3 วิธีรับมือกับปัญหาในชีวิตได้ดีขึ้น
เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่า จะมีปัญหาความท้าทายเข้ามาให้เราได้ทดสอบความสามารถกันเมื่อไหร่ แต่ถ้าเรายอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องพบเจอ และเตรียมใจเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อน เราจะได้เปรียบกว่า คือ เมื่อถึงเวลา..เราจะสามารถเผชิญหน้าลงมือแก้ไขปัญหาได้ทันที เพราะเรารู้ว่า ยิ่งเรากังวลใจมากเท่าไหร่ เราจะมีเวลาในการแก้ปัญหาน้อยลงเท่านั้น

และในครั้งนี้ เรามีวิธีการง่ายๆ มาให้คุณเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหา ทั้งการเตรียมตัวล่วงหน้า และการเผชิญหน้ากับความท้าทายเหล่านั้น เลือกวิธีที่คุณชอบ ในแบบที่คุณเป็น


1. พัก
เวลาที่เราเจอปัญหา แรกๆ เราอาจจะรู้สึกกลัว รู้สึกรับไม่ไหว อยากจะหลบไปพักสักแป๊บนึง ถ้าเป็นปัญหาที่ยังพอให้เราหลบไปพักได้ แต่ไม่ใช่การหนีปัญหานะ แค่พักให้พร้อมมาจัดการปัญหาที่มีให้คลี่คลายลงไป พักด้วยการหาอะไรที่ชอบทำเพื่อผ่อนคลาย หรือเป็นการเติมพลังพร้อมรับวันใหม่ก็ยิ่งดี เช่น ดื่มน้ำส้มให้สดชื่น หาคลิปตลกๆ ดูให้ผ่อนคลาย

และเมื่อเราเผชิญหน้าลุยกับปัญหาไปสักพักหนึ่งแล้ว อย่าลืมพักเอาแรงระหว่างทาง ชาร์ตแบตให้เต็มที่ เพราะถ้าเราจะรอให้เรื่องต่างๆ ผ่านไปด้วยดีแล้วค่อยหยุดพัก เกรงว่าเราจะหมดพลังไปซะก่อน ซึ่งการพักที่ดีที่สุด คือ การหางานอดิเรกที่เราชอบ ทำสักนิดนึง ให้สมองได้มีเวลาไปใส่ใจเรื่องอื่นบ้าง มันอาจจะดูแปลกสักหน่อย ที่ใครเขาจะมีอารมณ์ทำงานอดิเรก ทั้งๆ ที่ปัญหามันยังไม่จบ ยังไม่คลี่คลาย 

แต่ถ้าลองทำดู คุณจะรู้เลยว่า มันเป็นวิธีชาร์ตพลังงาน เติมพลังใจได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว เช่น แบ่งเวลาจัดสวนทีละนิด อ่านหนังสือที่ชอบวันละหน้า หรือถ้าไม่ว่างทุกวัน และคิดอยากจะนอนอย่างเดียวเลย เปลี่ยนเวลาและความรู้สึกเหล่านั้น..มาเป็นการขยับร่างกายไปทำสิ่งที่ชอบ จะได้พลังมากกว่านอนหลายเท่า ถ้ายังไม่เชื่อ..ต้องลอง 


2. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย เป็นการเสริมแรงต้านทานให้กับร่างกายและจิตใจ ในขณะที่คุณมีงานรัดตัว ทำงานหนักจนเหนื่อย หมดเรี่ยวหมดแรง คงไม่มีใจจะออกไปทำอะไรแล้วใช่ไหม แต่ว่า..ถ้าได้ลองออกไปสูดอากาศยามเช้า พร้อมกับเดิน-วิ่งสักครึ่งชั่วโมง หรือออกกำลังกายในแบบที่คุณชอบ สัปดาห์ละ 3 วันเป็นอย่างน้อย คุณจะรู้สึกเลยว่า..พลังมาเต็ม แม้ว่าตอนออกกำลังกายจะสูญเสียเหงื่อมากแค่ไหนก็ตาม

การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันไข้หวัดแล้ว ยังช่วยลดความเครียด ช่วยให้หลับสบาย มีอารมณ์ที่ดี และมีสายตาที่ดีอีกด้วย ซึ่งคนที่ทำงานหนัก หรือต้องรับมือกับปัญหาความท้าทายในชีวิต จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกกำลังกาย เพื่อลดความตึงเครียดและมีอารมณ์ที่ดีพร้อมรับมือกับปัญหาในทุกสถานการณ์ (honestdocs.co, 2562)

