[Fic] White Shirt (Gaeun x Eunbi) <45>
เยนาซบหน้าลงกับไหล่ของยูจินหลังจากได้สิ่งที่เขาพูดออกมา เขาคงไม่รู้ว่าเธอได้รับการปลอบประโลมใจมากแค่ไหนเมื่อได้ยินอย่างนั้น ยูจินมักบอกว่าเขามีแค่เธอเสมอ ทำไมเมื่อก่อนเธอไม่เคยรู้ว่าชอบฟังมันมากขนาดนี้นะ

เธอกอดเจ้าหมาตัวใหญ่ของเธอไว้แน่น ไม่รู้ว่ายูจินรู้ตัวมั้ยว่านอกจากมินจูแล้ว ในคลับนี้ก็มีอีกหลายคนดูจะสนใจยูจินอยู่ เธออยากให้ผู้หญิงพวกนั้นรู้ว่ายูจินเป็นของเธอจะได้เลิกเพ้อว่าจะเอายูจินกลับไปกอดได้ คืนนี้ยูจินต้องเป็นหมอนข้างให้เธอสิ

“ทำไมวันนี้กล้า”

“กล้าอะไร”

“ลืมแล้วหรือไง เมื่อกี้เธอจูบฉัน”

“...”

“จูบฉันต่อหน้าคนอื่นตั้งเยอะ ทำไมถึงกล้าทำล่ะ”

“เพราะที่นี่จะไม่มีใครมองว่าเราประหลาด”

“อยู่กันสองคนไม่มีใครมองเธอยังไม่เห็นจะกล้าแบบนี้เลย เลิกเขินฉันแล้วเหรอ”

“เปล่า ก็ยังเขินอยู่แต่ไม่อยากให้เธอจูบคนอื่นหนิ”

“ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนั้น ฉันคิดว่าคงจะไม่สนใจ เธออาจจะเฉย ๆ เหมือนที่เธอปล่อยผ่านเรื่องอื่น ๆ รอบตัวเธอ”

“ฉันปล่อยผ่านไม่ได้หรอก ถ้าเป็นเรื่องของเธอ”

“ใจเธอเต้นแรงจัง”

“เหรอ”

“เต้นแรงมากเลยจริง ๆ นะ”

“ฉันเริ่มเมาแล้วมั้ง”

“ไม่ใช่ว่าเขินฉันเหรอ”

“ก็ด้วยแหละ”

“ฮ่า ๆ ๆ งั้นเรากลับกันดีมั้ย”

“เธอไม่อยากเต้นแล้วเหรอ”

“ก็อยาก แต่กลัวเธอไม่ไหว”

“ฉันไหวอยู่ เดี๋ยวนี้ฉันดื่มเก่งขึ้นกว่าเดิมเยอะแล้วนะ”

“เก่งขึ้นไม่ได้แปลว่าเก่งแล้วหนิ”

“อย่างน้อยก็เก่งขึ้นละกัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนดื่มไปประมาณนี้ฉันต้องลงไปกองที่พื้นแล้วนะ”

“ก็จริงของเธอ”

“ไปเต้นเถอะ อุตส่าห์มาแล้วทั้งที”

“งั้นเต้นด้วยกันนะ”

“ไม่ดีกว่า ฉันเต้นไม่เก่งหรอก”

“เมื่อกี้ตอนอยู่หน้าเวทีเธอยังบอกให้ฉันเต้นกับเธอเลย”

“ก็เธอเล่นไปเต้นสีกับคนอื่นแบบนั้น ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ”

“หวงเหรอ”

“อือ.. หวง ฉันหวงเธอได้ใช่มั้ย”

“ได้สิ”

“ดีจัง ฉันหวงเธอแล้วก็บอกหวงเธอได้ด้วย”

“ดีใจมากเลยเหรอไงฮึ?”

“อือ”

เยนาฟังเสียงหัวใจของยูจินที่กลับมาเต้นแรงมากอีกครั้ง หัวใจยูจินก็โกหกไม่ได้เหมือนกับเจ้าของมัน เสียงการเคลื่อนไหวในอกของยูจินที่เธอได้ยินมันฟ้องว่าเขามีความสุขอย่างที่ได้พูดมา

สุดท้ายเยนาก็ลากยูจินไปเต้นด้วยจนได้ เธอเต้นจนพอใจแล้วก็พายูจินที่ดูจะไม่ไหวแล้วจริง ๆ กลับบ้าน ก็เมื่อกี้ยูจินดันดื่มแก้วที่ใครยื่นมาให้ก็ไม่รู้ ตาลายคิดว่าเป็นเธอยื่นให้ได้ยังไง ยูจินนี่บ๊องจริง ๆ เลย

ยูจินคงมึนหัวมากถึงได้ซบไหล่เธอไปตลอดทาง เจ้าหมาตัวใหญ่ของเธอคงไม่เหมาะกับการท่องราตรีเท่าไหร่ เขาไม่ชอบเต้นไม่ชอบดื่มแต่ก็ยอมตามใจเธอไปซะทุกอย่าง เธอนี่โง่จริง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยรู้ว่ายูจินคิดยังไง ทั้งที่เขาก็แสดงออกชัดเจนขนาดนี้

เยนาพายูจินมานอนบนเตียง คืนนี้ยูจินคงจะอาบน้ำไม่ไหวแน่ ๆ แต่เธอก็คิดว่าเขาคงไม่เดือดร้อนหรอก เพราะปกติก็ไม่ค่อยจะชอบอาบน้ำอยู่แล้ว..

