Readwithme - Managing Oneself
    หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ ก็จุดประกายอะไรมากมาย แต่ที่สำคัญที่สุดของหนังสือเล่มนี้คงเป็นการตั้งคำถาม
    หนังสือเล่มนี้จะพาคุณค่อยๆถามว่าตัวคุณเองเป็นอย่างไร ไม่มีคำตอบให้ เป็นเรื่องที่จะต้องนั่งพิจารณาด้วยตัวคุณเอง หลังอ่านก็เกิดคำถามที่มากมาย แต่สมองกลับแล่นฉิว คิดถึงสิ่งต่างๆที่พึ่งอ่านไป จนต้องระบายออกทางการเขียน แทนที่จะนั่งหาคำตอบจากคำถามที่พึ่งอ่านมาเหล่านั้น 

    เริ่มแรกเลย บทนำของหนังสือเปิดมาด้วยการอธิบายศาสตร์แห่งการจัดการตัวเอง และทำไมคนเราจึงควรจะเข้าใจตัวเอง แต่เราจะข้ามไปยังบทแรกเลยที่คำถามว่า
จุดแข็งของคุณคืออะไร?
      หนังสือค่อยๆเล่าว่า ทำไมการรู้ถึงจุดแข็งของตัวเองจึงสำคัญ และนำไปสู่หัวข้อถัดไปนั่นก็คือ วิธีที่จะค้นหาจุดแข็งของตน ซึ่งก็คือ “Feedback Analysis” โดยวิธีการคือเมื่อมีสิ่งที่ต้องตัดสินใจหรือมีงานสำคัญ ให้เขียนผลลัพธ์ที่คาดหวังในอีก 9 - 12 เดือนข้างหน้า แล้วนำมาเปรียบเทียบกันระหว่าง “ผลสัมฤทธิ์” และ “ความคาดหวัง” และเมื่อเราเปรียบเทียบ 2 สิ่งนี้ เราจะพบสิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ 
     และอีกข้อสำคัญก็คือ หลังจากที่เราพบ “จุดแข็ง” แล้ว “จงพัฒนาจุดแข็ง” ด้วยเหตุที่ว่า เมื่อเราต้องการพัฒนาความสามารถ หากเปรียบเทียบจาก 2 แบบนี้
“สิ่งที่เราไม่มีความสามารถ” ให้กลายเป็น “การทำได้ดี”
และ
“สิ่งที่เราทำได้ดี” ให้กลายเป็น “สิ่งที่เราทำได้ยอดเยี่ยม” 
การจะพัฒนาแบบแรกใช้พลังงานในการพัฒนาเยอะกว่ามาก 

เข้าสู่คำถามข้อถัดมาที่ถูกตั้งคำถามขึ้น
เรามีวิธีการทำงานอย่างไร?
เนื่องด้วยมนุษย์มีวิธีการทำงานที่ “แตกต่าง” กัน ซึ่งบางทีพวกเราอาจจะไม่เคยสังเกต หรือนึกถึง การที่เราจะทำงานให้ดีได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง จึงจะทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
และเพื่อให้เรียนรู้ตัวเองได้มากขึ้น จึงมีอีกคำถามหนึ่งเกิดขึ้น
ตัวเราเป็น นักอ่าน หรือนักฟัง?
สำหรับหัวข้อนี้ เราอาจจะไม่พูดถึง เพราะยังไม่ค่อยเข้าใจถึงนิยามของ “นักอ่าน” และ “นักฟัง” ที่ผู้เขียนหนังสือต้องการจะสื่อ จึงขอข้ามไป 

ซึ่งข้างต้นก็คือตัวอย่างคำถามในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งทำให้ตัวเราเองฉุกคิด และทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเอง ถึงแม้จะยังไม่ได้คิดและหาคำตอบอย่างจริงจัง เพราะมัวแต่หัวแล่นฉิวกับการเขียนเสียก่อน จริงๆอยากเล่าทุกคำถามเลย เพื่อเป็นการทบทวนสิ่งที่อ่านมาอีกที แต่ก็พบว่าจากการอ่านครั้งเดียว ยังขาดความเข้าใจอีกเยอะมากที่จะอธิบายสิ่งที่หนังสือต้องการจะสื่อออกมาได้ เลยขอยกตัวอย่างคำถามคร่าวๆแทน 
   แต่สิ่งที่เรายืนยันว่าคุณจะได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ คือ การตั้งคำถามต่อตนเอง การพิจารณาตนเอง และการตระหนักรู้ถึงอะไรบางอย่างในตนเอง 
    สิ่งที่เราได้จากการเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ตรงกับสิ่งที่หนังสือต้องการ เราไม่ได้ตอบคำถามตัวเองได้ แต่กลับตระหนักถึงเรื่องหนึ่งได้จากการอ่านเล่มนี้คือ จริงๆแล้วการเขียนอะไรซักอย่างออกมาไม่ได้ยากขนาดนั้น เรามักจะพบกับปัญหาว่า ไม่รู้จะเขียนอะไรดี นั่งมองหน้าจออยู่อย่างนั้น สมองว่างเปล่า แล้วกลับตระหนักขึ้นได้หลังจากอ่านแล้วคิดขึ้นได้ว่า อยากเขียนถึงหนังสือเล่มนี้จังเลย ที่แท้จริงแล้ว เขียนไม่ออกก็ไม่ใช่อะไร เพียงแต่ขาดวัตถุดิบที่จะนำมาเขียนแค่นั้นเอง 
     ถ้าหากคุณกำลังหัวโล่ง ไม่รู้จะเขียนอะไร ก็ลองละสายตาออกจากหน้าจอและแป้นพิมพ์ หยิบหนังสือซักเล่มออกมาอ่าน ฟังพอดแคสต์ดีๆซักเรื่อง คุณอาจจะได้วัตถุดิบดีๆที่ทำให้ความคิดแล่นฉิวแบบเราก็ได้นะคะ :) 
SHARE
Writer
nhwan
Sleeper
มนุษย์อินดี้ บางทีคนอื่นก็บอกว่าบ้า

Comments