กระสวยอวกาศที่รัก
ขอให้เธอรู้ไว้ว่า
แม้ตอนนี้ที่นี่เหลือเธออยู่เพียงคนเดียว แต่เธอไม่ได้มาที่นี่เพียงลำพัง

ณ.ห้องทดลองของนักวิทยศาสตร์สติเฟื่อง

ห้วงอวกาศคือจุดหมายและมันคือจุดที่จะพิสูจน์ความสำเร็จของเขา...

นี่คือเป้าหมายของนักวิทยาศาสตร์ที่ชอบทำงานคนเดียวจนได้รับฉายาว่า นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง


ในอดีตนั้น
เขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาโดยตลอด
แม้ว่าเขาจะมีพ่อแม่เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ แต่พวกท่านทั้งสองทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว

เนื่องจากในตอนที่เขายังเล็ก เขาฉายแววของอัจฉริยะ

เขาเรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กคนอื่นๆ เขาโดดเด่นเกินกว่าเพื่อนๆในชั้น พ่อแม่คิดว่าตัวเขานั้นไม่ควรมานั่งเสียเวลาเรียนตามหลักสูตรเหมือนเด็กทั่วไปในชั้นเรียน 

จึงตัดสินใจให้ลูกชายเรียนที่ห้องทดลองและให้เรียนกับศาตราจารย์ที่มีชื่อเสียง


ห้องทดลองนี้มีทุกอย่างที่นักวิทยาศาสตร์ต้องการแต่กลับไม่มีสักอย่างที่เด็กคนหนึ่งต้องการ

“เสียงที่ส่งไปไม่ถึงผู้ปกครอง”

มันเป็นเรื่องยากของเด็กคนหนึ่งที่ถูกแยกออกมาจากสังคมจะสามารถสื่อความในใจให้คนอื่นรับรู้ได้ 

นานๆครั้งที่เขาได้พบหน้าพ่อแม่ เขาที่ยังไม่ทันได้เอ่ยวาจาสักคำ พวกท่านก็เอาแต่ยิ้มชื่นชมในผลคะแนนของแบบทดสอบ

บอกให้เขาตั้งใจเรียนไว้เพื่ออนาคตที่ดี

โดยไม่ได้ถามไถ่เขาสักคำว่าอนาคตที่เขาต้องการนั้นเป็นแบบไหน ?


นั่นจึงทำให้เขาไม่กล้าพูดขัดต่อความต้องการของพ่อแม่

วันเวลาล่วงเลยจนเขาเติบโตเป็นหนุ่ม
เขาได้ผ่านการทดสอบของมหาวิทยาลัย ไม่นานนักก็กลายเป็นศาสตาจารย์

เรื่องราวทุกอย่างง่ายดายเหมือนในการ์ตูน ที่ตัวเอกสามารถทำได้ทุกสิ่งที่ผู้เขียนปรารถนา ...เขาทำได้ทุกอย่างที่ผู้สร้าง(พ่อแม่)ของเขาปรารถนา แต่เขาไม่รู้ว่าตัวเขาเองนั้น...ปรารถนาอะไร

พ่อแม่ของเขาหมายมั่นปั้นมือให้เขาวิจัยในเรื่องอวกาศ 

ตัวของเขาเองนั้นก็รู้สึกพิเศษกับเรื่องอวกาศ...เพียงแต่เขาก็ไม่รู้ว่าที่เขารู้สึกพิเศษนี้มันเป็นความปรารถนาที่ยืมมาจากพ่อแม่ หรือมันเป็นความชอบของตัวเขาเองกันแน่

เขาทุ่มเทจนงานวิจัยเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ยานอวกาศถูกสร้างขึ้นมาใกล้จะสำเร็จ



...แต่ดวงอาทิตย์ทั้งสองของเขาได้ดับลงเสียก่อน


แสงนำทางของเขาหายไป...พ่อแม่ที่เป็นผู้กักขังเขาจากสังคม พ่อแม่ที่คอยบังคับให้เรียน แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นพ่อแม่ที่เขารัก 

กรงทองที่จู่ๆก็ปล่อยให้นกน้อยเป็นอิสระโดยที่ไม่ถามลูกนกสักคำว่ามันพร้อมที่จะบินไหม 


อิสระภาพที่เคยหายไป
กลับมาในวันที่เขาไม่ได้ต้องการ


เขาสูญเสียสิ่งสำคัญ
นั้นทำให้เขาทิ้งงานวิจัยและไม่พัฒนายานอวกาศของเขาต่อ
เขาเก็บตัวอยู่ในห้องทดลองของเขาเพียงลำพังเหมือนแต่ก่อน จนคนอื่นๆคิดว่าเขาบ้า

