คาเฟ่สารภาพรัก
ร้านกาแฟตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ของจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ตัวป้ายบอกชื่อร้านปรากฏอยู่หน้าปากซอย “คาเฟ่สารภาพรัก” ฉันชี้ป้ายบอกให้วินมอเตอร์ไซค์เลี้ยวไปตามซอยในป้าย ตัวร้านอยู่สุดซอย

กระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์ หรือที่คนในจังหวัดนี้เรียกว่า “เมล์เครื่อง” ในที่สุดก็เห็นตัวร้านคาเฟ่เลื่องชื่อปรากฏแก่สายตา

“คาเฟ่สารภาพรัก”

ตัวร้านเป็นอาคารสีขาวสองชั้นขนาดพอดีสไตล์มินิมอล หน้าต่างกระจกสีชาอยู่ห่างอย่างพอเหมาะพอควร ต้นไม้ใบใหญ่สีเขียวเข้มตั้งวางเป็นระยะๆ เมื่อเปิดบานประตูเข้าไป กลิ่นแรกที่กระทบฆานประสาทคือกลิ่นกาแฟหอมกรุ่น มีวัยรุ่นหญิงสาวชายหนุ่มนั่งคุยอยู่หนึ่งคู่

ถัดจากเคาน์เตอร์กาแฟลึกเข้าไป มีบันไดสีขาวทอดยาวขึ้นไปสู่ชั้นลอย บรรยากาศของชั้นบนจะเป็นส่วนตัวกว่าชั้นล่าง โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางอย่างเป็นสัดเป็นส่วน มีหนุ่มสาวอีกหนึ่งคู่นั่งคุยอย่างแผ่วเบา ฝ่ายชายสีหน้าจริงจัง

ฉันเดินเข้าไปหาบาร์ริสต้า

“ฉันมาจากคอลัมน์ อาชีพสุดประหลาดจากนิตยสารXXX ค่ะ ไม่ทราบว่าเจ้าของอยู่ไหมคะ”

ชายหนุ่มวัยต้นสามสิบที่กำลังชงกาแฟอยู่หันมายิ้มให้ และบอกว่า “ผมนี่ล่ะครับ เจ้าของร้าน”

แล้วเราก็ได้มานั่งคุยกัน

“ผมเปิดร้านนี้มาได้สามปีแล้วครับ เป็นสามปีที่ต้องบอกว่าใช้ใจมากเลยทีเดียว ผมเปิดร้านเพราะต้องการสถานที่เตรียมพร้อมให้คนที่แอบรักใคร คนที่อยากสารภาพรักกับใครได้มี ‘สถานที่ซึ่งจัดทำเพื่อการสารภาพรักโดยเฉพาะ’ บ้าง ผมคิดว่าการสารภาพรักคือขั้นตอนสำคัญของชีวิต แล้วเราจะเลือกสถานที่ที่มันพิเศษมากกว่าการสารภาพรักหน้าโรงภาพยนตร์ ในสวนสาธารณะ ไม่ได้หรือ

ผมคิดว่าประเทศไทยควรมีสถานที่พิเศษ สำหรับโอกาสพิเศษ”

“แต่คุณเปิดร้านโดยมุ่งแค่คู่หนุ่มสาวที่มาสารภาพรักแบบนี้ ดูจะเป็นการเฉพาะเจาะจงเกินไปไหมคะ จะมีคู่ที่ต้องการสารภาพรักทุกวันเลยหรือ”

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ผมเปิดร้านกาแฟสด ขายกาแฟไปตามปกติด้วย ที่นี่จะเน้นเครื่องดื่มอย่างกาแฟสด กาแฟเย็น แต่เน้นเป็นแบบเพื่อสุขภาพเสียมากกว่า ไม่เน้นรสหวาน ไม่เน้นครีมเทียม ด้วยจุดขายเด่นๆ – สองอย่างนี้ทำให้ผมประคองร้านไปได้ภายใต้สภาพเศรษฐกิจนิ่งซึมแบบนี้”

“คุณมีกรณีอะไรที่ประทับใจสำหรับผู้มาใช้บริการคาเฟสารภาพรักบ้างไหมคะ”

