It's me the best runner
 การตัดสินใจไม่เคยเป็นเรื่องยากสำหรับฉันเลยในวัยเด็ก หากว่าฉันชอบสีไหนมากที่สุดฉันคงตอบได้ภายในระยะเวลา0.001วินาที อาจเป็นเพราะว่าฉันยังไม่เคยได้เชยชมสีอื่น ๆ นอกจากสีไม้12สีจากกล่องสีไม้ในสมัยประถม ฉันชอบอะไรมากที่สุดฉันก็แค่ตอบอย่างตรงไปตรงมาโดยที่ฉันไม่อาจรู้ได้เลยว่าในอนาคตสีฉันหลงไหลมันมากที่สุด สีที่ทำให้ฉันต้องมนต์นั้นก็คือสีเขียวอมฟ้าของน้ำทะเล

 ถ้าหากว่าชีวิตเปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนครั้งนึง ครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราจะได้วิ่งในสนามนี้ มันจะมีอะไรบ้างนะที่ฉันพลาดมันไประหว่างทาง อาจจะเป็นฉากทะเลสาบบนเขาที่น้ำใสจนดูเหมือนฟ้าสองฟ้ามาประกบกันและยังห้อมล้อมไปด้วยภูเขาและที่ทุ่งหญ้าสีน้ำตาลอ่อนเรียงรายระหว่างทางเหมือนในหนังเรื่องฟอเรสต์กั้มป์ ฉันอาจพลาดฉากที่สวยงามเหล่านั้นไปมากมาย และตลอดทางที่ฉันวิ่งมามันอาจเต็มไปด้วยหุบเขา 
 ฉันอาจะเลือกเส้นทางที่ต้องค่อยๆเลาะไปตามเขาด้วยความยากลำบากที่ หากฉันหมดแรงเมื่อไหร่ ฉันอาจจะตกลงไปและไม่มีวันได้กลับขึ้นมาอีก เพียงเพราะเส้นทางนี้มันเป็นเส้นทางที่สั้นกว่าเมื่อเทียบกับเส้นทางอื่น ๆ ที่ฉันต้องไป แต่นั้นก็ไม่ใช่ทุกครั้งเสมอไปนะ เพราะทุกเส้นทางเลาะภูเขานั้นยังพอมีอุโมงค์ขนาดที่พอให้ฉันมุดเข้าเพื่อให้คนที่ยอมถอดใจสำหรับฉันด้วยหละ แต่ใช่ว่าฉันจะใช้วิธีการแบบนี้เสมอนะ ! 
 บางครั้งฉันก็อยากจะผ่านเส้นทางอันยากลำบากนี้ไปให้ได้เหมือนกัน ฉันก็ไม่รู้เหตุผลนะว่าทำไม อาจเพราะมันทำให้ฉันไปได้เร็วกว่าเส้นทางอื่นนี้แหละที่ทำให้ฉันตัดสินใจอดทนฟันฝ่าเจ้าความยากลำบากนี้ไปให้ได้ บางครั้งฉันเดินไปทั้งน้ำตา และบางครั้งก็มีเพื่อนร่วมทางที่เลือกเส้นทางนี้คอยเป็นกำลังใจให้ในระหว่างที่เราเลาะภูเขานี้ไปด้วยกัน พอฉันได้นึกถึงภาพของเส้นทางนั้นจริง ๆ แล้ววิวของไหล่ทางภูเขาก็สวยงามไม่เบานะ

