Grabหรือวิน หรือตัวเรากันแน่ที่ผิด
                    รอรถวินมอร์ไซน์ช่วงเที่ยงเป็นอะไรที่ทรมาณมากยืนรอไปหลายนาทีเหมือนชั่วโมง 
ความร้อนเพิ่มความหิว  ความหิวบวกอากาศร้อน ก็เริมหงุดหงิด เห็นวินมอร์ไซน์สายอื่นผ่านก็อยากจะ
วิ่งกระโดดขึ้นทันที ก็นึกเอ๊ะใจ ก็ใช้grabbike น่าจะดีกว่า ถูกกว่าด้วย นั่ง win กลับตั้ง 80 นั่ง grab 50 ใช้คูปอง 25 บาทไปอีก ทั้งหมดก็ 25 บาท เรียกแล้วไม่ทันไร วินก็มา grab ก็ มา 


เชี่ยไรวะเนีย!!

ก็ได้ยินข่าวอยู่ว่าสองฝ่ายนี้ไม่ถูกกัน แต่เอาจริงๆในเวลานั้น ก็ไม่คิดว่าข่าวที่ว่า ตีกันนั้นเป็นเรื่องจริง และ
ก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในตอนกลางวันและที่คนพุ่งพลาน Grab โทรมา พร้อมบอกว่า “น้องครับพี่ขอโทษนะครับ พี่เข้าซอยไม่ได้ วินมันเล็งพี่อยู่ น้องช่วนเดินมาตรงหน้าร้านกาแฟอีก 400 เมตรได้มั้ยครับ”
             เอาจริงๆไม่ต้องโทรมาบอกก็เห็นอยู่นะ วินคนหนึ่งยืนเล็งหา grab อยู่ตรง ฟุตบาตและก็ชี้ไปข้างหน้าท่าทางบอกทิศให้เพื่อนได้รู้ ซักพักจากพี่วินมอร์ไซน์ที่มีกันแค่ 2 คน ก็เริ่มเพิ่มมาอีกหลายคน เอาไงละทีนี้ กดยกเลิก Grabดีมั้ย แต่ว่า Grab ก็ไม่ได้ขอให้ยกเลิก คนขับก็ไม่ได้กดเอง แปลว่าเขาน่าจะรับมือได้รึป่าว 
แล้วทำไมพี่grab ไม่กดยกเลิกคิดในใจ เรียกตำรวจดีมั้ยวะ? ใช้เวลานานอีกกว่าจะมาไม่ได้กลับบ้านพอดี
เอาว่ะลองดู ก็มนุษย์ด้วยกันเองทั้งทีจะกล้าทำร้ายกันเพราะประโยชน์นิดเดียวกันแค่นี้เลยหรอ 

ตัดสินใจก้าวออกเดินผ่านแก๊งวินมอร์ไซน์ก็แอบชำเหลืองมองเห็นมือถือถ่ายรูปทะเบียนรถ grab คันด้านหน้า ชิบหายละ นี้กูเอาคนอื่นมาเสี่ยงชีวิตป่าววะเนีย อีเหี้ยเอ้ย!ระหว่างเดินก็มีวินเดินตามหลังกูอีก ตามมาทำไมเนีย! หวังว่าจะไม่เข้าร้านกาแฟร้านเดียวกันนะ เอาแล้วไง เข้าร้านเดียวกันอีก ชัดละว่ามาสอดแนบ

                  ภายในร้านกาแฟเล็กๆมี พนักงาน นักศึกษา และคุณลุงที่ถือหมวกกันน๊อกไว้ เดาไม่อยากเท่าไรว่าใครเป็นเจ้าของรถมอร์ไซน์ที่จอดหน้าร้าน ถ้าเราทักลุงไป บอกว่าเป็นญาติก็ไม่เนียนแน่นอน สิ่งที่ตามมาอาจคาดไม่ถึง ไม่รู้ว่า วินจะดึงกุญแจรถมอร์ไซน์ลุง เหมือนที่อ่านในข่าว ปี 59 รึป่าว แต่นี้มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว คงไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกมั่ง!? รู้สึกผิดชิบหาย ทำไมไม่คิดก่อนทำละกู 
 
“ลุงคะ? หนูฝากเอาหนังสือไปส่งให้เพื่อนหนูแถว สุขุมวิทหน่อยนะคะ”
ลุงทำหน้า งง แต่ก็ยืมมือรับหนังสือ ตอนนั้นคือพูด อธิบายการเดินทางเราเปิดยืนหน้าจอให้ลุงดู เป้าหมายคือถ่วงเวลาให้วินเดิน ออกจากร้านกาแฟ พยายามหาวิธีถ่วงเวลา
บ้านเพื่อนหนูเป็นแบบนี้นะคะ เดี๋ยวหนูหารูป ให้ดู… มือเลื่อนไปตามหน้าจอ ตาชำเหลือง เมื่อไรวินจะออก
แบตมือถือ ขึ้นเตือน 10% ตามอายุกาลใช้งานที่แบตจะลดลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับ ความคิดของฉันในตอนนั้นที่เริ่มจะตัน หาทางออกไม่เจอ ได้แต่หวังอย่าเดียว ฉันก้มหน้าไล่รูปไปเรื่อยแกล้งว่าจะหารูปบ้านเพื่อน รู้ตัวอีกทีลุงสะกิดฉันบอกว่า  “เขาออกไปแล้ว เดี๋ยวลุงขับไปจอดด้านหน้าอีกนิดนะ เขาจะได้ไม่สงสัย”
     ทุกครั้งที่หยุดจอด ทุกครั้งที่ ชะลอ ก็รู้สึกกังวล ทุกครั้งที่สบตาวินเมอร์ไซน์ตามถนนก็สังเกตุว่าเขากำลังเล็งมอร์ไซน์คันนี้อยู่ เหมือนกับว่า ป้ายทะเบียนรถที่ถูกถ่ายไปจะเก็บไว้เป็นเป้าหมายในครั้งหน้า


#เรื่องแต่ง 
SHARE
Writer
crashtyper
Writer
Let's move past fear, and start to write

Comments