“ยูจินอา ดื่มน้ำหน่อยมั้ย”

“อือ”

“ลุกขึ้นหน่อยสิ เดี๋ยวน้ำหก”

เยนาพยุงยูจินให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อดื่มน้ำ แต่คงป้อนเร็วไปยูจินเลยสำลักทำให้เสื้อเขาเปียกไปหมด แต่เจ้าตัวก็ดูจะไม่ใส่ใจล้มตัวลงนอนใหม่ทั้งเสื้อเปียก ๆ นั่นแหละ

“ยูจินอา ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนไป เดี๋ยวไม่สบาย”

“...”

“ยูจินอา”

“...”

“อย่าเพิ่งหลับสิยูจิ๊นนน”

มาหลับไปแบบนี้แล้วให้ทำยังไง.. อาจจะตื่นเองได้เหมือนทุกครั้งแหละมั้ง พอคิดได้แบบนั้นเยนาก็ไปอาบน้ำเพื่อหวังว่ายูจินจะตื่นขึ้นมาได้เอง

แต่ความหวังของเธอไม่เป็นจริงยูจินยังหลับอยู่เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจากนอนหงายเป็นนอนขดแทนก็คงจะหนาวนั่นแหละนะ เยนาถอนหายใจแล้วเดินไปหยิบเสื้อตัวใหม่ให้ยูจิน จะปล่อยให้นอนไปทั้งอย่างนี้ยูจินต้องไม่สบายแน่ ๆ เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมต้องกังวล ทำไมถึงไม่กล้าเปลี่ยนเสื้อให้ยูจิน เธอไม่ได้จะทำอะไรไม่ดีเลยนะ ทำไมต้องคิดมากด้วยก็ไม่เข้าใจ.. ขอเปลี่ยนเสื้อหน่อยนะยูจินอา

เยนาคุกเข่าแบบเกร็ง ๆ อยู่ข้างยูจิน เธอปลอบใจตัวเองเสร็จแล้วก็เริ่มปลดกระดุม ถึงจะพยายามทำเป็นไม่สนใจแค่ไหนเธอก็ตื่นเต้นอยู่ดี ยูจินไม่ได้ผิวขาวเหมือนผู้หญิงเกาหลีทั่ว ๆ ไป ยูจินมีผิวสีน้ำผึ้งชวนมอง พอวันนี้ได้สัมผัสส่วนที่อยู่ใต้ร่มผ้าเธอยิ่งรู้ว่านอกจากจะสวยแล้ว ผิวยังนุ่มมากอีกด้วย เธอปลอดกระดุมเสื้อของยูจินจนหมดได้สำเร็จ แต่ก็พบว่าบราของยูจินก็เปียกด้วย.. ต้องถอดด้วยใช่มั้ยนะ.. ฮือออ ทำไมสถานการณ์ถึงเป็นแบบนี้ล่ะ ทำไมเหมือนว่าเธอกำลังทำอะไรไม่ดีกับคนเมานะ ทั้งที่เธอทำไปเพราะหวังดีแท้ ๆ

รีบจับพลิกตัวถอดทุกอย่างแล้วใส่ให้ใหม่อย่างรวดเร็วน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด พอคิดได้อย่างนั้นเยนาก็หลับหูหลับตาถอดเสื้อผ้าให้ยูจิน แต่พอจะใส่เสื้อตัวใหม่ให้ยูจินกลับลืมตาขึ้นมาจ้องหน้ากัน

“ฉันไม่ได้ทำอะไรไม่ดีนะ! เธอเสื้อเปียกอะ ฉันกลัวเธอเป็นหวัดก็เลยจะเปลี่ยนเสื้อให้ ธะ.. เธอตื่นแล้วก็ดีเลย ใส่เสื้อสิ เดี๋ยวไม่สบายนะ”

ในขณะเยนาที่พยายามอธิบายอย่างละล่ำละลักยูจินก็ทำให้สติแตกมากขึ้นไปอีก เมื่อยูจินเปลี่ยนมาคร่อมตัวเยนาเอาไว้ทั้งที่ไม่ได้ใส่เสื้อ

“เธอโกรธเหรอยูจิน ฉะ..ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่.. เอ่อ.. เธอใส่เสื้อก่อนดีมั้ยเดี๋ยวเป็นหวัดนะ”

เยนาพยายามไม่มองยูจินที่ขึ้นคร่อมกันทั้งที่เปลือยท่อนบน เธอกลัวสายตาจะไปหยุดอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่หน้าของยูจิน

“ยูจินอา ใส่เสื้อก่อนนะ”

“ทำไม”

“เดี๋ยวเป็นหวัด”

“เธอถอดเสื้อฉัน”

“ใช่!! ฉันถอดเองแต่เพราะเสื้อมันเปียกไง นี่ไม่ได้ฟังกันเลยใช่มั้ย ใส่เสื้อก่อนนะ”

เยนาหันไปสู้หน้ายูจินพร้อมเสื้อยืดในมือ เธอสวมเสื้อใส่ผ่านหัวยูจินได้สำเร็จ กำลังจะใส่แขนให้แต่ยูจินกลับยื่นหน้ามาใกล้เธอมากขึ้น

“จูบได้มั้ย”

“ห้ะ”

“ขอจูบหน่อยได้มั้ย”

“ได้สิ”

ทำเสียงอ้อนแบบนี้ใครจะไปปฏิเสธลง เยนาโน้มคอยูจินลงมาจูบ พวกเธอจูบกันจนต้องการอากาศหายใจจึงได้ละริมฝีปากออกมา เธอไม่รู้ว่าเพราะยูจินเมาหรือยังไง จูบครั้งนี้ถึงได้ลึกซึ้งกว่าทุกครั้งซึ่งทำให้เธอหน้าเห่อร้อน ยูจินจูบเหมือนอยากจะอ้อนขอทำมากกว่านี้ เจ้าหมาตัวใหญ่แสนจะขี้อายของเธอไม่เคยมีท่าทีแบบนี้มาก่อน เธอมองดวงตากลมโตของยูจินที่ฉ่ำเยิ้มซึ่งเธอไม่รู้ว่าเกิดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือแรงอารมณ์

“ได้มั้ย”

อะไรได้ไม่ได้ล่ะ

“ไม่ได้เหรอ”

จะให้ตอบว่ายังไง ฉันไม่รู้ว่าเราเข้าใจเรื่องเดียวกันมั้ยด้วยซ้ำ!