“ก็มีบ้างครับ แต่ไม่ใช่ว่าร้านคาเฟ่ของผม ใครมาสารภาพรักแล้วจะสมหวังทุกคน ผมไม่ใช่คนที่มีเวทมนตร์อะไรแบบนั้น ผมเป็นแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ทุกครั้งที่เปิดร้าน แล้วเห็นใครก็ตามตั้งใจมาสารภาพรัก ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผมในทุกครั้งก็คือ ความชื่นใจ ความชื่นชมในความกล้าหาญที่คนๆ นั้นกล้าที่จะสละความกลัวและตัดสินใจสู้เพื่อความรัก ผมคิดว่าการสารภาพรักคือการเอาความหวังของตัวเองปาทิ้งไปแล้วหันหน้าเข้าหาความจริง

หากคุณเลือกที่จะแอบรักต่อไปเรื่อยๆ แน่นอน คุณมีความสุข มีความหวังไปในแต่ละวัน ความหวังคือแสงเทียนริบหรี่ในคืนเดือนมืด ความหวังเป็นน้ำค้างกลางฤดูร้อน เป็นหยาดฝนในวันที่ร้อนอบอ้าว คนเราควรมีความหวังอย่างน้อยหนึ่งเรื่องในชีวิต แต่เมื่อใดก็ตาม ที่ใครสักคนเลือกที่จะสารภาพรัก นั่นก็แปลว่าเขาคนนั้นกล้าหาญมากพอจะสู้กับความจริง เพื่อที่อนาคต อีกห้าปีหรือสิบปีข้างหน้า จะได้ไม่ต้องเสียดายที่ไม่ได้พูดคำว่า ‘รัก’ ออกไป”

“ฟังดูน่าทึ่งจัง ถ้าฉันกำลังแอบรักใคร ฉันต้องสารภาพรักแน่ๆ ถ้าฉันได้ยินคำพูดเหล่านี้”

“บางคู่สมหวัง จับมือออกไปจากร้าน บางคนปล่อยให้อีกฝ่ายเดินจากไปก่อน แล้วตัวเองนั่งซึมอยู่อีกนาน สั่งกาแฟมาจิบ และมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง แต่ก็นี่แหละ ชีวิต ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ”

“บอกหน่อยได้ไหมคะ ทำไมคุณคิดจะเปิดร้านคาเฟ่สารภาพรัก แทนที่จะเป็นคาเฟสำหรับคู่รักที่แน่นอนว่าจะสร้างกำรี้กำไรได้มากกว่า”

“อาจจะเพราะว่าผม ‘ไม่ได้สารภาพรัก’ ละมังครับ” เขายิ้มนิดๆ แววตาอ่อนแสงลงเมื่อพูดประโยคนั้น

“ช่วงที่ผมเรียนปี 1 ผมรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งผ่านชมรมวรรณศิลป์ เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก เขียนกลอนเก่ง โรแมนติก พูดจาไพเราะ ใบหน้าแจ่มใส หน้ากลม ผิวขาว ร่าเริงเหมือนเด็กตลอดเวลา เราเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่เธอและผมไม่ได้สนิทกันแค่สองคนหรอกครับ เรามีเพื่อนสนิทอีกคน เป็นผู้ชายคณะวิศวกรรมที่บังเอิญอยู่ชมรมนี้ด้วยกัน

พวกเราเข้ากันได้ดีมาก หมายถึงสามคนน่ะครับ ชอบอ่านหนังสือเหมือนๆ กัน ชอบนักเขียนคนเดียวกัน กิจกรรมสุดโปรดก็คือเอาหนังสือมาแลกกันอ่าน นั่งกันเงียบๆ สามคน เพื่อนในชมรมชอบแซวกลุ่มของพวกเราว่า ‘ปาท่องโก๋สามขา’

“ไม่มีช่องว่างเลยหรือคะ สำหรับกลุ่มที่มีผู้ชายถึงสองคนและผู้หญิงแค่หนึ่งคน”

“ไม่มีเลยครับ เป็นการจับกลุ่มที่สมบูรณ์แบบมาก หากใครบังเอิญไปเข้าห้องน้ำหรือซื้อขนมแล้วล่ะก็ อีกสองคนก็มักจะเงียบกริบกัน แต่ถ้ารวมตัวกันสามคนเมื่อไร เรื่องคุยก็ดูเหมือนจะไม่มีวันจบวันสิ้น”

