His smile was brighter than sunny day
ผมของเขาสีน้ำตาล ตาของเขาสีน้ำตาล และยิ้มของเขาก็หวานราวกับน้ำตาล 

เสียงดนตรีหลากประเภทของวงโยธวาทิตกำลังแข่งกันส่งเสียงในเช้ามืดที่ไม่มีวี่แววของเมฆฝน และถ้าเงี่ยหูฟังดีๆจะเหมือนว่านกตัวน้อยที่หาอาหารเสร็จแล้ว กำลังร่วมร้องขับขานเพื่อปลุกมนุษย์ให้ตื่นจากการหลับใหล

เด็กสาวบางคนถูกปลุกโดยพระอาทิตย์ให้ลุกขึ้นมาจากกองยุ่งเหยิงของหนังสือโรอัลด์ ดาห์ล บทร่างละครเวที สีเทียน และ เอ่อ แก้วกาแฟของเมื่อวาน

‘ชาร์ลี ให้ตาย ดอกไม้ของชาร์ลี’
‘ชาร์ลีไม่ต้องมีดอกไม้ เขามีเสื้อผ้าใส่ก็บุญแล้ว’
‘ไม่ต้องตามบทก็ได้ แต่ต้องมีดอกไม้ให้ชาร์ลี เพื่อแทนความเยาว์วัยและความดี’
‘แล้วจะให้เขาถือหรือไง นี่มันเรื่องเกี่ยวกับโรงงานช็อกโกแลตนะ’
‘ก็เสียบไว้ที่กระเป๋ากางเกงเขา หรือสวมเป็นมงกุฏ’
‘ขอโทษนะ นี่เรากำลังทำละครเรื่องชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลต หรืออลิซในแดนมหัศจรรย์’
‘ดอกไม้ของชาร์ลี ไปเอามา!’

เธอตื่นเต็มตาแล้ว ด้วยเพราะฝ่ายอุปกรณ์เหมือนจะไม่ได้นอนและอารมณ์ร้อนกันแทบบ้า ลมหายใจยาวๆ ถูกถอนออกมา วันนี้คงยุ่งกันเต็มที่ อย่างน้อยก็ต้องหาดอกไม้งี่เง่ามาให้ประธานฉากก่อน

แต่อย่างน้อยวันนี้ก็จะเป็นวันที่ดี เพราะฝ่ายบทได้สีเทียนกล่องใหญ่มาร่างบทละคร ถึงแม้จะโดนฉอดมาว่าไร้สาระ ไอ้พวกนักกวีสมองกลวง ใครสักคนที่ควบคุมเรื่องงบประมาณพูดแบบนั้น อือ แรงอยู่เหมือนกัน

นักเขียนก็แบบนี้ บางครั้งก็เอาแต่ใจเหมือนเด็ก บางครั้งก็นิ่งขรึมเหมือนคนผ่านโลกมาห้าสิบปี
เพราะจะทำให้ตัวหนังสือมีชีวิต เลยเหมือนใช้ชีวิตเพื่อถ่ายทอดตัวหนังสือล่ะมั้ง 

‘อเมริกาโน่ ลาเต้ แซนด์วิชแฮม’
‘แซนด์วิชแฮมไปถามพ่อนายเถอะ เอากาแฟมา’
‘กาแฟอีกแล้วเหรอ’
‘จะเขียนงาน!’

เธอลุกเดินมาล้างหน้าล้างตาที่ก๊อกน้ำ มองกระจกที่สะท้อนใบหน้าซีดเซียว ปากที่แตกของตัวเอง และเพื่อนข้างๆที่ทะเลาะกันเรื่องอาหารเช้า กลับมามองเข้าไปในดวงตา ตามหาประกายดาวในตาตัวเอง


และเขา 

เขาที่อยู่ในโลกของเขาเอง เขาที่ยังหลับอยู่ในขณะที่คนจำนวนมากเริ่มลุกขึ้นและเถียงกัน สลับพ่นคำพูดกระดากหู ยังหลับอยู่ในขณะที่เธอจ้องมอง มองเหมือนที่เคยมองทุกเช้า

เขาตื่นสายกว่าพระอาทิตย์เสมอ เธอคิดแบบนั้น อย่างน้อยก็รู้ตัวช้าเหลือเกินกับแดดที่โลมเลียครึ่งหน้างดงามนั่น 

อย่างน้อยเขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าพระอาทิตย์ตกหลุมรักเขาแค่ไหน เขาถึงได้สง่างามเหลือเกินในแดดแปดโมงเช้าเช่นนี้

เขาเล่นเป็นชาร์ลี ชาร์ลีผู้ยากจนและโปรดปรานช็อกโกแลตของคุณวองก้ามากกว่าใคร ชาร์ลีที่ถูกยัดเยียดให้เสียบดอกไม้ไว้ที่กางเกงยีนส์เข้าฉาก

‘อ่าว ยังไม่ตื่นเหรอ’
‘คงงั้น’

ดอกทานตะวันที่น่าจะถูกเด็ดมาใหม่สดๆร้อนๆเมื่อกี้อยู่ในมือของเพื่อนตรงหน้าเธอ และเธอคิดในใจว่าคุณโจนส์ที่ดูแลสวนดอกไม้อยู่ข้างโรงละครคงกำลังก่นด่าเด็กละครเวทีว่าเป็นหัวขโมยอยู่แหงๆ

‘งั้นฝากปลุกเขาหน่อยสิ ฉากยังไม่เสร็จเลย’
‘เอ่อ’