ยูจินทำหน้าหงอย ๆ ถอนหายใจแล้วทำท่าจะลุกขึ้น แต่เธอไม่อยากให้ยูจินไป เธอไม่ชอบที่ต้องเห็นแววตาน้อยใจแบบนั้น เธอจึงคว้ายูจินกลับมาจูบใหม่ เธออยากให้ยูจินรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง ถึงมันจะยังสับสนอยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่ว่าเธออยากจะปฏิเสธยูจิน ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกมั้ย เพราะตอนยูจินละจากริมฝีปากมาจูบลงตรงซอกคอเธอก็เกร็งไปหมด เธอไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน ไม่รู้ต้องทำตัวยังไงในสถานการณ์แบบนี้

“เยนายา ฉันรักเธอ

เยนาตอบรับคำบอกรักนั้นด้วยการโอบกอดยูจินเอาไว้ แผ่นหลังเปล่าเปลือยของยูจินกลายเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวของเธอในเวลานี้ ผิวอุ่น ๆ ของยูจินที่เธอสัมผัสทำให้เธอผ่อนคลายได้เล็กน้อย เธอกอดยูจินแน่นตอนที่ยูจินสอดมือเข้ามาในเสื้อ เนื้อตัวของเธอกำลังถูกยูจินสัมผัสโดยตรง ความประหม่าเริ่มเข้ามาแทนที่ นี่เธอกำลังจะทำแบบนั้นกับยูจินจริง ๆ ใช่มั้ย.. ยูจินคนขี้อายกำลังปลุกเร้าเธอให้พร้อมสำหรับขั้นต่อไป เขาจะทำแบบนั้นจริง ๆ ใช่มั้ย... เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเธอจะพร้อมกับอะไรที่กำลังจะเกิด แต่ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในร่างกายมันร้ายกาจกว่านั้น มันเรียกร้องต้องการให้ยูจินรุกเร้ามากขึ้นอีก

เธอไม่กล้ามองหน้ายูจินก็เลยหลับตา แต่ว่าทุกอย่างกลับหยุดไปซะเฉย ๆ ยูจินทิ้งน้ำหนักลงมาบนตัวเธอ เธอแปลกใจก็เลยลืมตาแล้วก็เจอว่ายูจินหลับไปแล้ว เยนาผลักยูจินให้ไปนอนข้าง ๆ แล้วใส่เสื้อให้ยูจินดี ๆ เธอไม่เคยเจอมุมนี้ของยูจินมาก่อน แล้วก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีอารมณ์ร่วมไปกับเขาแบบนี้ เธอแอบคิดว่าก็ดีเหมือนกันที่ยูจินหลับไป เพราะลึก ๆ เธอก็กลัว.. ทุกวันนี้เธอมีความสุขดีที่มียูจินอยู่ข้าง ๆ เธอกลัวว่าถ้าเราก้าวผ่านจุดนั้นไปแล้วเกิดมันไม่ใช่ขึ้นมากลายเป็นว่าเราอาจจะมองหน้ากันไม่ได้ เธออยากจะมั่นใจในความสัมพันธ์มากกว่านี้ก่อนไม่รู้ว่ายูจินจะเข้าใจรึเปล่า เยนาลุกขึ้นไปปิดไฟแล้วกลับมานอนกอดยูจินเอาไว้ พลางคิดว่าพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ละกัน



ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะทำเป็นแกล้งหลับต่อไป แต่ก็ทนไม่ได้เผลอยิ้มทั้งที่หลับตาทำให้อึนบีรู้ว่าเธอตื่นแล้วแต่แกล้งทำเป็นหลับ ก็อึนบีตอนมาทำเสียงแง้ว ๆ ใส่เพราะอยากจะออกไปข้างนอกน่ะมันน่ารักมากเลยนี่นา

“แกล้งหลับทำไมเนี่ย ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำเลยนะ”

“ทำไมดุจังเลยล่ะคะ ไม่เห็นทำเสียงน่ารัก ๆ ใส่พี่แบบเมื่อกี้เลย”

“ใครจะไปทำแบบนั้นกัน”

“จะใครล่ะคะ ก็แฟนพี่ไงทำแบบนั้น”

“แล้วทำไมไม่ยอมตื่นสักทีล่ะ พี่ง่วงมากเลยเหรอถึงตื่นไม่ไหว”

“เปล่าค่ะ พอดีพี่สะดุ้งตื่นตอนเช้ามืดน่ะ พอได้นอนอีกทีก็เลยหลับยาว”

ร่างกายของเธอคงตื่นตามเวลาปกติที่ไปทำงานทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะตื่นสายแท้ ๆ

“แล้วถ้าพี่รีบตื่นก็ไม่รู้น่ะสิว่ามีคนขโมยหอมแก้มพี่ แล้วก็ทำเสียงงุ้งงิ้ง ๆ”

กาอึนลูบแก้มของอึนบีที่มานอนหนุนอยู่บนท้องของเธอด้วยความเอ็นดู

“ก็หิวข้าวแล้วอะ”

“น่าสงสารจังเลย ไปกินขนมรองท้องสักหน่อยก่อนนะคะ”

“ไม่เอา”

“ทำไมล่ะคะ หิวไม่ใช่เหรอ”