แม้กระทั่ง อภิมหาเศรษฐีอย่าง เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้งและ CEO เว็บไซต์อเมซอน (Amazon) และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ร่วมก่อตั้ง, CEO และออกแบบรถยนต์พลังไฟฟ้าเทสล่า (Tesla) ยังให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย เพราะจะช่วยรับมือกับความท้าทายได้เป็นอย่างดี 

อีลอน มัสก์ ได้กล่าวเปรียบเทียบการออกกำลังกายกับคำวิจารณ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า 
“คำตำหนินั้นเหมือนกับการออกกำลังกาย 
ตอนแรกนั้นมันแย่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ช่วยทำให้เราเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น 
และส่งผลทางบวกในระยะยาว ในขณะที่คำชมนั้นทำให้เราพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ 
แต่คำตำหนิทำให้เราพัฒนาขึ้น”  

และแม้ว่าเขาจะทำงาน 14 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ก็พยายามออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (พิศณุ นิลกลัด, 2560)

ยิ่งยุ่งยิ่งต้องมีเวลา ยิ่งเจอปัญหาความท้าทาย ยิ่งต้องออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อและพลังใจ เราจะได้ไม่ป่วยไปซะก่อน และจะได้เผชิญหน้ากับปัญหาความท้าทายด้วยความสุข ด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม จะได้ไม่ป่วยเป็นของแถม หรือแม้ว่า..ตอนนี้จะยังไม่มีปัญหา ก็ควรหาเวลาออกกำลังกายเช่นกัน เพื่อเสริมความต้านทานของร่างกายและจิตใจให้พร้อมรับความท้าทายที่มักจะมาทักทายเราโดยไม่ทันตั้งตัว


3. ลุย
ไม่มีอะไรดีไปกว่า..การเผชิญหน้ากับความท้าทายเหล่านั้น อย่าปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง เรามาแก้ไขกันเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกันเถอะ เช่น ถ้าเราเป็นหนี้ เรามาดูว่า หนี้ที่เราก่อเป็นหนี้ที่มีประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่เป็นประโยชน์ เช่น หนี้บัตรเครดิต ที่เราควรหยุดเพิ่มหนี้อีกต่อไป แล้วหาวิธีชำระหนี้คืนให้เร็วที่สุด ถ้าประหยัดได้ก็ประหยัด หรือถ้าประหยัดแล้วก็ยังไม่พอ ก็หารายได้เสริมเพื่อโปะหนี้ให้หมดโดยเร็ว แต่ถ้าเป็นหนี้จากการซื้อบ้านซึ่งเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ เราก็หาทางเคลียร์หนี้ให้เร็วที่สุด โดยวางแผนว่าจะจ่ายหนี้เดือนละเท่าไหร่ เป็นเวลากี่ปี ด้วยเงินจากแหล่งใดบ้าง

แต่ถ้าหากเราคิดอะไรไม่ออก เราจะจัดการปัญหาอย่างไรล่ะ ซึ่งทางแก้ก็คือ เขียนมันลงไปในกระดาษเพื่อให้สมอง ค่อยๆ หาไอเดียดีๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใน เพราะถ้าเราฟังเสียงหัวใจดีๆ เราจะได้รับคำตอบที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด เขียนวิธีแก้ไขปัญหาแต่ละวิธีลงไปในกระดาษ จากนั้นเลือกวิธีการที่เหมาะสมที่สุดมาใช้ในการแก้ไขปัญหา


และการเขียนบันทึกวิธีจัดการปัญหาลงไปในไดอารี่ (Diary) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีกว่าการเขียนลงไปในกระดาษ เพราะเมื่อเราได้แก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแล้ว เราสามารถเขียนประเมินต่อไปได้อีกว่า วิธีการแก้ไขปัญหาที่เราเลือกนั้น เหมาะสมหรือเจอเทคนิควิธีการอื่นเพิ่มเติมอะไรอีกบ้าง เพื่อที่เราจะกลับมาอ่านไดอารี่ใหม่ได้อีกครั้ง และเมื่อเจอปัญหาคล้ายๆ กัน เราจะได้ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ เพราะมีบันทึกวิธีแก้ไขปัญหาในไดอารี่ไว้แล้ว หรืออย่างน้อยก็ทำให้เรามั่นใจได้ว่า แม้มีปัญหา..เราจะผ่านมันไปได้ด้วยดี เพราะเราเคยจัดการปัญหาได้

อ้างอิง: https://www.honestdocs.co/exercise-indirect-and-direct-benefits
https://www.matichonweekly.com/กีฬา/article_48190

Writer: takuma ^ ^
Credit: photo from app Canva
===========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า 

SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments