บันทึกจากพี่สาวถึงน้องชาย
         ตอนที่พี่สาวคนนี้อายุครบเจ็ดขวบปี และพี่ชายของเราอายุได้แปดขวบเต็ม คุณพ่อคุณแม่ได้บอกข่าวดีกับพี่สาวและพี่ชายของน้องว่าครอบครัวของเรากำลังจะมีสมาชิกเพิ่มอีกหนึ่งคนในอีกไม่เกินแปดเดือนข้างหน้า พี่สาวจำได้ว่าพี่สาวและพี่ชายไม่เชื่อและคิดว่าคุณพ่อกับคุณแม่แค่ล้อเราเล่น แต่เมื่อท้องของคุณแม่นูนขึ้นมาเมื่อตอนที่ท้องน้องได้เดือนที่ห้า พี่ๆทั้งสองของน้องถึงจะยอมรับว่าสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่บอกเรานั้นเป็นเรื่องจริง

         หลังจากที่น้องเกิดมา พี่สาวจำได้ว่าทุกๆคนต่างเอ็นดูน้องกันหมด ทุกๆความสนใจไปลงอยู่ที่น้องคนเล็กของบ้าน บอกตามตรงว่าตอนนั้นพี่สาวไม่ชอบความรู้สึกแบบนั้นเท่าไหร่นัก จากน้องเล็กของบ้านกลับกลายมาเป็นพี่สาวคนกลางที่ไม่ได้รับความรักและความสนใจเท่าเดิมสำหรับเด็กอายุเพียงแปดปีเป็นเรื่องที่ยากจะทำความเข้าใจได้พอสมควร 

         พี่สาวคนนั้นไม่เคยจะชอบน้องเลย
        
        
ทั้งอิจฉาทั้งน้อยใจว่าทำไมน้องจะต้องเกิดมา
          แต่แล้ววันหนึ่ง พี่สาวคนนี้ก็คิดได้ว่าทำไมถึงจะต้องไปสนใจด้วยว่าใครได้รับความรักมากที่สุดหรือใครได้รับความรักน้อยที่สุด ที่ผ่านมาพี่สาวจะสนใจไปทำไมกันนะในเมื่อไม่ว่าจะรักมากกว่าหรือรักน้อยกว่าแต่ยังไงสุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ก็รักพี่สาวเหมือนกัน และพี่สาวคนนี้ก็รักพี่ชายของเราและรักน้องไม่ต่างกัน
         ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่พี่สาวจะต้องไปแคร์เรื่องพวกนี้อีกแล้ว

         หลังจากที่พี่สาวคิดแบบนี้ได้ พี่สาวก็เริ่มแสดงความรักกับน้องมากกว่าเดิม พี่สาวมักจะชอบตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้น้องทานถึงแม้ว่าพี่สาวจะนอนดึกมากก็ตามที วันไหนที่คุณพ่อกับคุณแม่ไม่อยู่พี่สาวก็จะรีบกลับบ้านเพราะกังวลว่าน้องจะไม่มีอะไรทานเมื่อกลับมาจากโรงเรียน รวมถึงยอมนอนค้างคืนที่บ้านแทนที่จะกลับหอเพราะรู้ดีว่าน้องไม่กล้านอนคนเดียวเพราะกลัวผีมากกว่าใคร
     
         วันนี้ที่พี่สาวตัดสินใจเขียนเรื่องราวนี้ลง เป็นเพราะหลังจากที่ได้กอดน้องและน้องยิ้มเขินตอบกลับมา พี่สาวก็มีความคิดว่าถ้าหากอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้น้องไม่อนุญาตให้พี่สาวกอดแล้วล่ะ? หรือถ้าหากน้องไม่ชอบที่พี่สาวหอมแก้มน้องทุกครั้งก่อนออกจากบ้านล่ะ? ตอนนั้นพี่สาวคนนี้จะทำยังไงดีนะ? บอกตามตรงว่าพี่สาวคงจะรู้สึกเสียใจไม่น้อยถึงแม้จะเข้าใจว่าเมื่อน้องโตขึ้นน้องคงจะรู้สึกเขินอายที่จะถูกหอมแก้มหรือกอดเหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมา
 
         เป็นเรื่องที่รู้ดีกันของที่บ้านว่าพี่สาวพูดคำว่ารักไม่เก่งนัก พี่สาวมักจะจู้จี้จุกจิกและเข้มงวดกับน้องในเรื่องเรียนมาตลอดจนบางทีน้องคงรู้สึกอึดอัดและรำคาญเป็นครั้งคราว พี่สาวคนนี้อยากให้น้องรับรู้เอาไว้ว่าพี่สาวอยากให้น้องมีอนาคตที่ดี และอนาคตที่ดีในปัจจุบันมีเรื่องเรียนเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด 
  
         ถ้าหากน้องมีโอกาสได้มาอ่าน พี่สาวก็อยากจะบอกน้องว่านี่เป็นสิ่งเดียวในตอนนี้ที่พี่สาวจะทำให้น้องได้ ความหวังดีนี้ถึงแม้จะน่ารำคาญไปสักหน่อยแต่พี่สาวหวังว่าน้องจะเก็บไปคิดและใส่ใจบ้างไม่มากก็น้อย

         พี่สาวไม่เคยต้องการให้น้องเรียนเก่งที่สุดหรือเป็นคนดีที่สุด และยิ่งไม่ต้องการให้น้องต้องแบกรับความคาดหวังของคุณพ่อคุณแม่ ทุกภาระทุกความคาดหวังจากพวกท่านพี่สาวคนนี้จะรับเอาไว้เอง พี่สาวขอแค่น้องได้เป็นคนที่น้องอยากจะเป็น ได้ทำในสิ่งที่น้องอยากจะทำ ได้เรียนในสิ่งที่น้องอยากจะเรียนด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขก็พอ นั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้พี่สาวคนนี้มีความสุขมากเท่าที่คนๆนึงจะรู้สึกมีความสุขได้ 

        และถ้าหากน้องได้มาอ่านบทความนี้ของพี่สาว พี่สาวก็อยากจะบอกในสิ่งที่พี่สาวคงไม่กล้าพูดต่อหน้าน้องว่าพี่สาวขอบคุณมากที่น้องเกิดมาเป็นน้องของพี่ น้องเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พี่สาวตั้งใจเรียน เป็นเหตุผลที่ทำให้พี่สาวพยายามเป็นทั้งลูกที่ดี น้องที่ดีและพี่ที่ดี พี่สาวจะพยายามทั้งในส่วนของพี่สาวและในส่วนของน้องเอง เพื่อที่น้องไม่จำเป็นจะต้องเติมเต็มความฝันของใครทั้งนั้นนอกจากของตัวเอง

         และนี่คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พี่สาวคนนี้จะทำให้น้องได้ในตอนนี้ 
    
         รักน้องเสมอ.
SHARE
Writer
Seleneeee
—an appreciator
Books, Music and Art appreciator. Also an infp who is very lazy, super lazy, extremely lazy.🤤😴

Comments