“วันนี้พี่บอกว่าจะเลี้ยงเนื้อย่าง ฉันก็ต้องประหยัดเนื้อที่กระเพาะไว้สำหรับเนื้อน่ะสิ”

กาอึนหัวเราะให้กับคำตอบของอึนบี ดูสิยังจะมานอนมองกันตาแป๋วอีก

“เจ้ากระต่ายมุ่งมั่นขนาดนี้กระเป๋าตังค์พี่จะแห้งรึเปล่าคะ เหลือเงินให้พี่จ่ายค่าเช่าบ้านหน่อยนะเดี๋ยวไม่มีบ้านอยู่กัน”

“เออ พูดถึงเรื่องนี้ก็ดีแล้ว”

อึนบีลุกขึ้นมานั่งเพื่อมองหน้าคนรักอย่างจริงจัง

“พี่ เดือนนี้ให้ฉันช่วยออกค่าเช่านะ”

“ไม่เอาค่ะ พี่บอกแล้วไงว่าให้ย้ายมาเต็มตัวก่อน”

“ฉันก็อยู่ที่นี่แทบทุกวันอยู่แล้ว ให้ฉันช่วยออกเถอะ ไหนพี่บอกว่าที่นี่บ้าน ‘เรา’ ไง ฉันจะให้พี่มาออกค่าเช่าคนเดียวแบบนี้ได้ยังไงล่ะ”

“แต่ว่า..”

อึนบีตบหน้าตักตัวเองให้กาอึนรู้ว่าควรย้ายมานอนหนุนตรงไหนซึ่งกาอึนก็ทำตามแต่โดยดี อึนบีลูบหัวพี่กาอึนเบา ๆ ไปด้วยขณะพูด

“พี่ ฉันไม่ชอบแบบนี้เลย ให้ฉันช่วยออกเถอะนะ แล้วถ้าฉันได้เงินประกันห้องเก่าฉันคืนเมื่อไหร่ ฉันจะเอามาช่วยออกเงินประกันห้องนี้ครึ่งนึงนะ”

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ยังไงเงินประกันมันก็ได้คืนพี่ไม่ได้เสียอะไร”

“แต่มันเยอะอยู่นะพี่ ถ้าช่วงนี้พี่อยากจะเอาเงินไปหมุนอะไรก็คงจะทำไม่ได้”

“พี่ไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ อึนบีเอาเงินไปกินขนมดีกว่า พี่ว่าเผลอ ๆ ค่าขนมที่อึนบีกินน่ะแพงกว่าประกันบ้านอีก โอ๊ย! ดีดหน้าผากพี่ทำไมล่ะคะ”

“ก็พูดมากอะ ไม่ได้กินขนมเยอะขนาดนั้นสักหน่อย”

“ดีดแรงแบบนี้สมองพี่ต้องบวมแน่ ๆ เลย”

“เวอร์”

“อึนบีใจร้าย เดี๋ยวพี่ติงต๊องไปจะทำยังไงคะ”

“พี่ก็ติงต๊องอยู่แล้วอะ ดีดหน้าผากแค่นี้บอกว่าสมองบวม”

“เป่าให้พี่หายเจ็บหน่อยสิคะ”

อึนบียอมก้มเป่าลมและลงจูบหน้าผากพี่กาอึนของเธอเพื่อปลอบให้พี่เขาเลิกงอแง โดนดีดหน้าผากเบา ๆ แค่นี้บอกว่าสมองบวมเชื่อเขาเลย

“ไปแต่งตัวได้แล้วไป ฉันหิวมากแล้วนะ ถ้ายังไม่ลุกอีกฉันจะกินพี่เข้าไปแทน”

“อา.. งั้นกินเลยดีมั้ยคะ”

เมื่อกี้ยังบอกว่าสมองบวมอยู่เลย ตอนนี้หายดีแล้วซะงั้น พี่กาอึนมองมาด้วยสายตาวิบวับแบบนั้นเธอก็เข้าใจแหละว่าเขาหมายความว่ายังไง แต่ถ้าทำอย่างที่เขาชวนเราคงต้องล้มเลิกแผนวันนี้ไป วันนี้เธออยากจะไปซื้อของใช้เข้าบ้านด้วย

“คิดก่อนว่าจะเอาพี่ไปย่างหรือทอดดี”

“โธ่ที่รัก~ จะกินพี่แบบนั้นจริง ๆ เหรอคะ”

“วันนี้อยากไปซื้อของด้วยน่ะ น้ำยาปรับผ้านุ่มจะหมดแล้ว กาแฟของพี่ก็จะหมดเหมือนกัน เดี๋ยวไม่มีกาแฟกินก็งอแงอีก”

อึนบียิ้มให้แฟนสาวที่เบะปากเหมือนเด็กโดนขัดใจจนจะร้องไห้

“ไว้กลับมาค่อยว่ากันนะ”

“ก็ได้ค่ะ”

อึนบีช่วยดึงพี่กาอึนให้ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วตัวเธอก็ลุกออกมานั่งรอข้างนอก นั่งอยู่ในห้องนอนไม่ได้หรอก เธอกลัวตัวเองจะใจไม่แข็งพอถ้าพี่เขามาชวนให้เข้าไปอาบน้ำด้วยกันทั้งที่เธออาบเสร็จแล้ว

ในขณะที่รอกาอึนแต่งตัว อึนบีก็เช็กของในตู้เย็นว่ามีอะไรหมดอายุหรือมีอะไรต้องซื้อเพิ่มมั้ย

“หาขนมกินเหรอคะ”

“แปรงฟันรึเปล่าเนี่ย ทำไมเร็วจัง”

“แปรงสิคะ ไม่เชื่อเหรอเดี๋ยวพิสูจน์ให้ดู”

