สบู่

“โก๊นิว อายไม่มีความสุขเลย”


เราอยู่ในยุคที่การหาความสุขเข้ามาใส่ในชีวิตขึ้นอยู่กับการตีกรอบของเวลาและมูลค่าของวัตถุ ทั้งที่แท้จริงแล้วความสุขในชีวิต บางครั้งก็อยู่รอบตัวคุณมาโดยตลอด


นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้แหงนหน้าขึ้นไปทักทายท้องฟ้าในยามเช้า ได้กล่าวทักทายเจ้าต้นคุณนายตื่นสายที่หน้าบ้าน หรือ ไล่จับผีเสื้อที่บินมาใกล้ๆ


นานแค่ไหนแล้วที่เราลืมความไพเราะของเสียงนกร้องข้างหน้าต่าง ที่ถึงแม้ในตอนแรกอดที่อยากจะขว้างรอบเท้าใส่มันไม่ได้ แต่พอมาฟังดีๆ เออก็น่ารักดีนะ

นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้สัมผัสแสงแดดที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง เกิดเป็นปรากฏการณ์ทินดอล มากระทบกับตุ๊กตาตัวโปรดบนเตียง 

สิ่งเหล่านี้ถูกกรอบของเวลาที่แสนจะเร่งรีบ บีบบังคับให้ตัวเรามุ่งหน้าสู่กิจวัตรประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหลือไว้ซึ่งความงดงามของธรรมชาติที่ไร้ซึ่งผู้ชมโดยที่มันยังคงหวังว่าสักวันความงดงามเหล่านั้นจะถูกเชยชมจากพวกเรา

นั่นไงเราได้ละทิ้งความสุขหนึ่งอย่างในชีวิตไปแล้ว


อีกหนึ่งสิ่งที่คนส่วนมาก(ไม่ได้เหมารวมนะ!)มักจะให้ค่าความสุขก็คือ วัตถุ และส่วนใหญ่ค่าความสุขมักจะแปรผันตรงกับมูลค่าของสินค้า

-ดูคนนั้นสิ น่าอิจฉาจังเลยนะ มีบ้านหลังใหญ่โต

-ทำไมฉันถึงไม่มีรถหรูๆเหมือนคนนั้นบ้างนะ

-ต้องทำบุญด้วยอะไรถึงจะมีกระเป๋าพวกนี้ใช้

-ชีวิตคงจะแฮปปี้กว่านี้ถ้ามีเงินเยอะๆ

-อยู่บ้านน่าเบื่อจะตาย คนอื่นๆไปเที่ยวกันหมด

ตัวอย่างประโยคข้างต้นคือสิ่งที่ยืนยันได้ดีว่า บัดนี้ค่าความสุขของเรามีมูลค่าเป็นตัวแปรหลัก


และแน่นอนความต้องการของมนุษย์ไม่มีขีดจำกัดเช่นไร ความพึงพอใจก็ไม่มีขีดจำกัดเช่นนั้น


โดยที่หลายๆครั้งเรากลับลืมความสุขง่ายๆ ที่อยู่กับเรามาโดยตลอดนั่นแหละ คือสิ่งมีค่าที่สุด ตลอดมา


นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เราลืมความรู้สึกจากการขับมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยว ถึงแม้เมื่อถอดหมวกกันน็อคออกมาแล้วทรงผมจะพังไม่เหลือซาก แต่เชื่อสิ ว่ามันสนุก!

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เราลืมสังเกตไปว่า กระเป๋าใบเก่งที่แสนจะเก่าแก่ใบนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาบ้าง ใบที่ใช้กันฝน กันลม ใบที่เพื่อนอ้วกใส่ตอนมันเมา ใบที่แมวข้างบ้านฉี่ใส่ 

แต่ก็เป็นใบเดียวกับตอนที่สะพายไปดูผลสอบแล้วเราสอบผ่าน 

ใบที่แฟนคนปัจจุบันของคุณเอ่ยปากชมว่ามันเก๋ทั้งที่จริงๆแล้วคืออยากหาเรื่องคุยมากกว่า

 ใบที่แม่ซื้อให้เมื่อตอนประกาศว่าสอบแก้ผ่านแล้ว

ใบที่เมื่อตอนที่แข่งวาดภาพแล้วผลคือได้ที่1คุณดีใจมากจนเผลอกระโดดไปมาจนขาดไปแล้วครั้งนึง 

และเป็นใบที่อาม่าเย็บรอยขาดให้อย่างตั้งใจและยังแอบปักชื่อคุณไว้ในกระเป๋าด้วยเหตุผลที่ว่า เผื่อมีคนขโมย

นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้สัมผัสความสุขเมื่อครั้งกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ความรู้สึกที่เมื่อคุณยายตื่นเช้ามาทำไข่พะโล้ ของโปรดคุณให้ตั้งแต่เช้า เฝ้ารอให้ถึงมื้ออาหาร ตักไข่พะโล้สองฟองพร้อมน้ำเยอะๆให้คุณ นั่งมองคุณกิน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามว่า อร่อยมั้ย ซึ่งมันยังอร่อยเหมือนทุกครั้งที่คุณยายทำให้คุณก่อนไปโรงเรียน และเมื่อคำชมออกจากปากคุณ เมื่อนั้นไข่พะโล้ก็จะเป็นหนึ่งในกับข้าวของบ้านไปอีกหนึ่งสัปดาห์

