A journey of a beautiful struggle : )
จบโทแล้ววววว////// :) 


From sky blue to gold but still with you, Chulalongkorn. 💓

-------------------------------------------

เราเริ่มเรียนป.โทตอนสองปีที่แล้ว
ตอนแรกตั้งใจว่าอยากทำงานสักสองปีแล้วเรียน
แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นทำงานตั้งสี่ปีแล้วถึงเรียน
ตอนนั้นก็คิดว่ามันจะช้าไปมั้ยนะ
แต่ก็พบว่าไม่มีอะไรสายไป ถ้าเราอยากทำอะไรจริง ๆ

ตอนแรกสมัครสอบ CU-TEP
ก็เขียนชื่อตัวเองผิด จนไม่ได้สอบไปรอบนึง - _ -
เพลียตัวเองมาก นี้ไม่ค่อยได้บอกใคร
มันดูไม่น่าจะมีคนแบบนี้ เออแต่มันมี คือเราเอง555
ใครกันจะเขียนชื่อตัวเองผิด เขียนมาทั้งชีวิต
55555555555555555

----------------------------------

หลักสูตรที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษ
ซึ่งเราโง่อังกฤษมาก คือง่อยมาก
คะแนนภาษาอังกฤษที่เข้าไปก็น้อยนิดมาก
แบบเกือบขั้นต่ำ 55555555

ตอนแรกพยายามจะหาที่เป็นหลักสูตรภาษาไทย
แต่ก็คิดว่าลองดูก็ได้ ลองไม่หนีดู จะได้หายกลัว
ส่วนเนื้อหาวิชาต่าง ๆ อาจไม่ได้ยากมากขนาดนั้น
ซึ่งเราก็คิดว่า ถ้ามันไม่ยาก หรือมันง่าย
เราก็จะพยายามทำเรื่องง่าย ๆ ให้ดีที่สุด
(คุณวิสุทธิ์ที่วาดน้องมะม่วงบอกมา55)

ด้วยความที่หลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษที่เราไม่ถนัด
ตอนแรก ๆ เราก็เลยพยายามตั้งใจเรียน แม้จะขี้เกียจบ้าง55
แรก ๆ ก็งง ๆ กับชีวิตนิดหน่อย
จะทำงานพร้อมกับเรียนไปได้ยังไงกันนะ

ตอนที่จะสอบวิชาแรกเราก็เครียด
กลัวสอบไม่ผ่าน และกลัวเรียนไม่จบ5555555
กังวลสารพัดสิ่ง นูนก็ยังทำไม่เสร็จ หนังสือก็ยังไม่ได้อ่าน
ซึ่งสุดท้ายมันก็ค่อย ๆ ผ่านไปได้
และผ่านมาได้ทั้งหมด : )

มีอยู่ช่วงนึง
เราเคยตื่นมาตีสามตอนวันเสาร์ทำงาน แล้ว 9 โมงก็ไปเรียน
ซึ่งงานที่ทำไปก็มึนมาก เพราะง่วง555555555555
เขียนอะไรลงไปในงานไม่รู้ แล้วก็ส่งไปทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจ
ซึ่งมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเออ คงจะเป็นงี้ต่อไปไม่ได้มั้ง
คือถ้าอดทนก็คงได้ แต่มันอาจไม่ดีทั้งกับตัวเอง
และคนที่เราทำงานด้วย
อีกอย่างมันก็คงมีทางเลือกอื่น
ซึ่งเราก็พยายามแก้ไขแหละ
และคิดว่าเลือกสิ่งที่ตอนนั้นคิดว่าดีที่สุด
แล้วก็คิดว่าบางทีชีวิตก็ต้องเลือกแบบนี้ละมั้ง 55555
เหมือน trade-off theory ที่เคยเรียน

ตลอดเวลาที่เรียน
เราก็รู้สึกว่าบางวิชา บางเรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้เท่าไร
การจัดการบางอย่างเห็นแล้วรู้สึกว่ามันควรทำแบบนี้จริงเหรอ
ข้าวคณะก็ให้น้อย แถมไม่อร่อยอีก 5555555555
แต่เราก็ยอมรับ และทำตามต่อไป
ซึ่งก็เหมือนทุกอย่างในชีวิตมั้ง
เราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับทุกอย่างที่ทำหรอก
แต่ถ้ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรง (นี้..สำนวนก็มา)
ก็ทำไปเถอะ จริง ๆ นะ 555555555555

แม้บางอย่างถึงมันจะไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง
เราก็ไม่เคยที่รู้สึกว่าจะเลิก หรือไม่ทำต่อ
เวลาตั้งใจทำอะไรแล้ว ก็อยากทำต่อให้ถึงตอนจบ
จะได้รู้จักสิ่งนั้นจริง ๆ จะได้บอกได้ว่าสุดท้ายมันเป็นยังไง
ไม่อยากรู้สึกว่าละทิ้ง และตั้งใจไม่มากพอ
เราไม่ชอบ และไม่อยากทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ
(ถ้าไม่จำเป็น)

และ..ในที่สุดเราก็เรียนมาได้จนจบ
ได้รับประสบการณ์การทำ cheat sheet
เราดีใจที่เราไม่ได้หนีภาษาอังกฤษอีก
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเก่งอังกฤษขึ้นเท่าไร 5555555
ทำไมยังรู้สึกง่อยอังกฤษเหมือนเดิม
ใครมีวิธีทำให้มันดีขึ้นบอกเราที 😌

-----------------------------------------

คนชอบถามว่าเหนื่อยมั้ยที่ต้องเรียน กับทำงานพร้อมกัน
เราไม่ค่อยรู้สึกว่าเหนื่อย คือพยายามไม่รู้สึกว่าเหนื่อย
เวลาเหนื่อยจะคิดว่านี้ขี้เกียจใช่มั้ยไม่ได้เหนื่อยหรอก55
มันก็จะหายเอง
แต่ที่เราเป็นแน่ ๆ คือเราง่วง 5555555555555
คนทักบ่อย ๆ ว่าเราหน้าง่วง ซึ่งเราง่วงจริง ๆ
เพราะบางวิชาเรียนตอนเย็น เลิกดึก ๆ และเราต้องตื่นเช้า
ซึ่งการเอาชนะความง่วงนั้นยากเหลือเกิน
เพราะเราไม่กินกาแฟ แต่นั้นแหละ ง่วงก็ผ่านมาได้55

อีกอย่าง
ทำให้เรารู้ว่าเวลาเป็นเหมือนฟองน้ำ
คือฟองน้ำเวลาบีบออกมา บีบเท่าไรน้ำก็ยังไม่หมด
ซึ่งเหมือนเวลา 24 ชั่วโมงที่มี
เราจะมีเวลาเสมอให้กับสิ่งที่อยากทำ
เช่น เราชอบดูซีรีย์มาก แต่บางช่วงจะสอบ
มันก็ดูเหมือนว่าเราจะไม่มีเวลาดูใช่มั้ย5555
แต่เราดูซีรีย์จบเป็นเรื่อง ๆ เพราะเราดูบนรถ
เนื่องจากบ้านกับมหาลัยเราค่อนข้างไกลกัน
เราก็เลยสามารถดูซีรีย์ และพักผ่อนได้ตอนอยู่บนรถเสมอ
55555555555555
กับเรื่องอื่น ๆ ก็เหมือนกัน
อย่าพยายามรู้สึกว่าไม่มีเวลา
แค่อยากทำมันมากพอรึป่าว จริง ๆ นะ : )

---------------------------------

เราอยากขอบคุณที่อยู่กับเรามาตลอด
ตั้งแต่ตอนเริ่ม จนตอนนี้
อาจมีบางส่วนหล่นหายไปบ้าง แต่ก็เป็นส่วนนึงในเส้นทางนี้อยู่ดี : )

ขอบคุณป๊ากับแม่มาก ๆ ผู้ซึ่งสนับสนุนทุกอย่างในชีวิต
คอยไปรับส่งตลอดเท่าที่ทำได้ คอยเป็นกำลังใจ
คอย support ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปได้ทั้งด้านจิตใจ และอาหารการกิน 55555555555555
ขอบคุณญาติ ๆ น้าเก่งป้าบงพี่มิ๊ก เหล่านี้คือคนสำคัญในชีวิตเรา
ขอบคุณเพื่อนทุกคน เราไม่ได้เป็นคนมีเพื่อนเยอะ
เพราะไม่ค่อยมีใครคบ5555555555555555
แต่ทุกคนที่เรามี เราดีใจทีมีทุกคนอยู่จริง ๆ นะ
ขอบคุณที่คอยฟังเราบ่น เราชอบบ่น
แต่บ่นเสร็จเราก็จะไปทำต่อ55 ขอบคุณที่ให้เราได้บ่น
และคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ
ขอบคุณทุกคนที่บังเอิญทักไลน์มาตอนดึก
มันทำให้เรารู้สึกมีเพื่อนคุยเล่นเวลาอ่านหนังสือ55

ขอบคุณอาจารย์ทุกคนที่ตั้งใจสอน
โดยเฉพาะอาจารย์ที่ตรงเวลาสุดพลัง 555
ขอบคุณพี่โอที้เป็นทุกอย่าง ทุกอย่างจริง ๆ
ทุกอย่างของภาควิชานี้

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่เรียนด้วยกันมาทุกคน Part time 17 ❤ (Full time Part time รุ่นอื่นๆ ด้วยที่มีโอกาสได้เจอกันเป็นช่วงๆ ขอบคุณทุกความช่วยเหลือน้า)

เราอาจไม่ค่อยได้พูดเยอะ เพราะเราพูดไม่ค่อยเก่ง
แถมพูดไม่รู้เรื่องอีก 5555555555
แต่ก็ดีใจที่ได้เรียนกับทุกคน
ขอบคุณทุกความช่วยเหลือทุกอย่างเลย
ขอบคุณแก๊งเชียงใหม่ 7 วัน คาเฟ่ทุกที่ที่ไป
เป็นประสบการณ์เชียงใหม่ที่สนุกมาก555555555
และที่สำคัญแก๊งค์แม่บ้าน ผู้นั่งเรียน กินขนม ร้องเพลงมินเนี่ยน แชร์บอลกีฬาสี ทำงานกลุ่มที่เริ่มต้นได้แบบ... อะแต่ก็ถือว่าจบได้ดี5555
และ support มุกง่อย ๆ ของกันและกันตลอดมา ทำให้การเรียนสนุกขึ้นเยอะ
แม้หันไปหาฝั่งซ้ายจะเล่นเกมส์ ฝั่งขวาจะนั่งนิ่ง ๆ หลับตา และมือถือที่คอยอัดเสียงให้ผู้ที่มาจากทางไกล5555
ขอบคุณสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าต้องขอบคุณเลย
ที่ทำให้เราปล่อยวางบางอย่างได้มากขึ้น555
ไม่รู้จะเป็นยังไงถ้าไม่มีทุกคน อาจดีกว่านี้ แย่กว่านี้
แต่เราก็คงเลือกให้มันเป็นแบบนี้ ถ้าย้อนไปได้อีก
ซอรี่ที่เป็นคนงง ๆ ไปหน่อย55555
แต่เราเลิ๊ฟทุกคนน้า อิอิ

แล้วก็ขอบคุณทุกอย่างเลย เย้ 🙂

สุดท้าย
เราเชื่อจริง ๆ ว่าทุกการเดินทางของเรา
จะมีคุณตา คนที่อยู่บนฟ้า คอยมอง และดีใจกับเราอยู่ไกล ๆ



SHARE
Writer
encirclea
writer
me and myself

Comments