กาอึนโน้มคอลงมาจูบแฟนสาวเป็นการพิสูจน์

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวมีกระต่ายโมโหหิวแล้วกินพี่เข้าไปจริง ๆ นี่แย่เลยนะคะ”

อึนบีแยกเขี้ยวใส่พี่กาอึนไปทีนึง ก่อนพวกเธอจะออกไปกินอาหารมื้อแรกของวัน พี่กาอึนคนนั้นกลับมาแล้ว คนที่ไม่แคร์ว่าใครจะมองยังไงพี่เขาไม่แต่งหน้าและใส่ชุดสบาย ๆ ออกไปกินข้าวเช้าในวันหยุด คนที่นอนเต็มอิ่มแล้วส่งสายตาวิบวับเพื่อชวนเธอทำเรื่องอย่างว่า จริง ๆ เธอก็ชอบให้พี่เขาเป็นแบบนี้ เพราะเธอรู้ว่าพี่กาอึนจะทำแบบนี้ก็ตอนที่ร่างกายและจิตใจเขาสบายดีเท่านั้น ไม่เครียดไม่กลัวก็ดีแล้ว เธออยากให้พี่เขามีความสุขในทุก ๆ วัน อยากเห็นพี่เขายิ้มได้แบบนี้ตลอดไป



อึนบีอมยิ้มเมื่อเห็นพี่กาอึนจ้องเนื้อบนเตาที่กำลังจะได้ที่พร้อมกลืนน้ำลาย เธออดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพี่กาอึนเอาไว้ เราไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกันเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีรูปพี่เขาหรอกนะ แต่ว่าส่วนมากเป็นรูปถ่ายตอนที่พี่เขาไม่รู้ตัวมากกว่า ก็เธอน่ะอยากจะเก็บรูปตอนที่พี่เขาทำอะไรน่ารัก ๆ ไว้ เป็นชั่วขณะเวลาหนึ่งในชีวิตของพี่เขาที่เธอจะบันทึกเอาไว้ว่าเขาน่ารักแค่ไหนในแต่ละวัน

“สุกแล้ว ๆ กินกันเถอะ”

เสียงพี่กาอึนดูตื่นเต้นมากจนไม่ใช่เธอคนเดียวที่ขำ พนักงานคนที่ย่างเนื้อให้เราก็แอบอมยิ้มเหมือนกัน

“เป่าด้วยนะพี่”

“อ๊อนนน”

นั่นไงไม่ทันขาดคำ เธอมองพี่กาอึนอ้าปากปล่อยควันร้อน ๆ ออกมาจากปากเนื่องจากเนื้อยังร้อนเกินไป แต่พี่เขาก็พยายามเคี้ยวมันจนได้ แถมยังหันมายิ้มตาหยีให้เธอ

“ตกลงใครที่หิวเนี่ย ฉันหรือพี่”

“ก็คิดว่ามันไม่ร้อนแล้วหนิคะ”

“กินร้อน ๆ ฟันเสียหมด พี่จะมาฟันหลอเพราะเรื่องติงต๊องแบบนี้ฉันว่าไม่เวิร์ค”

“ฮ่า ๆ ๆ เข้าใจแล้วค่ะ”

อึนบีห่อเนื้อกับผักเพื่อลดความร้อนของมันแล้วยื่นให้พี่กาอึน พี่กาอึนก็อ้าปากรับอย่างอารมณ์ดี เธอรู้ว่าพี่กาอึนชอบเนื้อย่างมาก แต่จะให้มากินบ่อย ๆ ก็คงไม่ไหว เนื้อวัวดี ๆ น่ะราคาสูงทีเดียว ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้แต่เสียดายเงินน่ะ พี่กาอึนก็คงคิดเหมือนกันถึงไม่ชวนบ่อยทั้งที่เขาชอบมาก

“ทำไมทำเหมือนไม่ได้กินนาน พี่เพิ่งไปกินกับพวกเลขามาไม่ใช่เหรอ”

“อือ แต่วันนั้นมันไม่อร่อยเลยล่ะ”

“ร้านแพงนะนั่น”

“แพงก็แล้วไงล่ะ ไม่มีอึนบีคอยห่อให้เหมือนวันนี้นี่นา วันนี้เนื้อหวานสุด ๆ ไปเลยค่ะ”

“พอ ๆ ไม่ต้องมาอ้อน กินไปเลย กินเยอะ ๆ จะได้มีแรง”

“อา.. เดี๋ยวพี่ต้องใช้แรงเยอะเหรอคะ”

ทำตาวิบวับอีกแล้วนะพี่

“ก็ใช่น่ะสิ งานบ้านยังเหลือเพียบเลยนะ”

“ฟังแล้วท้อแท้เหมือนกันนะคะ”

นี่พี่เป็นหมาหรือไง ทำไมฉันเห็นพี่หางลู่หูตก

“ท้อแท้อะไร เดี๋ยวไปซื้อของเข้าบ้าน กลับไปรีบทำงานบ้านให้เสร็จ พรุ่งนี้จะได้พักผ่อนหรือจะออกไปข้างนอกกันก็ได้นะ ฉันตามใจพี่”

“เอางั้นก็ได้ค่ะ อึนบีกินเยอะ ๆ สิคะ ไม่พอเดี๋ยวสั่งใหม่ก็ได้ สั่งยุคฮเวด้วยดีมั้ยคะไม่ได้กินนานแล้ว”

พออึนบีพยักหน้าให้กาอึนก็หันไปสั่งอาหารกับพนักงานเพิ่ม อึนบีคิดว่าวันนี้พี่กาอึนคงกะจะล้มวัวแน่ ๆ แต่เธอก็ไม่ได้ขัดอะไรหรอก กินได้ก็กินไปจะได้เอาแรงไปช่วยกันลุยงานบ้านให้เสร็จ ส่วน ‘เรื่องอื่น’ น่ะถ้าพี่เขาไม่สลบไสลไปซะก่อนค่อยว่ากันอีกที




