12 ชโยติลึงค์ทั่วประเทศอินเดีย (1)
จากสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เล่าถึงเรื่องราวของ “ศิวลึงค์” ว่ามีที่มาทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และในเชิงตำนานไปแล้ว สัปดาห์นี้ก็จะพาทัวร์ 12 ศิวลึงค์ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศอินเดีย ซึ่งเรียกกันว่า “ชโยติลึงค์” นั่นเอง โดยจะเชื่อมโยงกับตำนานที่เกี่ยวข้องกับพระศิวะด้วย มาดูกันว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง

1. โสมนาถ : ตั้งอยู่ที่เมืองโสมนาถ โดยศิวลึงค์นี้เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของจันทรเทพ โดยเรื่องก็คือ จันทรเทพมีภรรยาเป็นลูกสาวของทักษาประชาบดี 27 นาง แต่จันทรเทพกลับรักแต่รางโรหิณีเพียงคนเดียว บรรดาพี่น้องคนอื่นๆก็ไม่พอใจจนไปฟ้องทักษะผู้เป็นพ่อ ทักษะก็โกรธสิ เลยสาปให้จันทรเทพล้มป่วยลง ส่งผลให้รัศมีของจันทรเทพอ่อนลงจนใกล้จะดับ ทำให้โลกได้รับผลกระทบอย่างมาก จันทรเทพได้รับคำแนะนำจากพระพรหมให้สร้างศิวลึงค์แล้วบูชาพระศิวะ ซึ่งจันทรเทพก็สร้างศิวลึงค์ที่โสมนาถแล้วสวดบูชาพระศิวะ จนในที่สุดพระศิวะก็ให้พรกับจันทรเทพว่าให้รัศมีสว่างขึ้น 15 วันและให้รัศมีมืดลงอีก 15 วันสลับกันไป จนกลายเป็นที่มาของ “ข้างขึ้นและข้างแรม” นั่นเอง

2. มัลลิการชุน : ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาริมแม่น้ำกฤษณา ที่มาเกิดจากพระนารทฤาษีได้มอบมะม่วงแก่พระศิวะ พระคเนศและพระกรรติเกยะอยากกินมะม่วงลูกนั้น พระศิวะจึงตั้งกติกาให้ลูกๆทั้งสองเดินทางรอบโลก 3 รอบ พระกรรติเกยะก็ขี่นกยูงบินรอบโลกไป ส่วนพระคเนศใช้ปัญญาโดยการเดินรอบพระศิวะกับปารวตี 3 รอบแทน โดยกล่าวว่า “พ่อแม่คือโลกทั้งใบของลูก” ผลคือ พระศิวะก็มอบมะม่วงให้พระคเนศ ทำให้พระกรรติเกยะโกรธแล้วหนีออกจากไกรลาสไปอยู่ทางใต้ เหล่าเทพพยายามเจรจาให้กลับไกรลาสแต่ก็ไม่มีผล พระศิวะและปารวตีจึงแปลงกายเป็นศิวลึงค์ชื่อ “มัลลิการชุน” เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆพระกรรติเกยะผู้เป็นลูกนั่นเอง

3. มหากาเลศวร : ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำในป่ามหากาล แคว้นอุชไชนะ เรื่องก็คือมีพราหมณ์ 4 คนได้บูชาพระศิวะมาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็มีอสูรนามว่า “ทุชชัน” ซึ่งได้รับพรจากพระพรหมให้มีกำลังแล้วได้ฆ่าคนไปมากมาย ยกเว้นแต่พราหมณ์ 4 คนนี้ จึงสั่งให้ลูกน้องไปจับตัวพราหมณ์เสีย แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ จนทุชชันต้องลงมือมาจัดการกับพราหมณ์ทั้ง 4 ด้วยตัวเอง พระศิวะจึงปรากฎตัวและจัดการกับทุชชันและบริวารจนตายทั้งหมด เหล่าพราหมณ์ทั้ง 4 ก็ได้ขอพรต่อพระศิวะให้เข้าถึงโมกขษะเมื่อสิ้นชีวิต พระศิวะจึงให้พรไปตามนั้น รวมถึงได้แสดงร่างเป็นศิวลึงค์ที่ชื่อว่า “มหากาเลศวร” ให้ผู้คนได้สักการะบูชาต่อไป

