Day75 “PAIN”
28/Jun/2019 

ผ่านมา75 วันแล้วกับความเจ็บปวด  

ณ ตอนนี้ฉันไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าได้ก้าวข้ามผ่านความตายมาแล้วได้ยังไง

ถึงแม้ขาของฉันจะได้ไม่ได้ก้าวข้ามออกมาได้ 100%  แต่ด้วยแรง ด้วยความเข้มแข็งทั้งหมด ที่คนอ่อนแออย่างฉันจะมีได้ 

ฉันชื่นชมตัวเอง ที่ก้าวผ่านเรื่องราวอันแสนหนักหนาสาหัสทั้งหมดได้มาถึงวันนี้ ที่พูดได้เลยว่า ไม่มีวันไหนตั้งแต่วันที่โดนบอกเลิก แล้วฉันมีความสุข จนตอนนี้
 
ฉันตอบตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำว่า “ความสุข” คืออะไร...? 

ความเจ็บปวด จากการค่อยๆรับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น เหมือนตัวเองฉันเอง ค่อยๆถอด ฟิลเตอร์ที่ฉันสวมใส่ตลอดเวลาเมื่อยามมีเขาอยู่...

ฉันค่อยๆถอดฟิลเตอร์นั้นออก 
ด้วยความจริง 
การกระทำ 
และสุดท้ายคือ “ความไม่รัก”

ใช่ ทุกครั้งที่ถอด มันเจ็บ ปวดร้าวเหมือนเสียกับว่า เขาเคยรักฉันคนนี้บ้างไหม...?  

ตลอดเวลา 4ปีที่ผ่านมามันเหมือนกับว่า “เขาฝืน?” จนทำให้ฉันสงสัยว่า 

คนเรานั้น สามารถทนฝืน หรือเล่นละครได้นานขนาดนั้นเลยหรือ...? 


แต่คำพูดของเขา ในวันสุดท้ายที่เราพบกัน 


เขาบอกว่า สิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องจริง... 



Chapter 2 “THE TRUTH”


“เรื่องจริง”  คำๆนี้ยังคงวนเวียนอยู่ไนสมองของฉันหลายอาทิตย์ มันค่อนข้างแย่และหนักพอตัวเลยแหละกับการที่เราต้องยอมรับความจริงแต่ในหัวเรายังคิด
แต่”เรื่องจริง” ของการกระทำและเรื่องราวหวานซึ้งของวันวาน

กลายเป็นว่า การไปขอเหตุผลจากเขามันทำให้ฉันเข้มแข็ง จากแววตา สัมผัส น้ำเสียง และการหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น


ในวันนั้นฉันบอกกับเขาว่านี่จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน หลังจากจบประโยคนั้นเค้าหลับตาแล้วก็ค่อยพยักหน้าเหมือนจะยอมรับ 
ซึ่งนั่นก็เป็นการกรีดแผลในใจฉันให้มันเหวอะเข้าไปอีกหลังจากวันนั้นมา ตัวฉันตัวตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะ move on ให้ได้ จะลืมให้ได้ แต่มันก็เหมือนกับการที่เราตั้ง New year resolutions ที่แค่บอกให้ใครๆว่าเราจะเปลี่ยน 


แต่ในใจ ในตัวเราที่แท้จริงนั้นเราไม่เคยเปลี่ยนได้เลย...


CHAPTER 3  HIDDEN TRUTH 


ถ้าเรื่องนี้เป็น นิยาย สุดท้ายแล้ว
ฉันก็เป็นคนโง่ที่สุดในเรื่อง
ที่ยังอาลัยอาวรณ์คนที่หมดใจให้มาอยู่กับตัว...

ตอนนี้ฉันก็แค่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงใจแข็งกับฉันนักทั้งทั้งที่ฉันพยายามอย่างที่สุด
แต่กลับโดนปฏิเสธด้วยความเงียบความไม่สนใจ
เป็นสิ่งตอบแทน...

เค้าบอกกับคนอื่นว่าวิธีที่เค้าทำแบบนี้ การตัดฉับไปเลย คือการที่เลิกติดต่อกันไปเลยนั้นมันจะทำให้ฉันตัดใจได้ไวมากขึ้น และเจ็บน้อยลง... 

แต่หารู้ไม่เค้าคงจะปรึกษากับคนรักใหม่ในคราบเพื่อนสนิท 10 ปีของเขา 
เพราะเป็นอย่างนี้ เค้าถึงใจแข็งสุดสุดในการปฏิเสธ
ฉันทุกๆช่องทาง

เขามีความสุขมีอิสระ
ในขณะที่ตัวฉันนั้นทุกข์ระทมจนแทบจะผ่านมาไม่ได้

ความจริงเรื่องแค่นี้มันก็มากพอแล้วที่ฉันจะต้องมีความรู้สึกเกลียดเขา เกลียดให้มาก 
มากจนมันแทน ความรักโ่ง่โง่
ในจิตใจของฉัน

แต่ในที่สุดแล้วความจริงที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุดในใจของฉันก็คือ...

“ฉันไม่เกลียดเขา” ฉันยังอยากที่จะหาเหตุผลดีดีมา Support การกระทำที่แสนจะเห็นแก่ตัว

และที่แย่ที่สุดใช่ ฉันยังรักเขา
ฉันยังคิดถึงสัมผัสของเค้า
อ้อมกอด มือ ผม ใบหน้า รอยจูบและทุกๆอย่างที่เขาเป็นคนสอนฉันให้รู้จักกับสัมผัสอบอุ่นนี้


มันเป็นความจริงที่ฉันต้องซ่อนไว้ให้ลึกที่สุดในหัวใจเพื่อความสบายใจของคนที่รักและเป็นห่วงฉันมากมายที่ไม่อยากให้คนฉลาดอย่างฉันกลับไปโง่เหมือนเดิม...


HIDDEN HOPE... 


แม้ขนาด “ความหวัง” ยังต้องหลบซ่อน
จิตใจมนุษย์มันช่างซับซ้อนเหลือเกิน
แม้สมองจะสั่งให้เลิกหวังและใช้ชีวิตต่อไป
แต่ฉันรู้เลยว่าส่วนลึกที่สุดของใจฉันมันยังหวัง หวังในสิ่งที่สมองเนี่ยแหละประมวลผลออกมาเป็นคำว่าไม่

เป็นไปไม่ได้



SHARE
Written in this book
Broken heart 101
I wnat to sharing this stories that came from my peosonal diary when I’m in the a moment of heart broken by the person that I trusted the most . I just want to share this for everyone who facing in same situation with me You will be passed You will completely forgot And one day that name will never effect your feeling anymore .... Trust me :)

Comments