เป็นประโยคคำสั่งแหละ เธอคิด เพราะพูดเสร็จก็ยัดดอกทานตะวันใส่มือเธอ แล้ววิ่งไม่เห็นฝุ่นไปทันที

ส่วนชาร์ลีผู้รอการตื่นขึ้นมาพบดอกไม้ยังคงหลับใหลและไม่รับรู้การมาถึงของแดดจัดจ้า

และเธอคิดว่าเขาช่างน่ารักน่าเอ็นดูตอนไม่รู้อะไรบ้างเลย 



โบสถ์ที่อยู่ห่างออกไปตีระฆัง ในตอนนั้นเขาถึงค่อยๆกระพริบตา ขนตาเป็นแพยาวของเขาเคลื่อนไหวขึ้นลง 

และเธอคิดว่าเขาช่างน่ารักน่าเอ็นดู แม้ตอนตื่นหรือตอนหลับ 


‘อ่าว นักกวี’

เขาเรียกเธอแบบนี้เสมอเพราะเจอกันทีไรเธอจะต้องอยู่กับหนังสือตะวันตกเล่มหนา บางวันก็ไซอิ๋วภาคสุดท้าย อย่างอาทิตย์ที่แล้วตอนเจอหน้ากันเธอก็โบกไม้โบกมือที่มีละครพื้นบ้านของอังกฤษอยู่ในมือ

‘มีใครบางคนไปขโมยทานตะวันมาให้นาย’

‘ชาร์ลีสดใสขนาดนั้นเลยหรอ’

‘ชาร์ลีสดใสเสมอ ชาร์ลีไม่รู้อะไร’

เขาจะรู้บ้างไหมว่าพวกเรียนการเขียนมักมีจังหวะบอกรักที่แปลกๆ หากเขาจะรู้ตัวบ้างสักหน่อย ก็จะรู้ว่าเธอเพิ่งสารภาพรักไป 

‘ขอบใจ สดใสบ้าง แต่บางครั้งก็เป็นพายุนะ’

‘เหมือนกัน’ 

ผมของเขาสีน้ำตาล ตาของเขาสีน้ำตาล และนั่น เขากำลังยิ้มอย่างน่าเอ็นดู และมันช่างแสนหวานราวกับน้ำตาลก้อนในกาแฟ 


ในตอนที่เขายิ้ม เธอรู้ตัวในตอนนั้นเองว่าโลกมีพระอาทิตย์ดวงที่สองเกิดขึ้นเสียแล้ว

‘ขอไดอารี่เธอหน่อย’
‘จะทำไร’
‘สีเทียนด้วย’ 

และเธอตกหลุมรักโดยสมบูรณ์ 
ให้กับเจ้าของมือสวยที่หยิบสมุดไดอารี่เธอไปจดยิกๆ ให้กับเจ้าของรอยยิ้มจัดจ้า 

ให้กับความใจดีที่เหมือนกับว่าเชื้อเชิญให้รัก 
แต่จะไม่รับผิดชอบหัวใจใครทั้งนั้นที่มาผูกใจเองโดยไม่รู้ตัว นั่นแหละเขา 



ถึงแม้อย่างนั้น วันนี้ก็คงเป็นวันที่ดีเพราะพระอาทิตย์อย่างเขาส่องแสงให้ทานตะวันอย่างเธอได้ผลิบาน

‘นอนต่อนะ’
‘ตามใจ ไปแล้วนะ’ 

เธอยิ้มขำให้ชาร์ลีผู้ขี้เซา แล้วหันหลังเดินจากมาด้วยแก้มที่แดงเหมือนมะเขือเทศ 

DON’T BE SO COOL YOU CAN’T CRY. DON’T BE SO SMART YOU CAN’T WONDER. DON’T BE SO SET ON YOUR SUNNY DAYS THAT YOU CAN’T LOVE THE ROLL OF THUNDER.” —Anonymous 
ลายมือยึกยือที่เขาเขียนด้วยสีเทียนนั่นน่ารักเสียจนเธอต้องยกมือขึ้นมาปิดปากที่กำลังยิ้มกว้างของตัวเอง 

‘Damn’ เธอสบถกับตัวเอง 

เขาช่างน่ารักน่าเอ็นดู ในแบบที่เขาไม่รู้ตัวบ้างเลย 

‘You’re my sunny day and also my stormy day, boy’ 


วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดเลย 




กำลังกลับมาหัดเขียนแนวนี้ค่ะ บรรยากาศคล้าย morning and sun glare เลย ไม่รู้ว่าชอบตกหลุมรักตอนพระอาทิตย์ขึ้น หรือพระอาทิตย์ขึ้นทำให้บางคนดูแสนรัก ฝากด้วยนะคะ 

#storylogcharrotss 

ชาร็อตเอง 



SHARE
Written in this book
𝑯𝑬𝑨𝑹𝑻 𝑶𝑭 𝑺𝑼𝑵𝑳𝑰𝑮𝑯𝑻
แสงเช้า แดดอุ่น ห้วงเวลาของการตกหลุมรัก
Writer
charrotss
kodaline — The one
let her (grow)

Comments

239Km20
1 year ago
น่ารัก น่ารักมากเลยค่ะ ทั้งคุณชาร็อตทั้งเจ้าชาร์ลี
Reply
jorlormore
1 year ago
เราอ่านไปอมยิ้มไปทั้งเรื่องเลย :-)
Reply
Fridaymorning
1 year ago
น่ารักมากเลยค่ะ
Reply
GG_13
1 year ago
ดีมาก ๆ เลยค่ะ❤
Reply
peachnojam
10 months ago
❤️
Reply