4. โอมคาเรศวร : ตั้งอยู่ที่วัดโอมคาเรศวร เกาะศิวบุรีในแม่น้ำนัมมทา ศิวลึงค์นี้มีหลายตำนาน เช่น ศิวลึงค์นี้เกิดจากเทพแห่งเขาวินทัยได้บูชาพระศิวะแล้วได้สร้างศิวลึงค์จากทรายและโคลน พระศิวะพอใจจึงแปลงกายเป็นศิวลึงค์นี้ ตำนานนึงเล่าว่ามีกษัตริย์นามว่า “มันทัตตะ” แห่งสุริยวงศ์ เขามีความศรัทธาต่อพระศิวะอย่างมาก เขาได้สร้างศิวลึงค์นี้เพื่อบูชาพระศิวะนั่นเอง อีกตำนานก็คือ ครั้งหนึ่งเมื่อเหล่าเทวดารบแพ้พวกอสูรจนพระอินทร์ต้องขอความช่วยเหลือจากพระศิวะและได้สร้างศิวลึงค์เพื่อบูชา พระศิวะจึงปรากฎตัวในรูปโอมคาเรศวรและได้จัดการกับเหล่าอสูรทั้งหลายจนสิ้น

5. ไวทยนาถ : ตั้งอยู่บริเวณชัคคัน ทางตะวันออกของอินเดีย ตำนานก็คือ ครั้งหนึ่งเมื่อราวณะ (aka ทศกัณฐ์) กระทำความเกรียนโดยจะยกเขาไกรลาส พระศิวะจึงเหยียบไกรลาสไว้ ทำให้ภูเขาทับมือของราวณะ จนราวณะต้องร้องเพลงสรรเสริญพระศิวะ ทำให้พระศิวะยกโทษให้ทั้งมอบศิวลึงค์ให้อีก โดยมีข้อแม้ว่าห้ามยกลงระหว่างทางเด็ดขาด ราวณะตั้งใจจะไปไว้ที่ลงกา แต่ระหว่างทางดันปวดฉี่ จึงเผลอวางศิวลึงค์บนพื้น ทำให้ศิวลึงค์นั้นติดอยู่กับพื้นไม่สามารถเคลื่อยย้ายได้อีก ราวณะเสียใจมากจึงบูชาศิวลึงค์นี้ด้วยการตัดหัวทั้ง 9 ออก จนเมื่อกำลังจะตัดหัวที่ 10  พระศิวะจึงเข้ามาห้ามและต่อหัวทั้ง 9 กลับไปดังเดิม

6. ภีมสังกร : ตั้งอยู่ที่ปุณเน แคว้นมหาราช ตำนานก็คือ “ภีมะ” ผู้เป็นลูกชายของกุมภกรรณ (น้องชายราวณะ ผู้ถูกศรีรามสังหาร) เกิดความคิดที่จะแก้แค้นพระนารายณ์ จึงขอพรจากพระพรหมให้ได้กำลัง แล้วไปไปบุกตีเมืองสวรรค์ ตีเมืองอโยธยา แล้วจับพวกฤาษีไปขัง รวมถึงท้าวกามรูป กษัตริย์แห่งอโยธยาด้วย ซึ่งกามรูปนั้นเป็นผู้ที่บูชาพระศิวะอย่างแข็งขัน พระศิวะเห็นเข้าก็แปลงเป็นศิวลึงค์ให้กามรูปบูชาไปก่อน ต่อมาภีมะเกิดหมั่นไส้กามรูป จึงคิดจะทำลายศิวลึงค์ทิ้งเสีย พระศิวะจึงปรากฎตัวแล้วสังหารภีมะทิ้งเสีย ต่อมา ศิวลึงค์นี้จึงได้ชื่อว่า “ภีมสังกร” เพื่อแสดงถึงการสังการรากษสภีมะนั่นเอง

เอาเป็นว่า สัปดาห์นี้ขอเล่าถึงชโยติลึงค์ที่ 6 ก่อนนะครับ สัปดาห์หน้าจะมาเล่าถึงชโยติลึงค์ที่ 7-12 กันว่าจะมีตำนานอะไรบ้าง...
SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments