Principles จากชีวิต หนึ่ง ติดลบ ไปหนึ่งพัน สอนอะไรเราบ้าง ?
เคยสงสัยไหมว่า..คนที่สร้างธุรกิจจาก 0 ไป ล้านล้านล้าน เขาทำได้ยังไง เป็นคนแบบไหน คิดอะไร นิสัยยังไง มีหลักการในการใช้ชีวิตยังไง มาถึงตรงนี้ได้ยังไง ? งื้อ นั้นคือความสงสัยของเราแหละ ตอนอ่านหนังสือเรื่องนี้ 

แต่ที่มากไปกว่าความสงสัยก็คงจะเป็น เราสามารถเรียนรู้และปรับใช้อะไรจากเขาเหล่านั้นได้ยังไงบ้าง
“Look to the patterns of those things that affect you in order to understand the cause-effect relationship that drives them and to learn principles for dealing with them effectively.— Ray Dalio” 

Principles — Ray Dalio เป็นหนังสือที่ฮอตฮิต ติดท้อปเบสท์เซลเลอร์ เพราะคนเขียนถือเป็นหนึ่งในตำนานของยุค พ่อมดการลงทุน เก่งแค่ไหนนะหรอ? ลงสิบครั้ง ชนะตลาดมากกว่า 8 ครั้งอ้ะ เทียบเท่ากกับท่านสตีพ จ๊อบ ในวงการไอทีได้เลย ยิ่งใหญ่ในระดับนั้นแหละ เพราะฉะนั้นเรื่องราวชีวิตของคุณ Ray นั้นก็มันส์พอๆกับจ๊อบ The Principles คือหนังสือที่รวมเรื่องราวต่างๆ และหลักการที่นำพา Ray มาในจุดที่เขาอยู่ เป็นอีกหนึ่งคนที่เริ่มจาก ศูนย์ไปสิบ เจ๊งลบสิบไปร้อย 


Ray เป็นคนที่คิดทุกอย่างเป็นระบบมาก วิถีคิดเฉียบ
และยิ่งไปกว่าอะไรทั้งหมด ก็คือ การนำสิ่งที่ตัวเองเชื่อมาปฎิบัติด้วยความเข็มงวด ทุกอย่างที่ทำต้องออกมาในมาตรฐานที่ดีเยี่ยม ไม่หย่อนคล้อยต่อใดๆทั้งสิ้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Bridgewater ถึงประสบความสำเร็จระดับนั้น เพราะวัฒนธรรมองค์กรสะท้อนตัวตนและมาตรฐานหลักการคิดของเรย์ออกมาทุกส่วนจริงๆ ลองนึกภาพสถานที่ทำงานที่ทุกคนมีบัตรสะสมแต้มบุญประสิทธิภาพการทำงาน จุดอ่อนจุดแข็ง เก็บทุกเม็ด ทุกการประชุม ดูสิ นั้นแหละ ‘องค์กรของบิ๊กดาต้า ด้วยบิ๊กดาต้า เพื่อบิ๊กดาต้า ที่แท้ทรู’ 

หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ หลักการในการใช้ชีวิต ส่วนที่สองคือ หลักการในการทำงาน(บริหารองค์กร) 

ส่วนตัวอ่านไป ก็ได้คิดอะไรไประหว่างทางเยอะเหมือนกัน เห็นภาพเรื่องราวต่างๆ และจุดเปลี่ยนในชีวิตของเรย์ ซึ่งหลายๆครั้งก็ไม่ได้ต่างไปจากชีวิตประจำวันกับสิ่งที่เราเจอเท่าไหร่ และใช่ สิ่งที่ทำให้เขาต่างออกไปคือการตัดสินใจ และกับการรับมือกับเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะความล้มเหลว เรียนรู้และเติบโตจากมัน 

ในช่วงอายุ 30 กว่าๆ คุณเรย์เป็นคนที่อนาคตไกล ฉลาด วิเคราะห์ตลาดเฉียบ ประสบความสำเร็จและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เรย์ทำนายวิกฤตเศรษฐกิจถูกก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจนมีประธานาธิปดี และที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจมาขอคำแนะนำกันเลยทีเดียว 