นานแค่ไหนแล้วที่เราลืมความรู้สึกเมื่อครั้งนอนดูทีวีกับครอบครัวในห้องเล็กๆ แออัดแต่ทว่าอบอุ่น ได้นั่งมองและฟังคุณแม่บ่นคุณว่าโตแล้วยังทำอะไรไม่เป็นเมื่อเจอรายการที่ช่วยเหลือเด็กยากไร้อายุ7ขวบที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัว  ได้ดูคุณยายหัวเราะกับมุกเชยๆในรายการชิงร้อยชิงล้าน ซึ่งนั่นทำใ้ห้คุณเผลอยิ้มตาม ได้นั่งดูการ์ตูนเก่าๆพร้อมรำลึกความหลังกับพี่น้องเมื่อครั้งยังเด็ก


นานแค่ไหนแล้วนะที่เราลืมสังเกตของโปรดที่เพื่อนชอบสั่ง  ท่าทางประหลาดๆที่เพื่อนชอบทำ หรือจังหวะที่หันมาสบตากันก็รู้ว่าจะพูดถึงอะไร


หรือแม้กระทั่งนานแค่ไหนที่เราใช้สบู่กลิ่นนี้...


ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ความรู้สึกที่ไร้ซึ่งความสุขได้ก่อตัวขึ้นมาในชีวิตฉัน

อยากไปเที่ยว อยากได้นู่น อยากได้นั่น แต่ไม่ได้ 

กลับกลายเป็นตัวกำหนดความสุขของฉันโดยที่ฉันไม่รู้ตัว

ฉันโทรไประบายความทุกข์ให้กับโก๊นิว,พี่ชายของฉันเอง

“อายไม่มีความสุข อายอยากไปเที่ยว เด็กม.อื่น สำนักอื่นได้ไปเที่ยวนู่นนี่นั่น แต่อายมีสอบทุกสัปดาห์ อ่านแต่หนังสือ ไม่ได้ไปช็อปปิ้งด้วย กลับบ้านไปก็ได้อยู่แต่บ้านไม่ได้ไปไหน อายเบื่อ”



นี่คือประโยคที่ฉันระบายใส่โก๊นิวผ่านโทรศัพท์นี่เวอร์ชั่นรวบรัดนะ!



โก๊นิวก็ยังเป็นผู้ฟังที่ดีเสมอมา เมื่อถึงจังหวะที่ฉันได้ระบายความรู้สึกออกมาจนหมด เหมือนสั่งน้ำมูกรวดเดียวออกมา ทางเดินหายใจก็โล่งขึ้นทันตา



ปลายสายก็ดังขึ้น



“อายเอาความสุขของตัวเองไปผูกกับอะไรแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร”


ฉันเงียบ


“โก๊นิวเรียนโรงเรียนประจำมาตั้งแต่ม.1 มหาวิทยาลัยในกรุงเทพอีก6ปี ใช้ทุนที่แม่กลองมาเกือบปี รู้อะไรมั้ย ความสุขที่สุดของโก๊นิวคือได้กลับบ้าน ได้กินกับข้าวฝีมืออาผ่อ ได้เล่นเกมกับอากู๋ กับอาย กับอาร์ม ได้โดนม้าบ่นเรื่องไม่พับผ้าห่ม มันโคตรมีความสุขจริงๆนะอาย มันเป็นความสุขของโก๊นิวตลอดมาเลยนะ”



ฉันนิ่ง


“แต่ก็มีหลายๆครั้งที่โก๊นิวไม่มีความสุขอยากกลับบ้าน แต่ก็กลับไม่ได้ โก๊นิวก็จะหาความสุขจากสิ่งรอบตัว จากกิจวัตรประจำวันที่ทำอยู่ทุกวันมาเติมเต็มความสุขแทน”



“เช่นอะไรบ้างอ่ะ”



“ออกกำลังกาย ไปวิ่ง ไปเดินตลาด ดูหนัง หาเพลย์ลิสท์ที่เต็มไปด้วยเพลงโปรดฟัง มองดูความสุขจากคนรอบข้าง มองดูคนขายหมูปิ้ง  แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้วนะ”



ฉันยกนาฬิกาขึ้น 00.05 น.



“โอเค ดึกแล้วอายคงไปเล่นบาสไม่ได้แล้วแหละ เพื่อนก็หลับกันหมดละมั้ง ฮ่าๆ งั้นอายไปนอนก็ได้ แล้วพรุ่งนี้อายจะลองทำดู”



“ได้ๆ”



“โอเค งั้นแค่นี้นะ ฝัน...”



แต่ยังไม่ทันจะจบประโยค โก๊นิวก็พูดแทรกขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึกออก



“อันที่จริง การได้ใช้สบู่กลิ่นแปลกใหม่อาบน้ำ มันก็ทำให้รู้สึกดีได้นะ”

ฉันวางสายโทรศัพท์ หยิบกุญแจรถ มุ่งตรงสู่ร้านสะดวกซื้อชื่อเป็นตัวเลข ที่เปิด24ชั่วโมง


“สินค้าชิ้นเดียว รับถุงมั้ยคะ”
“ไม่ค่ะ”



ฉันปิดฝักบัว
ยืนยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า


นี่สินะที่เรียกว่าความสุข :)



SHARE
Writer
Apisaraa
The youngest sister
LIVING ON MY PLUTO

Comments