งานวิจัยที่ทำมาก่อนหน้านี้ก็ถูกยึดกลับเอาไปพัฒนาต่อโดยนายทุนใหญ่
แต่ยานนั้นก็ยังบินขึ้นสู่อวกาศไม่ได้เพราะมันยังไม่เสร็จและไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เขาทำมา

ยานอวกาศลำใหญ่ที่ติดกับจรวดนั้นไม่มีใครเข้าใจการทำงานของมัน



นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องคนนี้สุดท้ายแล้วเขาก็ท้อ 

แม้จะรู้ว่าชีวิตต้องเดินต่อ
แต่ปลายทางที่ไม่มีเสียงชื่นชมของพ่อแม่
นั้นก็เหมือนกับชัยชนะที่ไร้ซึ่งความหมาย

เขาตัดสินใจปิดห้องทดลองของเขาลงและกลับไปที่บ้านของพ่อและแม่ 

กลับไปจุดเริ่มต้นสถานที่ๆเขาเกิดมา

...บ้านที่เก่าและทรุดโทรมหลังนี้
มันโทรมมากๆหากเทียบกับภาพความทรงจำในอดีตของเขา

__________

...นี่บ้านของฉันหรอ
แล้วป้ายประกาศขายของธนาคารนี่คืออะไรกัน...

นี่เป็นคำพูดแรกที่ออกมาจากปากของเขา ในวินาทีที่เขาได้เห็นบ้านที่เคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่

เขาเมินต่อป้ายประกาศขายบ้าน กับข้อความห้ามบุกรุกและเข้าไปสำรวจในตัวบ้าน

...ไม่มีสิ่งใดอยู่เลย

ห้องทดลองที่พ่อแม่เคยสร้างให้เขาอยู่นั้น พวกท่านสร้างไว้ให้ใกล้กับสถานีวิจัยของมหาลัยมันอยู่ไกลจากบ้านหลังนี้ 


ที่ห้องทดลองมีอุปกรณ์ใหม่ๆเข้ามาเสมอ

แต่ในบ้านของเขาเองนั้นแม้แต่ของประดับเก่าๆสักชิ้นก็ยังไม่มี 

เขาไม่ได้กลับบ้านมานานมากเป็นสิบปีก็จริง แต่มันก็น่าจะมีสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์เครื่องประดับต่างๆในอดีตให้เห็นบ้าง

สืบหาความจริงจนได้รู้ว่าบ้านของเขาไม่เหลือทรัพย์สมบัติใดๆ และขายให้ธนาคารแล้ว 

มรดกทุกอย่างที่มีนั้นคือห้องทดลองที่เป็นชื่อของเขาพร้อมกับเงินประกันชีวิตของแม่และพ่อที่ทำเอาไว้

...เขาไม่อยากจะคิดว่าการที่พ่อกับแม่จากไปนี่เป็นอุบัติเหตุหรือเป็นการจัดฉากเพื่อให้ได้เงินประกันมากันแน่ ?

นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการรู้ แต่ที่เขาต้องการทราบคือทำไมพ่อกับแม่ถึงทำให้เขาขนาดนี้ ทำไมถึงทุ่มเทขายทุกสิ่งอย่างเพื่อเขาได้ขนาดนี้

พ่อกับแม่ของเขาย้ายออกมาอาศัยที่ห้องเช่าห้องหนึ่ง 

ห้องเช่านั้นตอนนี้ตกเป็นหน้าที่เขาที่ต้องจ่ายค่าห้องรายเดือนต่อ เขาไปที่ห้องเช่าโทรมๆห้องนั้น 

พื้นที่ใช้สอยในห้องแทบจะไม่มี ของที่มีราคาก็มีแค่ชุดสูตของคุณพ่อ กับชุดราตรีที่เห็นประจำเมื่อพวกท่านมาหาที่ห้องทดลอง พวกท่านใส่ชุดราคาแพงเพื่อไม่ให้เขารู้ถึงสถานะทางการเงินที่ตกต่ำ

เขาลื้อค้นสิ่งของทุกอย่างในห้องจนไปเจอเข้ากับสมุดบันทึกของพ่อและแม่
เนื้อหาในสมุดไม่มีข้อความบอกลาใดๆ มีแต่ตัวหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับความรู้สึกรัก ความห่วงใยที่มีให้เขาตั้งแต่วันที่เขาเกิดมา วันที่เขาเริ่มพูด วันที่พาเขาปลีกตัวออกมาจากระบบศึกษา ทุกๆอย่างที่ยัดเยียดให้เขามันคือความรักและความหวังดี 