“ขอบคุณนะคะ”

กาอึนพูดกับอึนบีที่ยื่นแก้วน้ำเย็นมาให้ เธอเพิ่งจะจัดการงานบ้านที่ค้างไว้เสร็จไปแล้วมานั่งพักที่โซฟา นี่ขนาดอึนบีช่วยทำไปเยอะแล้วก็ยังเหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอกลับมาก็หลับเป็นตายไม่ได้ทำอะไรเลย

กาอึนเดินออกมานั่งที่โซฟาหลังจากอาบน้ำเสร็จ ส่วนอึนบีอาบไปแล้วก่อนหน้านี้เพราะรับหน้าที่เป็นคนล้างห้องน้ำเลยอาบไปทีเดียว

“หมดแรงแล้วสิ”

“ยังมีอะไรต้องทำอีกเหรอคะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ดูถามเข้า หมดแรงจริง ๆ สิท่า”

“ยังไม่หมดค่ะ แต่ขอพักแป๊บนึง”

“นั่นแหละเขาเรียกหมดแรง”

“ก็สงสัยจะอย่างนั้นแหละค่ะ ถ้าอึนบีจะทำอะไรอีกเดี๋ยวพี่ช่วยแต่ขอพักแป๊บนะคะ”

“ไม่ทำอะไรแล้วล่ะ ไปนั่งที่พื้นสิเดี๋ยวเป่าผมให้”

กาอึนย้ายลงมานั่งที่พื้นพิงหลังกับโซฟาตามที่อึนบีบอก เธอซบหน้ากับต้นขาของอึนบีในขณะที่อึนบีเป่าผมให้

“พี่ ฉันเจอผมหงอกอะ”

“ดึงออกให้หน่อยสิคะ”

“จะให้ดึงหมดเลยเหรอ”

“เยอะเลยเหรอคะ”

“ทำเสียงเครียดเชียว เครียดมาก ๆ เดี๋ยวมันหงอกเพิ่มนะ”

“อึนบีอา อย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นสิ”

อึนบียิ้มพอได้ยินพี่กาอึนทำเสียงงอแง เธอดึงผมหงอกให้พี่กาอึนสามเส้น เธอเว้นเส้นสุดท้ายที่เจอเอาไว้เพราะมันขาวตรงโคนแล้วดำที่ปลาย เธอจะให้โอกาสมันกลับใจกลายมาเป็นสีดำอีกครั้งก็แล้วกัน

“หมดแล้ว”

“อึนบีอา พรุ่งนี้เราไปร้านทำผมกันดีมั้ยคะ”

“อย่าบอกนะว่าพี่จะไปย้อมผมน่ะ”

“อือ”

“ถามจริง ฉันดึงให้หมดแล้วมันไม่ได้เยอะขนาดนั้นนะพี่”

“แต่อึนบีเห็นเลยนะคะ ไม่ได้ตั้งใจหาด้วย”

“แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะ พี่ก็ไม่ใช่เด็ก ๆ ซะหน่อย”

“พี่รู้ค่ะ แต่พี่ยังไม่อยากแก่หนิคะ”

“พี่ไม่แก่หรอก”

“แต่เมื่อกี้อึนบีบอกว่าพี่ไม่ใช่เด็ก ๆ”

“ก็ใช่น่ะสิ อีกสองปีพี่ก็จะสามสิบแล้วนะ”

“พี่รู้แล้วค่ะ ไม่ต้องย้ำก็ได้”

อ้าว.. เป็นงั้นไปอีก ทำไมเราต้องรู้สึกผิดที่พูดเรื่องจริงด้วยนะ

“ไม่ใช่พี่คนเดียวหรอกที่มีผมหงอก ฉันว่าฉันก็มีเหมือนกัน ไม่เชื่อพี่มาหาสิ”

“อึนบียังไม่มีหรอกค่ะ ยังเด็กอยู่”

“เด็กกว่าพี่สองปีอะนะ ฉันไม่เด็กแล้วพี่”

“ก็เด็กกว่าพี่อยู่ดีแหละค่ะ”

“ก็พี่เกิดก่อนหนิ เรื่องอายุนี่ยังไงฉันก็ตามพี่ไม่ทันหรอก”

“เฮ้อ.. นั่นสินะคะ”

เอ้า! มาถอนหายใจปลง ๆ แบบนี้หมายความว่ายังไง คิดมากจริง ๆ เหรอเนี่ย

“พี่ ฉันขอโทษนะ ฉันไม่รู้ว่าพี่คิดมากเรื่องนี้”

“ไม่ใช่ความผิดอึนบีหรอกค่ะ พี่แก่ของพี่เอง”

ดูพูดเข้า..

“แก่อะไรล่ะพี่ พี่ไม่แก่หรอก”

อึนบีดึงพี่กาอึนให้ขึ้นมานั่งด้วยกันบนโซฟา เธอลูบหัวลูบไหล่พี่เขาปลอบใจ นี่เธอไม่เคยคิดเลยว่าต้องมาปลอบใจผู้ใหญ่ที่ไม่อยากแก่

“ใคร ๆ ก็มีผมหงอกทั้งนั้นแหละ มันก็แค่หลักฐานว่าพี่ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วก็เท่านั้น เราต้องดีใจต่างหากที่ได้อยู่มานานจนเริ่มมีผมหงอกน่ะจริงมั้ย ไม่ต้องเศร้าหรอก”

“แต่ว่าพี่จะมีผมหงอกเยอะขึ้นเรื่อย ๆ”

“ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วมั้ย ต่อไปฉันก็คงมีเยอะเหมือนกัน ถึงวันนั้นถ้าพี่ไม่อยากผมขาว เราคงได้เลือกสีน้ำยาย้อมผมกันสนุกเลยล่ะ”

“แต่พี่ก็จะมีเยอะกว่าอยู่ดี ดูตอนนี้สิพี่มีผมหงอกสามเส้นแล้วนะแต่อึนบีไม่มี”

“ฉันว่าอันนี้มันมีเพราะพี่เครียดมากกว่า พี่.. ฉันถามจริง ๆ นะ ถ้าพี่เห็นคุณยายเดินมาสองคน พี่แยกออกเหรอว่าคุณยายคนไหนอายุแปดสิบคนไหนอายุแปดสิบสองน่ะ”

“...”

