การตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงของชีวิต
ทางที่เราต้องเลือกและตัดสินใจด้วยตัวเองครั้งแรก!มันเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเหมือนกันนะหลังจากที่เราได้เรียนจบ ม.ปลาย เราต้องเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง กล้าที่จะตัดสินใจในการเลือกคณะที่เราอยากจะเรียน และอยากจะทำงาน และคณะวิศวะคือหนึ่งในคณะที่เราอยากจะเข้าเรียนและทำงานในสายนี้ เราก็ตั้งใจว่าจะพยายามสอบคณะนี้ให้ติดรอบโควตาของ มหาลัยชื่อดัง ของภาคเหนือ แต่ที่บ้านก็ไม่ค่อยอยากจะสนับสนุนเราสักเท่าไหร่ อาจจะเพราะเราเป็นผู้หญิง ไม่เหมาะกับสายงานประเภทนี้ แต่ท่านก็ไม่ได้ห้ามอะไร ให้เราเลือกและตัดสินใจเองและคอยให้คำแนะนำ เอาจริงๆเราก็เรียนไม่ได้ดีมากแต่ก็ไม่ถึงกับแย่ แค่ที่ 1 ตอนม.ปลายทุกเทอมทุกปี อะนะ 555555555555555 ต่อๆ พอถึงวันสอบเราก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ อาจเพราะเราเป็นคนไม่ค่อยอินกับอะไรแหละมั้งตอนนั้น แต่อยากจะบอกว่าวันประกาศผลนี่สิ ลุ้นมากกกกกกก แต่ก็นะ ‘ไม่คาดหวัง ไม่ผิดหวัง’ 
.
.
.
แต่ ‘เราหวัง’ ไง 
.
.
.
สรุปคือ ติดจ้าาาา โควตา คณะวิศวะ มหาลัยชื่อดังในภาคเหนือ
//ตอนนั้นคือแบบดีใจมากอ่ะ ไม่เรียนละจ้าาา โดดเรียนเคมีไปนั่งกินน้ำปั่นข้าง รร เลยจ้าาา 😂😂😂😂 

พอกลับมาถึงบ้านเราก็บอกกับที่บ้านเรื่องที่เราสอบติดโควตา ถึงที่บ้านจะไม่ค่อยสนับสนุนทางนี้สักเท่าไหร่ แต่แน่นอนว่าที่บ้านก็ยินดีกับเราแหละ เปลี่ยนใจลูกไม่ได้ละไง 55555555555555

จนเราใกล้จบ ม.ปลาย ทุกๆอย่างก็ลงตัว เพราะเรามีมหาลัยและคณะที่เราใฝ่ฝันแล้ว

.
.
.
แต่ทว่า “เมื่อแม่มาเคาะประตูห้องในคืนนั้น” 
.
.
.
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราแพลนไว้ กลับต้องพับเก็บไว้ให้มันเป็นเพียงความฝันที่ครั้งนึงเราก็เคยพยายามทำมันได้ เพียงแต่ว่าเราสานต่อไม่ได้ แค่นั้นเอง 😊
//ไม่ว่าคืนนั้นแม่จะมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันก็ทำให้เราคิดได้ว่า บางทีถ้าเราได้ทำในสิ่งที่ท่านต้องการ เห็นท่านมีความสุข เราก็ย่อมมีความสุขได้เช่นกัน

เราได้ไปสอบเเละเข้าเรียนตามคณะที่แม่อยากให้เป็น ซึ่งมันก็ไม่เลวเลยนะคุณ เพียงแต่เราไม่มีชีวิตวัยรุ่นเลยเหมือนมันพาสช่วงวัยรุ่นของเราไปเลยอ่ะ เป็นการเรียนต่อที่เป็นคล้ายๆโรงเรียนประจำ มีกฏระเบียบทุกอย่าง กลับบ้านได้แค่วันศุกร์เย็นและต้องกลับเข้ามาก่อนหกโมงเย็นของวันอาทิตย์ ช่วงแรกๆคือไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์เลยค่ะคุณ เศร้าเลยมั้ยล่ะ555555555555 เราต้องอยู่กิน-นอนในรั้วนั้นเป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งมันก็มีช่วงเศร้า เหนื่อย และท้ออยู่บ้าง แต่ก็ยังดีที่เรายังคอยมีที่บ้านที่ให้กำลังใจเสมอ แต่ใช่ว่ามันจะไม่ดีนะคุณ ที่แห่งนั้นมันสอนเราได้หลายอย่างมากเลยยย สอนให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น รับผิดชอบอะไรหลายๆอย่างด้วยตนเอง มีความตรงเวลา และมีระเบียบวินัยมากขึ้น และมีโอกาสได้เข้าร่วมงานสำคัญของประเทศ เช่น วันพ่อแห่งชาติ วันแม่เเห่งชาติ งานจิตอาสาต่างๆ การฝึกร่วมของเหล่าทัพทั้ง 4 เหล่า ซึ่งไม่ใช่ใครก็ได้ที่สามารถจะเข้าร่วมได้ง่ายๆ เห็นมั้ยล่ะมันก็มีข้อดีในตัวของมันเองแหละ 😊
จนตอนนี้ เราจบจากสถานที่แห่งนั้นมาได้ ประมาณ 3 เดือนแล้วคุณ เราเริ่มใช้ชีวิตและปรับตัวกับวัยทำงานอย่างเต็มตัว 
.
.
.
แต่ก่อนจะจบ เราก็ยังต้อง ‘เลือก’ เหมือนเช่นเคย
.
.
.
เรามีที่ให้เลือกทำงานในสังกัด อยู่ 2 ที่ 
1.ทำที่ กทม. ย่านฝั่งธน ซึ่งอยู่ติดกับสถานที่ที่เราจบมาเลย และซึ่งเราก็เคยขึ้นฝึกอยู่ที่นั่นบ่อยๆและเป็นประจำ
2. ทำทแถวๆ ภาคตะวันออก ซึ่งติดกับทะเล แต่ค่อนข้างชนบทนึดนึง 

// มาขนาดนี้แล้วไม่ต้องถามเลย ว่าเราเลือกที่ไหน ต้องอันหลังสิ เพราะเราชอบภูเขา ชอบทะเล ไหนๆเราก็อยู่ กทม มา 4 ปี เบื่อรถติด ต่างๆนานา ทำให้เรา ‘ตัดสินใจ’ เลือกอันหลัง โดยไม่ต้องคิดอะไรมากเลย ต่อให้มันไกลบ้านมากขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าเรามีความสุขในการทำงาน เราก็โอเคนะ โอเคมากด้วย 55555555555 😊
“ขอบคุณ”  ทุกๆการตัดสินใจของตัวเองที่ทำให้ได้เจอทั้งทุกข์และสุขในช่วงหนึ่งของชีวิต
 
SHARE
Writer
gyyx
Reader
☺︎︎ 1997 | แวะเข้ามาอ่าน มาเขียน นานๆที シ ท้องฟ้า•หมา•วิ่ง•ทำงาน•อาหารฝีมือแม่

Comments