และนั้นก็เป็นที่มาของหนึ่งในบทเรียนความล้มเหลวที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเรย์ การทำนายตลาดถูกหลายๆครั้งทำให้เขามั่นใจในความคิดของตัวเองจน ’มองข้าม’ แง่มุมความคิดของคนอื่น ไม่แม้แต่จะหาเหตุผลในสิ่งที่ไม่ตรงกับเรื่องที่เขาคิด ในช่วงปี 1982 เรย์ทำนายว่าวิกฤติเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นแน่ๆ 100% หลังจากที่ประเทศแม็กซิโก้เบี้ยวจ่ายหนี้อเมริกา เรย์เอาเงินทั้งหมดที่มีลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงเช่น พัทธบัตรรัฐบาลและทอง เขาได้รับเชิญไปออกรายการทางการเงินด้วยความมั่นใจเต็มร้อย บอกว่า เขารู้จักตลาดดีและมันจะดิ่งแน่ๆ ร้อยเปอร์เซ็นท์ นั้นแหละผลลัพท์ออกมาในทางตรงกันข้าม บริษัทเจ๊ง และเรย์สูญเสียทั้งหมดที่เขาสร้างมารวมถึงชื่อเสียง 

มันเป็นความล้มเหล้วที่ผลักเขากลับมาที่ทางแยกของการตัดสินใจระหว่างไปต่อ กับ ล้มเลิก 

คำสอนหนึ่งของคุณเรย์ที่ติดใจเราก็คงจะเป็น
‘การยอมรับความจริง’ และ
‘ความเจ็บปวดเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตเสมอ’ 

เหล่านี้คือกฎของธรรมชาติเลย เพราะมัน ’บังคับ’ ให้เราต้องปรับตัว คุณเรย์เน้นเลยว่า ความเจ็บปวดและความล้มเหลวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือ การปล่อยให้เรื่องแย่ๆ ผ่านไปโดยไม่ทบทวนและเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราปล่อยมันให้ผ่านไป เมื่อนั้นมันก็คือความล้มเหลวจริงๆ 

คำถามที่สำคัญก็คือ 
“เราเรียนรู้อะไรจากมัน และจะปรับใช้ต่อยังไงในวันถัดไป” 

แต่สำคัญที่สุดที่เรย์ย้ำว่า หลักการก็คือหลักการ ก็คือ สำคัญที่สุดก็คือการ ’ทบทวนตัวเอง’ และการปรับใช้ให้ตรงกับธรรมชาติของแต่ละคน 

ปลอ ยังมีอีกหลายสิ่งในหนังสือที่ดีมากก อ่านไปก็ได้อารมณ์เหมือนเพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้านจริงๆ มีคำถามหลายๆอย่างที่ทำให้คิดทบทวนตัวเองได้เยอะมากเหมือนกัน เพราะทุกๆวันเรามีเรื่องต่างๆเข้ามาให้ตัดสินใจมากมาย ตั้งแต่จุกจิก กินอะไรดี ไปถึงเรื่องใหญ่ๆ ว่าอยากจะทำอาชีพอะไร เป้าหมายชีวิตคืออะไร และทุกๆการตัดสินใจเหล่านั้นมีผลต่ออนาคตเสมอ ถ้าใครอยากรู้อะไรเพิ่มก็ไปอ่านเวอร์ชั่นเต็มโลด ที่หยิบมาเป็นแค่เศษ 1/100 เท่านั้น

เดียวจะหยิบตอนอื่นๆที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังเรื่อยๆนะ

เพิ่มเติ่ม : Ray Dalio เป็นผู้ก่อตั้งกองทุน Bridgewater กองทุนเฮดฟันด์ส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในโลกนับจากสินทรัพย์ ปัจจุบันบริหารเงินอยู่ประมาณ 160$ พันล้านจ้าาาาา (หนึ่งแสนล้านหกหมื่น ล้าน$) ปรบมืออ ถ้าไม่เห็นภาพก็ นึกภาพ GDP ของประเทศไทยทั้งประเทศนั้นแหละ จ้าาาา ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาห้าครั้งบวกได้ และทุกครั้งที่ตลาดวอดวาย กองทุนก็ยังยืนหยัดปิดบวก สะท้อนให้เห็นถึงความแน่นของความสามารถจริงๆ

ฝากเพจอ่านเขียน คิดทบทวน เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆต่อไปจ้า 
FB: เบลจะไปดวงจันทร์
IG: bellesmissiontothemoon 

SHARE
Writer
Striver
Roamer of the realm
แว่นใหม่ ในโลกใบเดิม

Comments

Kornz
3 months ago
บทความดีมากเลยครับบบบ ชื่นชมมม
Reply