 เมื่อฉันได้ผ่านเส้นทางมาหลากหลายมากมายขึ้น การตัดสินใจในการเลือกเส้นทางวิ่งของฉันกลับแตกต่างออกไปไม่เหมือนก่อน มันไม่เหมือนกับตอนที่ต้องตอบคำถามว่าชอบสีอะไรในวัยเด็กเลยนี้มันยากชะมัด และยิ่งฉันวิ่งไปไกลมากขึ้นเท่าไหร่ฉันกลับพบว่าเส้นทางที่ให้เราเลือกมันน้อยลงไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว อาจเป็นเพราะของการวิ่งมาราธอนเริ่มลดน้อยลง หรือแรงที่ฉันใช้วิ่งไม่มากพอเหมือนเมื่อก่อน ฉันไม่สามารถเลือกเส้นทางวิ่งเพียงเพราะฉันชอบเหมือนกับที่ฉันชอบคำถามว่าฉันชอบสีฟ้าได้อีกต่อไปแล้ว

 ฉันได้นั่งลงบนไหล่ทางและคิดทบทวนว่าตลอดเส้นทางวิ่งที่เราเลือกมานั้นมันถูกจริง ๆ แล้วหรือ ? ฉันควรจะได้พบภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามข้างทางมากกว่าความยากลำบากของหุบเหวนั้นหรือไม่ ? เมื่อเวลาของการวิ่งมาราธอนลดน้อยลงฉันกลับยิ่งตระหนักเส้นทางที่ฉันเคยวิ่งมากขึ้นเท่านั้น และในตอนนี้ฉันกำลังไตร่ตรองและใคร่ครวญเกี่ยวกับเส้นทางที่ฉันต้องเลือกในอนาคตอันสั้นนี้เป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือไม่มีใครรู้เลยว่าเมื่อเลือกเส้นทางนี้แล้วระหว่างทางขณะวิ่งนั้นจะเป็นอย่างไร ฉันเฝ้าถามตัวเองเป็นพัน ๆ ครั้งว่าถ้าฉันตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้แล้วมันจะเป็นเส้นทางที่ถูกต้องใช่ไหม มันจะดีใช่ไหม ? มันจะวิ่งสบายใช่ไหม ? มันจะสวยงามใช่ไหม ? ถ้าฉันเลือกแล้วฉันจะไม่เสียใจภายหลังใช่ไหม ? ฉันกลับค้นพบว่าคำถามสุดท้ายนี้ ฉันไม่เคยได้ถามมันเลยในตลอดการวิ่งมาราธอนของฉัน
 
 ฉันแทบไม่เข้าใจเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกเส้นทางวิ่งของฉันเลยในอดีต ฉันไม่สามารถเข้าใจได้เลยจริง ๆ แต่หากเป็นฉันในตอนนั้น แน่นอนว่าฉันจะต้องเลือกเส้นทางที่ดีสำหรับฉันอย่างแน่นอน ฉันไม่รู้ว่าในอดีตตอนที่ฉันตัดสินใจนั้นเป็นอย่างไรมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
 เพราะว่านับจากนี้ไปฉันจะเลือกเส้นทางที่ฉันจะไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังอีกต่อไปแล้ว ฉันจะไปตามเส้นทางที่หัวใจเรียกร้อง ไม่ใช่เพียงเพราะเส้นทางนั้นมันสั้นกว่าเส้นอื่น ๆ หากวันนึงที่ฉันได้นั่งพัก วิ่งไปถึงเส้นชัย หรืออาจจะล้มลง ในวินาทีสุดท้ายที่ฉันนึกถึงเส้นทางที่ฉันเคยวิ่งผ่านมา มันจะต้องไม่มีคำพูดนี้ฝังอยู่ในหัวฉันอีกต่อไปแล้ว คำ ๆ นั้นก็คือ "ฉันน่าจะเลือกทางนี้นะ"
 เพราะบางทีเส้นทางที่เราเลือกวิ่งไปด้วยความหวาดกลัวแต่เสียงเรียกร้องจากหัวใจนำพาเรามานั้น อาจจะมีฉากที่สวยงามและน่าตื่นเต้น เหมือนฉากลองบอร์ดในซีเคร็ดไลฟ์ของนายวอลเตอร์มิตตี้รอเราอยู่ก็ได้นะ :)
SHARE

Comments