จริงอยู่ที่มันอาจจะมากไปและมันเหมือนเป็นการบังคับ 
แต่คนที่มีความรักนั้นมองไม่ออกหรอกว่ามากหรือน้อยไป
 เพราะยิ่งรักก็ยิ่งให้

เขาเสียใจที่เคยคิดน้อยใจ คิดว่าพ่อแม่ไม่รัก จนเคยคิดอยากจะหนีหรือฆ่าตัวตายเหมือนอัจฉริยะคนอื่นๆที่ถูกบังคับ ปัญหาของเขามันเล็กนิดเดียว หากมองให้กว้างออกมา มองในมุมของผู้ปกครอง พวกท่านก็แค่อยากให้เขาประสบความสำเร็จเพียงอย่างเดียว

เขาไม่รู้ว่าจะบอกความรู้สึกที่ดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกันนี้ได้อย่างไร

หน้าสุดท้ายในสมุดบันทึกคือรูปครอบครัว ที่เขาถือเครื่องบินและดวงจันทร์

...มันทำให้เขารู้ว่า คนที่ชอบอวกาศนั้นคือเขา ส่วนพวกท่านแค่คอยสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อพาให้เขาไปถึงความฝัน

เขาบอกกับตัวเขาเอง
...ช่างโง่นักที่ลืม...
ที่เคยพูดว่า หนูอยากไปดวงจันทร์
อวกาศคือความฝันของเขาเอง

ความฝันกลับคืนมาแม้ไม่มีแสงที่นำทาง

...ไม่ใช่สิ...
แสงนั้นไม่ได้นำทาง 
แต่แสงนั้นแค่สนับสนุนให้เขาไปถึงฝั่งฝัน


เขาเสนอตัวกลับเข้างานทดลองยานอวกาศที่เคยได้ทำไว้ เป็นโชคดีของเขาที่เขาสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าตัวเขาพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นหัวเรือในงานวิจัยนี้ต่อได้

ยานอวกาศที่ติดกับจรวดนี้แท้จริงแล้วไม่ใช่ทั้งหมดที่จะไปสู่อวกาศได้

ชื่อรวมๆของพวกมันคือ 
กระสวยอวกาศ
เขาได้อธิบายการทำงานของมันกับนักวิจัยคนอื่นๆ

จรวดสองข้างที่ติดขนาดอยู่กับถังเชื้อเพลิงแข็งคือ ถังเก็บออกซิเจนและไฮโดรเจน
มันจะถูกสลัดออกเมื่อเชื้อเพลิงหมด กระสวยทำหน้าที่ส่งยานอวกาศให้พ้นจากชั้นบรรยากาศโลก

...ใช่ ฟังดูน่าเสียดายที่ต้องสลัดสิ่งที่ทำหน้าที่สำคัญออก สลัดสิ่งที่ผลักดันยานอวกาศนี้ทิ้งไป

จากสามส่วนจะเหลือเพียงส่วนเดียวเท่านั้นที่จะได้พ้นแรงดึงดูด

นี่เป็นสิ่งที่ตัวเขาคิดค้นและเป็นสิ่งหนึ่งที่เขาไม่อยากจะยอมรับในวันที่เสียพ่อกับแม่ไป

ในเวลานั้นน่าแปลกสำหรับเขาที่เคยอยู่คนเดียวมาโดยตลอด แต่พอเสียสิ่งสำคัญไปกลับไม่กล้าที่จะอยู่คนเดียว กลับไม่กล้าปล่อยทิ้งถังเชื้อเพลิงที่ใช้งานจนหมดประโยชน์ เขาปล่อยให้เรื่องเล็กๆมามีบทบาทต่อความรู้สึกและมีผลต่อการตัดสินใจ

คนที่เพิ่งสูญเสียมักจะตัดสินใจอะไรได้ไม่สมเหตุสมผล

แต่ตอนนี้เขากล้าแล้ว เขากล้าที่จะสลัดถังเชื้อเพลิงทั้งสามให้เหลือเพียงยานอวกาศเท่านั้นที่จะพ้นชั้นบรรยากาศและหนีจากแรงดึงดูดโลกไป

กระสวยอวกาศและยานอวกาศมีคนละหน้าที่แต่พวกมันมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน
คือ 
พาเราให้ไปถึงอวกาศ และทำให้เราไปถึงเส้นชัย

ในที่สุดกระสวยอวกาศก็เสร็จสมบูรณ์
และนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องคนนี้ก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมไปกับคณะนักบินอวกาศด้วย

