ชั่วโมงให้คำปรึกษากับปัญหาของใครของมัน
"เวลามีคนมาปรึกษาปัญหาต่างๆ ในชีวิตเขา ผมมักจะชอบหาทางออกให้ เพราะคิดว่ามันคงดีแน่ถ้าเขาทำตามที่ผมบอก แต่จริงๆ มันไม่เป็นอย่างนั้น
ปัญหาของใครก็ของมัน...ไม่มีใครแก้ปัญหาของคนอื่นได้จริง
ระยะหลังมานี้ ผมรับฟังเรื่องราวของคนที่เข้ามาคุย และต้องยอมรับว่าผมช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย แม้ว่าจะอยากช่วยแค่ไหนก็ตาม ผมทำได้ดีที่สุดก็แค่ฟัง และพยายามจะเข้าใจความรู้สึกของเขา แต่สุดท้าย สิ่งที่ผมมักจะบอกก็คือเรื่องราวของผมที่คล้ายๆ กับของเขา คนเราเจอเรื่องยากๆ ในชีวิตอยู่ไม่กี่อย่างหรอก และประโยคที่ผมมักจะพูดเสมอก็คือ ฟังเรื่องของผมไปแล้ว ได้คุยกันถึงแนวคิดแล้ว ต้องเอาไปปรับใช้เป็นของตัวเอง 

แทบจะทุกครั้งที่ผมยกทฤษฎีของนักจิตวิทยาชื่อ เอดเลอร์ ขึ้นมาพูด 
ความทุกข์ใจทั้งหมดของมนุษย์ล้วนเกิดจากความสัมพันธ์กับผู้คนจากหนังสือเรื่อง กล้าที่จะถูกเกลียด

ซึ่งเมื่ออ่านหนังสือแล้วจับความได้ว่า ในความสัมพันธ์นั้น มีส่วนรับผิดชอบจาก 2 ฝ่าย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพยายามจะเข้าไปก้าวก่ายในส่วนรับผิดชอบของคนอื่นเราจะทุกข์ใจ แม้แต่ในความสัมพันธ์กับตนเอง เรากำลังก้าวก่ายส่วนที่ไม่ใช่ของเราด้วยการคาดหวังบางอย่าง เราหวังว่าจะให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เราอยากให้เป็น แต่มันไม่เป็นไปตามนั้น เพราะสิ่งที่เราหวังไม่ใช่ส่วนรับผิดชอบของเรา 

พ่อแม่คาดหวังกับลูก พอไม่ได้อย่างหวังก็ทุกข์ พอได้อย่างหวัง แล้ววันหนึ่งผิดหวังก็ทุกข์อีก ...ไม่มีใครสมหวังไปตลอดหรอก ลูกพยายามทำตัวให้เป็นไปตามความคาดหวังของพ่อแม่ พอทำไม่ได้ก็เป็นทุกข์ บางทีคนเราก็คาดหวังกับตนเอง พอทำไม่ได้อย่างที่หวังก็เป็นทุกข์

อันที่จริงแล้ว สาระสำคัญไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเจอ หรือประสบการณ์ที่เรามี แต่เป็นคุณค่าที่เราให้ต่อสิ่งต่างๆ ต่างหากที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของเรา 

ปัญหามันไม่ได้เป็นปัญหาจนกระทั่งเราให้คุณค่ามันว่ามันเป็นปัญหา และความใหญ่หรือเล็กก็อยู่ที่เราอนุญาตให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตได้แค่ไหน อยู่ที่การให้คุณค่าล้วนๆ 

ชั่วโมงการให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตมักจะจบลงด้วย 2 คอนเส็ปต์ที่สำคัญคือ 1. เรื่องทุกข์ใจนี้ มีสาเหตุมากจากส่วนรับผิดชอบของเราหรือเปล่า หรือเป็นความคาดหวังจากที่เราพยายามจะก้าวก่ายส่วนของคนอื่น
2. ความคิดกับการให้คุณค่าต่อสิ่งต่างๆ หรือแม้แต่ต่อตนเอง มีผลต่อการดำเนินชีวิตมากที่สุด มันจะนำทางและขับเคลื่อนให้เราทำสิ่งต่างๆ เราจึงควรให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆ อย่างที่มันเป็น หรืออย่างน้อยใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เราจะทุกข์น้อยลง และถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็พยายามจะให้ค่ามันในแบบที่สร้างพลังเชิงบวกเข้าไว้

ไม่มีใครแก้ปัญหาของใครได้จริง เราล้วนแต่ต้องรับผิดชอบในส่วนของเรา

และสำหรับสูตรสำเร็จปิดท้าย ถ้าทำอะไรไม่ได้
อดทน
ไม่มีปัญหาไหนอยู่กับเราไปตลอดกาล ความทุกข์ใจไม่สามารถทรมานเราได้ตลอดไป สุดท้ายปัญหาที่แก้ไม่ได้ตอนนี้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ปัญหามันก็จะคลี่คลายสลายไปด้วยตัวมันเองในที่สุด...ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป"
SHARE
Written in this book
ช้อนตะกอน

Comments