“พี่แยกไม่ได้หรอกจริงมั้ย คุณยายก็คือคุณยายนั่นแหละ จะคิดมากไปทำไม”

ถึงจะแอบขำอยู่นิดหน่อยที่พี่กาอึนมากังวลเรื่องนี้ แต่เธอก็ว่าพี่เขาไม่ได้หรอก ก็พี่เขาแก่กว่าเธอหนิ ถึงจะแค่สองปีแต่ก็แก่กว่าอยู่ดี ความกังวลเรื่องอายุก็คงจะมีมากกว่าเธอ

“ถึงวันนั้นอึนบีก็ยังจะอยู่กับพี่ใช่มั้ยคะ”

“วันที่พี่เป็นคุณยายน่ะเหรอ”

“ค่ะ”

“แล้วฉันจะไปไหนได้ล่ะ”

“พี่ไม่อยากเป็นคุณยายอายุแปดสิบสองที่เดินคนเดียวนะ”

“ถ้ายังไม่ตายจากกัน ฉันจะเป็นคุณยายอายุแปดสิบที่เดินข้าง ๆ พี่เอง เอ่อ.. ถ้าตอนนั้นฉันยังเดินไหวอะนะ”

อึนบีอ้าแขนออกกว้างเมื่อเห็นว่าพี่กาอึนจะขยับเข้ามากอด เธอกอดพี่เข้าแน่นเพื่อให้ความมั่นใจว่าเธอจะทำตามที่พูดเอาไว้ ขอแค่เขายังน่ารักกับเธอแบบนี้ เธอจะไม่ทิ้งให้เขาต้องโดดเดี่ยวแน่นอน

“พี่ว่าตอนฉันอายุแปดสิบฉันจะยังเดินไหวมั้ย”

“ต้องไหวสิ”

“พี่มั่นใจได้ยังไง ฉันเองยังไม่มั่นใจเลย”

“ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวพี่ซื้อรถเข็นไฟฟ้าให้ เพราะถ้าอึนบีไม่ไหวพี่ก็คงเข็นรถให้อึนบีไม่ไหวเหมือนกัน”

“ฮ่า ๆ ๆ ก็คงต้องแบบนั้นแหละนะ”

“แต่พี่ว่าต้นขาแน่น ๆ แบบนี้มีแรงเดินอีกนานแหละค่ะ”

ปากว่ามือถือจังเลยนะพี่คนนี้ เมื่อกี้ยังทำหงอย ๆ ตอนนี้มาลูบต้นขากันซะแล้ว ลมหายใจของพี่เขากระทบใบหูทำให้เธอขนลุก แต่ตอนนี้เธอต้องหยุดพี่เขาไว้ก่อน.. เธอจับมือพี่กาอึนที่อยู่บนหน้าขาเธอเอาไว้ไม่ให้ลูบไปไกลกว่านั้น

“พี่”

“ว่าไงคะ”

“หิวอะ”

“คะ?”

“หิวข้าว สั่งอะไรมากินกันเถอะ”

“ตอนนี้เลยเหรอคะ”

“อือ เนื้อย่างที่กินมาย่อยไปหมดแล้วอะ สั่งอะไรมากินกันเถอะ”

“นี่จริงจัง?”

“จริงสิ เรื่องนี้ไม่โกหกหรอก”

“เฮ้อ.. ก็ได้ค่ะ แต่คืนนี้ไม่รอดแน่ ๆ นะเจ้ากระต่ายเตรียมใจไว้ได้เลย”



กาอึนยีหัวอึนบีก่อนจะลุกไปหยิบโทรศัพท์เพื่อสั่งอาหาร หลังจากคิดกันอยู่พักนึงพวกเธอก็ตกลงกันว่าจะสั่งอาหารทะเลมากินคู่กับโซจูรสผลไม้ที่มีอยู่แล้วในตู้เย็น

กาอึนชอบวันหยุดแบบนี้ เราจัดการงานบ้านเสร็จแล้ว ไม่ได้รีบไปไหน ไม่ได้มีธุระอะไร เธอได้กินซุปอาหารทะเลแกล้มกับโซจูแล้วเธอก็ได้นั่งมองอึนบีที่กำลังคีบปลาดิบเข้าปากอย่างมีความสุข

มื้ออาหารบ่ายควบเย็นได้ผ่านไป กาอึนย้ายมานั่งที่โซฟาแล้วกอดอึนบีที่นั่งอยู่บนตักเอาไว้ในขณะที่นั่งจิบโซจูกันต่อ อึนบีคงเริ่มเมาแล้วถึงได้ทิ้งตัวเข้าหาเธอแบบนี้เธอก็ไม่ได้อึดอัดอะไรเพราะเธอชอบให้น้องมาคลอเคลียใกล้ ๆ อยู่แล้ว โทรทัศน์ที่พวกเธอเปิดทิ้งเอาไว้เพื่อดูอะไรเรื่อยเปื่อยกำลังฉายหนังรักวัยรุ่น แม้จะไม่ได้ดูตั้งแต่ต้นก็พอจะเข้าใจได้ว่าเรื่องเป็นยังไง ไฮไลท์ของเรื่องคือตอนที่พระเอกสารภาพความในใจให้นางเอกฟัง พอพระนางในจอจูบกันอึนบีก็หันมาจูบเธอ