“แต่ผมก็แอบรักเธอล่ะครับ เพื่อนสนิทของผม เธอโรแมนติก อ่อนหวาน แต่งกลอนเพราะ แล้วแบบนี้ผู้ชายคนไหนจะไม่ชอบล่ะครับ เวลาที่เธอหัวเราะเสียงดังๆ ก็เหมือนโลกทั้งโลกหัวเราะตามไปด้วย ยิ่งตอนที่ผมเดินมาเจอกับเธอในตอนเช้าแล้วเธอเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ เห็นฟันซี่เล็กๆ เรียงเป็นระเบียบ รอยยิ้มของเธอเหมือนแสงตะวันยามเช้าอย่างไรอย่างนั้นเลยครับ” ขณะที่เขาพูด เหมือนใจของเขาไกลไปห่างตัว เหมือนรอยยิ้มนั้นไม่มีวันจางไปจากใจของเขา

“ผมแอบรักเธอ และคิดว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ก็ใครล่ะจะกล้าทำลายความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติของกลุ่มสามคนได้ หากผมบอกรักเธอ กลุ่มต้องแตกกระจายและความสุขที่เคยมีร่วมกันสามคนก็ต้องไม่มีอีกต่อไปแน่ๆ ที่สำคัญผมทนไม่ได้ที่จะต้องถูกมองจากเธอด้วยสายตาหมางเมิน สายตาหวาดระแวงแคลงใจ เรื่องแบบนั้น ให้ตายก็ไม่ทำดีกว่า”

“และเพราะเธอมีเสน่ห์ เพื่อนของผม ผู้ชายอีกคนในกลุ่มก็หลงรักเธอเช่นกัน”

ถึงคราวนี้เขาเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดออกมา

“ตอนนั้นเป็นช่วงที่พวกเราใกล้จะเรียนจบ”

“แต่เขาไม่เหมือนผมครับ วันหนึ่งตอนที่เธอเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วผมกับเขาอยู่กันสองคน เขาบอกผมว่าเขาสารภาพรักกับเธอไปแล้ว นายคิดว่าไง ตอนนั้นเขาถามผมแบบนั้น ผมหาเสียงของตัวเองไม่เจอ รู้สึกเหมือนสมองถูกแช่แข็ง

เราไม่รู้มาก่อนเลย ผมได้แต่บอกเขาไปแบบนั้น คิดว่าพวกเราจะเป็นเพื่อนกันไปตลอดเสียอีก เพื่อนผมส่ายหน้าแล้วบอกว่าผู้ชายกับผู้หญิง ยังไงก็เป็นเพื่อนสนิทกันไม่ได้”

“ดูเหมือนเขาจะดูผมไม่ออกครับ ว่าผมก็หลงรักเธอเหมือนกัน”

“เรานิ่งไปนานทั้งคู่ ในที่สุดผมก็หาเสียงตัวเองเจออีกครั้งและถามว่าเธอตอบเขาว่าอย่างไร เขายิ้ม แล้วบอกว่าไว้ให้ถามเธอเอง”

“ตอนที่เธอเดินมา เธอยิ้มร่าเริงกว่าที่เคยเป็น สดใสและเจิดจรัสยิ่งกว่าแสงตะวันยามเช้าอีกครับ แล้วเธอก็บอกผมว่า เธอตกลงเป็นแฟนกับเพื่อนผมแล้ว ผมยิ้ม ในใจหนักอึ้ง ทนฝืนปั้นสีหน้าได้ไม่นานก็ขอตัวกลับ ไม่อยากรบกวนเวลาสวีตของพวกนาย ผมแก้ตัวไปมั่วๆ แบบนั้น”

“หลังจากนั้นผมปลีกตัวออกห่างจากทั้งสองคน ทุ่มเทเวลาไปกับการทำวิจัยก่อนเรียนจบ เป็นข้ออ้างที่ดีมาก ผมไม่ได้โกรธเพื่อนผม ไม่ได้โกรธเธอ ไม่ได้โกรธใครเลย จนกระทั่งเรียนจบ เพื่อนของผมไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลีย และพวกเขาก็ตัดสินใจแต่งงานกัน”

“ในวันแต่งงาน เธอดูสวยสะอาดตา สวยเปล่งประกายมากกว่าที่เคยเป็น ตอนที่ผมเดินเข้าไปในงาน เธอในชุดเจ้าสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาผมจับมือแล้วบอกว่าดีใจที่ผมมาได้ วันนั้นเป็นวันที่ผมจำได้แม่น เพราะมันเป็นวันที่ทำให้ผมอยากมีคาเฟ่สารภาพรัก”

