที่ถูกเรือประมงไทยหลอกไปทำงานอยู่กลางน่านน้ำนานนับหลายปี
          วันนี้เราได้รู้จักกับ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ Labour Right Promotion Foundation (LPN) เดิมก่อตั้งเมื่อปลายปี พ.ศ.2547 ดำเนินการภายใต้คณะบุคคลเพื่อการทำงานภาคประชาสังคมและเน้นการทำงานเกี่ยวกับประเด็นแรงงานข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาครเป็นหลัก 

           พี่ Tunlin ชายชาวเมียนมาร์ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ผู้ที่ถูกเรือประมงไทยหลอกไปทำงานอยู่กลางน่านน้ำนานนับหลายปี

      “ครั้งนั้นผมถ่ายภาพทำทะเบียนไว้โดยไม่รู้จักว่าใครเป็นใคร                                        และเขาก็จับพวกผมเข้าในตู้ รู้ตัวอีกทีก็ไปอยู่บนเรือที่กลางทะเลแล้ว” 

          คำพูดหนึ่งจากพี่ Tunlin ที่แสดงให้เราเห็นว่า เขานั้นไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ากำลังจะถูกหลอกให้ไปเป็นแรงงานประมงข้ามชาติอยู่กลางทะเล 
          ซึ่งพี่ Tunlin เล่าว่า เขานั้นออกเดินทางมากกว่า 4 วัน 4 คืน เพื่อเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ ในตอนนั้นเรือประมงไทยไปรับปลาที่ประเทศสิงคโปร์และออกเดินทางจากประเทศสิงคโปร์ไปยังประเทศอินโดนีเซีย พี่ Tunlin ต้องอาศัยอยู่บนเรือและเดินทางไปที่ประเทศอินโดนีเซียเพื่อทำเอกสารการทำงานอีกครั้ง 

          เมื่อทำเอกสารเสร็จสมบูรณ์หลังจากนั้น ก็ออกเดินทางไปยังเกาะอัมบล ประเทศอินโดนีเซีย พี่ Tunlin ต้องอยู่ในทะเลกับเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกราว 30 กว่าชีวิตไปราว 3 เดือนกว่า โดนขณะที่อยู่บนเรือนั้น
 เขาและเพื่อนต้องใช้แรงงานประมงยาวนานถึง 24 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่ได้รับการพักผ่อน และหากใครที่ไม่ทำตามคำสั่งของไต้ก๋ง เรือประมง ก็จะโดยทำร้ายร่างกายมากมาย
เช่นการทุบตี การกระทืบ ไปจนถึงการใช้น้ำร้อนราดไปบนตัวพวกเขา และแน่นอนว่าขณะอยู่บนเรือนั้น พวกเขาต้องดื่มน้ำที่ไม่สะอาด อาหารที่ได้รับมีเพียงปลาที่จับขึ้นมาได้กับข้าวสวย ไม่มีผัก ไม่มีผลไม้ หรืออาหารชนิดอื่น ซึ่งพวกเขาจะต้องผลัดกันไปกินข้าว และการที่ต้องทำงานหนักก็ส่งผลให้กินข้าวได้น้อยลงมากเพราะร่างกายไม่ได้พักผ่อน 

           ไม่นานนักเรือของพี่ Tunlin ก็เทียบท่าเข้าที่เกาะเพื่อมาไถ่ปลาลงจากเรือ และตอนนั้นเองก็มีเพื่อนบางคนที่วิ่งหนี แต่สุดท้ายก็โดนจับขึ้นมาเป็นแรงงาน ลูกเรือบางคนก็ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดน้ำไปก็มี ลูกเรือบางคนที่เจ็บป่วยก็ต้องตายไป เพราะว่าบนเรือนั้นไม่มีแม้กระทั่งยารักษาโรค 

           ต่อมาในปี ค.ศ.2007 เรือที่ของพี่ Tunlin ที่เป็นเรือประมงประเทศไทยเกิดปัญหาขึ้น นายจ้างจึงจะขายเรือนั้นไปพร้อมกับลูกเรือที่ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้เรือต้องกลับเข้าฝั่ง เรือเข้าเทียบท่าแต่ว่าลูกเรือไม่ได้กลับบ้าน ยังคงใช้ชีวิตอยู่บนเรือต่อไป 
           และเมื่อปี ค.ศ. 2012 ลูกเรือเริ่มน้อยลงทำให้ต้องทำงานหนักขึ้น เมื่อเรือเทียบท่าเข้าชายฝั่งยังดินแดนแผ่นดินใหญ่ ลูกเรือบางคนเริ่มหนีเอาตัวรอดด้วยจากการที่วิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดและติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือแก่พวกเขา 
“ต้องสู้ห้ามท้อห้ามตาย”
คือคำพูดที่ทำให้พี่ Tunlin มีชีวิตรอดมาได้ และหลังจากที่พวกเขารอดมาได้ พวกเขาได้ติดต่อไปยังบริษัทที่พวกเขาถูกจับตัวไปและดำเนินการทางกฎหมายโดยมีหน่วยงานของรัฐ และ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ที่ช่วยพวกเขาไว้ 

            จนสุดท้าย หลังจากที่พี่ Tunlin ต้องเป็นแรงงานประมงอยู่กลางทะเลอย่างยาวนานถึง 7 ปี เขาก็ได้รับเงินชดใช้เป็นจำนวน 320,000 บาทถ้วน 

           หลังจบเรื่องทั้งหมดพี่ Tunlin ก็ได้เดินทางกลับไปยังประเทศเมียนมาร์ เพื่อไปพบหน้าอีกครั้งกับครอบครัวที่เขารัก ด้วยกระบวนการมากมายของ Labour Rights Promotion Network ที่ได้ช่วยประสานเรื่องต่างๆให้ 


           ซึ่งในปัจจุบันพี่ Tunlin ได้กลับมาเป็นแกนนำ ช่วยเหลือผู้คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ร่วมกับพี่น้องอดีตลูกเรือประมงอีกหลายคน ภายใต้ Concept : From Victim to Hero ซึ่งใน 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ที่ประสบปัญหานี้พี่ Tunlin และทีมก็ได้เข้าไปช่วยเหลือมาแล้วมากกว่า 1,000 คนต่อปี ซึ่งในตอนนี้ศูนย์ LPN จะเป็นหน้าด่านของการฟื้นฟูเยียวยาแรงงาน ทั้งคนไทยและต่างชาติ เป็นที่พักระหว่างรอกระบวนการยุติธรรม และยังเป็นที่ฝึกอาชีพ ที่ฟื้นฟูร่างกาย จิตใจอีกด้วย และภายใต้การเคลื่อนไหวของ LPN นั้นทราบว่ายังมีแรงงานทั้งคนไทยและต่างชาติได้รับการช่วยเหลือกลับมา กว่า 3,000 คน ในตอนนี้จากการที่ต้องไปเป็นแรงงานทาสอยู่บนเรือประมงไทยที่ประเทศอินโดนีเซีย และปัจจุบันนั้น

    
                   ยังมีผู้ชายอีกกว่า 30,000 คน ที่ยังติดอยู่กลางทะเล                                                           ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือเมื่อใด----------------------
ขอบคุณค่ะ
SHARE
Writer
SENDSENTSENT
Roles
เรื่อยๆ เปื่อย ๆ

Comments