อึนบีเปลี่ยนมาหันหน้าเข้าหาคร่อมอยู่บนตักทำให้เธอเข้าใจว่าช่วงเวลานี้ที่เธอควรสนใจว่าหนังที่ฉายอยู่คืออะไร พระนางได้รักกันหนังคงกำลังใกล้ถึงตอนจบแล้ว แต่เธอไม่รู้ว่าหนังจบยังไง เธอไม่ได้สนใจเรื่องรักในโทรทัศน์อีกเพราะตอนนี้เธอกลายเป็นผู้แสดงบทรักร้อนแรงลึกซึ้งกว่าหนังรักเรื่องไหนที่เคยได้ดู




TBC




วันนี้เมื่อปีที่แล้วเราอัพตอนแรกของไวท์เชิ้ตไปโดยที่ไม่รู้ว่าผลตอบรับจะเป็นยังไงจะมีคนมาอ่านรึเปล่าก็ยังไม่รู้ เราแต่งเรื่องนี้เพราะไม่มีฟิคกาอึนบีให้อ่าน 55555 และเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเครียดที่ต้องเจอในตอนนั้น แรงบันดาลใจก็ง่าย ๆ ค่ะ คือน้องอึนบีกระดุมปริที่สนามบิน บวกกับกาอึนไปกินข้าวกับสาว ๆ ญี่ปุ่น จุดเริ่มดูง่ายนะคะแต่ดูสิคะเรื่องปีนึงแล้วยังไม่จบเลย ฮืออออ

แล้วพอได้เขียนแล้วก็อดไม่ได้ที่ใส่อะไรลงไปเพื่อสื่อสารสาระสำคัญบางอย่างกับผู้อ่าน ซึ่งคืออะไรนั้นก็สุดแล้วแต่ผู้อ่านจะตีความนะคะ

ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันมาครบหนึ่งปีเต็มแล้วขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันตลอดมาแล้วก็ขอบคุณที่ช่วยกันขายของด้วยนะคะ 😂 หวังว่าจะอยู่ด้วยกันไปอย่างนี้นาน ๆ เลยนะคะ :))



เรื่องนี้จะรวมเป็น e-book แน่นอน และใน e-book จะมีตอนพิเศษ แต่พิเศษแบบไหนก็ไปลุ้นกันเอานะคะ.. อยากรวมเป็นเล่มกระดาษเก็บไว้เหมือนกันแต่ว่าเรื่องมันยาวมากเลยล่ะค่ะ ถ้าเป็นกระดาษไม่รู้สองเล่มจะเอาอยู่รึเปล่า ;-; แล้วเล่มกระดาษมันต้องมีจำนวนขั้นต่ำอะเนอะ





ถ้าอยากคุยก็มาคุยกันได้ค่ะ

@705NCS
#กาอึนบีเชิ้ตสีขาว



ขอบคุณที่ติดตามและรอคอย❤️
แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ 💋






SHARE
Written in this book
White Shirt
แพนเค้กก็อร่อยดี แต่อึนบีอร่อยกว่านะ
Writer
NCS
Storyteller
วิชาการบางวัน ที่เหลือนั้นขี้ชิป #กาอึนบีเชิ้ตสีขาว

Comments

MHEENUM
12 days ago
รู้กชายยยยยยยยย น้องยุจอั้ยหมาร้าย เมาแล้วเป็นแบบนี้หรอ ห้ะ55555555555 เหล้าเข้าปากองค์บากเข้าสิง ปกติเป็นคนเงียบๆเขินอาย พอเมาละร้ายเลย เขินยุจแบบนี้มาก ขี้อ้อน ดูมีเสน่ห์มากเลย น้องเยนหนูไม่ห้ามเลยนะคะรู้ก5555555555

ขำพิกาอึน คนแก่ขี้น้อยใจ ผมหงอกสามเส้นก็กังวลแล้ว เอ็นดูคนอายุ28จังค่ะ พิอึนบีนี่ปลอบแทบไม่ทัน เขาก็รักของเขาอ่ะเนอะ มาทำหน้ายีราฟหงอยๆให้ดูใครมันจะไม่ปลอบ แง้งงงงงงงง ชั้นรักพวกเค้าาาาา

ขอบคุณไรท์ที่คอยอัพเสมอมาค่ะ เป็นเวลายาวนานมากกกกกกกกก และดิช้อนผู้เป็นรี้ดจะตามอ่านแน่นอนแม้ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟ ไรท์จะอัพที่ไหนก็จะตามไปอ่าน อัพร้อยที่ก็จะตามให้กำลังใจร้อยที่ไปเล้ยย เราไม่ได้รักที่คู่ชิปแล้ว กลายเป็นว่าเราหลงรักตัวละคร หลงรักในความสัมพันธ์ของพวกเค้า ค่อยๆดูพวกเค้าเติบโต มันแบบ น้ำตาล้นเอ่อ ดิชั้นขอสัญญาค่ะว่าจะซัพพอร์ตไรท์เสมอ แม้วันนั้นจะไม่มีใครมาอ่านของไรท์ แต่คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะเพราะฟิคมันดี!!! ยกให้เป็นเดอะเบสฟิคบรรยายที่ดีที่สุดอีกเรื่องนึงในชีวิตเราเลย รักไรท์ค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ พูดพร้อมกัน 3 2 1 ตอนที่ 100!!! เฮ!!!!
Reply
DarikaMai
10 days ago
คู่เด็กนี่น่าลุ้นอะ💘
Reply
withmoonx
10 days ago
💖💖💖💖💖มาส่งกำลังใจให้ค่ะ
Reply