วันที่ต้องเดินทางมาถึง
เขาเข้าใกล้วินาทีความสำเร็จ
เมื่อกระสวยอวกาศทะยานขึ้นฟ้า เหมือนเวลาค่อยๆเดินไปอย่างช้าๆจนรู้สึกว่ามันหยุดนิ่ง ใจของเขารู้ดีว่าอีกไม่นานจะต้องบอกลา อีกสองนาทีข้างหน้าถังเชื้อเพลิงทั้งสองจะถูกสลัดทิ้งไป

แม้รู้ว่าจะต้องจากลา
ยานอวกาศจะต้องเหงา และเสียสิ่งสำคัญที่ผลักดันยานมาตลอดไป แต่เขาจะไม่ยอมถอยกลับหรือลังเลใดๆอีก

ถึงจะไม่ได้ไปด้วยกัน แต่ปลายทางความสำเร็จที่เหลือฉันคนเดียวนั้น คือเป้าหมายของพวกเรา

สองนาทีหลังจากที่กระสายอวกาศขึ้นทะยานจรวดเชื้อเพลิงทั้งสองก็ถูกสลัดทิ้งไป

ตอนนี้อัตราความเร็วของกระสวยค่อยๆเพิ่มขึ้น จากนั้นเครื่องยนต์หลักก็หยุด และถังเชื้อเพลิงภายนอกก็ย้ายเชื้อเพลิงไปที่ยานอวกาศ

เหมือนเป็นคำพูดสุดท้ายที่ฝากไว้ของเหล่าเพื่อนพ้องผู้ออกเดินทางด้วยกันมา ข้อความที่ถูกถ่ายทอดให้สหายคนสุดท้ายว่า 
ไปต่อให้ถึงเส้นชัยแทนพวกเราด้วยนะ

...และถังเชื้อเพลิงสุดท้ายก็ตกลงไปสู่ทะเล


ในที่สุดเขาก็ไปถึงฝั่งฝัน
ในที่สุดก็พ้นออกมาจากแรงดึงดูดของโลกได้

เขาจะไม่มีวันลืมว่ากว่าที่เขาจะมาถึงตรงนี้
มีหลายๆอย่างที่นำพาเขามา

ทุกสิ่งที่เข้ามาจนถึงวันนี้ที่ประสบความสำเร็จทุกอย่างล้วนมีส่วนช่วยในการผลักดันชีวิตเขา

บางครั้งอาจเศร้าที่ต้องจาก อาจจะต้องมีการบอกลากับหลายๆอย่างในชีวิต
แต่ในวันที่เราได้พบเจอความสำเร็จ จงขอบคุณทั้งเรื่องที่คิดว่าดี และเรื่องที่เรามองว่าร้าย เพราะถ้าเราไม่ได้ผ่านเรื่องเหล่านั้นมา ก็คงไม่เป็นตัวเราเช่นวันนี้


ฉันอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จคนเดียว
ไม่ได้แปลว่าฉันทิ้งใครไว้ข้างหลัง 
พวกเขาเหล่านั้นคือส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้กลายเป็นตัวฉันที่ประสบความสำเร็จ

ขอบคุณนะ

...กระสวยอวกาศที่รัก...

ปล.  ไม่ได้เขียน ปล.นานมากๆแล้วนะคุณ ตอนที่อยู่ด้วยกันก็อยากจะพูดกับคุณเอง ก็เลยไม่จำเป็นต้องฝากอะไรไว้กับเรื่องเล่า

ตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว
วันหนึ่งคุณอาจจะกลับมาอ่านงานเขียน ธรรมดาที่คุณดูถูกว่ามันเป็นแนวโลกสวยแนว ดิสนี่ย์

แต่คุณเป็นเด็กน้อย แนวนี้คุณก็ชอบอยู่นิ 

อยากให้รู้ว่ารักคุณเสมอนะ
ไม่ได้อยู่กับคุณแล้วแต่ก็ขอให้คุณมีความสุขกับทางเดินของคุณนะ 

ขอให้เป็นคนที่ยิ้มอย่างมีความสุขและสุขภาพแข็งแรง 

เรียนเก่งสอบได้คะแนนดี 

ไม่เจอกับเรื่องเครียดๆ 

ขอให้เขาดูแลเธออย่างดีทุกวัน

จากนี้ไม่มีอะไรที่คุณต้องคิดมากแล้ว 
คุณพ้นจากแรงดึงดูดที่คอยฉุดรั้งคุณไว้แล้ว

ความสำเร็จที่ตรงนั้นอยากให้คุณพอจะจำได้ว่า 


..ครั้งหนึ่งเคยมีผมผ่านเข้ามาในชีวิต..


SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน
Writer
Suyseiy
13/40
love only you

Comments