“เธอกระซิบกับผมยิ้มๆ ว่า แปลกดีเนอะ สมัยเรียนเราโคตรจะชอบนายเลยอ่ะ แต่เห็นนายเฉยๆ เอาแต่งแต่งกลอน เขียนหนังสือ เราก็เลยไม่กล้าบอก จริงๆ ตอนนั้นเราว่าเราแค่แอบปลื้มนายมากกว่า ก็นายอ่ะ ทั้งเขียนกลอนเก่ง แต่งเรื่องสั้นเก่ง มีสิ่งที่เราไม่มี”

“พูดจบ เธอก็ยิ้มให้ผมสว่างไสวอีกครั้ง ผมน้ำท่วมปาก จะให้บอกไปได้อย่างไรว่าผมแอบรักเธอตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนี้ แต่รอยยิ้มที่แสนสุขของเธอในชุดเจ้าสาว ทำให้ผมไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ รอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ล้ำค่าและผมอยากถนอมไว้ในใจให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต่อให้เสียอะไรในตัวผมไป ขอแค่รอยยิ้มแบบนั้นยังอยู่กับเธอเท่านั้น ผมยอมได้ทุกอย่าง”

“ผมเก็บความในใจเอาไว้ดีกว่าจะให้เธอต้องลำบากและเสียใจ รอยยิ้มแสนสดในวันนี้จะต้องมีรอยยิ้มเจื่อน เรื่องแบบนั้นอย่างไรก็ทำไม่ได้”

“หลังจากที่เธอแต่งงานแล้ว เธอไปใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลีย เป็นแม่บ้านเต็มตัว เพื่อนผมเองก็ทำงานที่นั่น อนาคตไกล ส่วนผม ก็เก็บเงินแล้วมาเปิดคาเฟ่สารภาพรักที่บ้านเกิด”

“ผมอยากให้ที่นี่ -คาเฟ่สารภาพรัก- แห่งนี้ เป็นที่สำหรับใครสักคน ที่แอบรักใครบางคน ผมอยากให้ทุกคนมีความกล้าที่จะสารภาพรัก อยากให้ทุกคนคว้าโอกาสที่ตัวเองมีเอาไว้ให้ได้ แม้ความหวังจะริบหรี่ เปอร์เซ็นต์ที่จะถูกตอบรับรักอาจมีน้อยยิ่งกว่าน้อย แต่อย่างไรเมื่อได้พูดออกไป จะไม่มีคำว่าเสียใจที่ไม่ได้บอก”

“ผมไม่อยากให้ใครต้องเสียดายที่ไม่ได้พูดมันออกไปแบบผม”

เขายิ้มให้ฉัน เป็นยิ้มจากส่วนลึกของหัวใจ สายตาของเขาบอกให้ฉันรู้ว่าจะอย่างไร เขาก็จะไม่มีวันลืมหญิงสาวผู้นั้น

หญิงสาวผู้เป็นที่มาของ “คาเฟ่สารภาพรัก”




















 ขอฝากเรื่องสั้นเรื่องที่ห้าใน "ซีรีส์เรื่องสั้นอาชีพสุดประหลาด" ด้วยนะคะ มีสำหรับใครที่อยากอ่านเรื่องสั้นในซีรีส์อาชีพสุดประหลาดเรื่องอื่นๆ กดที่ #อาชีพสุดประหลาดได้เลยค่ะ ขอบคุณที่ติดตาม
 
ฝากเม้นท์ให้กำลังใจนักเขียนด้วยนะคะ ^_^
SHARE
Written in this book
อาชีพสุดประหลาด
เรื่องราวและเรื่องเล่าจากหลากหลายอาชีพ ที่มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา

Comments

famname123
6 months ago
อ่านเเล้วเเม่งโคตรจะจุกเลยครับคุณ ไม่มีชะตาลิขิต มีเเต่เราที่ควรจะต้องลิขิตมันด้วยตัวเอง 
Reply
niji
6 months ago
ใช่ค่ะ เห็นด้วย
Jungjune
6 months ago
ร้านคาเฟ่นี้มีจริงๆในโลกใช่มั้ยคะ น่าสนใจจังเลยค่ะ

Reply
niji
6 months ago
ไม่มีค่ะ เราเขียนขึ้นเอง แหะๆ
Sunflower38
6 months ago
น่ารักมากเลยค่ะ สนใจๆๆๆ
Reply
niji
6 months ago
อิอิ
nawtpal
6 months ago
ชอบๆ
Reply
iamatraveller
6 months ago
ถ้ามีคาเฟ่แบบนี้จริงๆก็คงจะดีเนอะ
Reply