เวลาทุกข์ให้ขอบคุณนมเปรี้ยว
หายไป 1 ปีกว่า รอบนี้กลับมาพร้อมวิธีกำกับตนตามจิตวิทยาบ้าง คิดว่าต้องมีประโยชน์กับหลายคนแหละ และคงมีมากด้วย เพราะใช้มากับตัวแล้ว(หลายครั้ง)

ย้อนไปสมัยยังเรียนปี 1 ราว ๆ 7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีโอกาสได้เป็น participant ในโปรเจคจบของรุ่นพี่คนหนึ่งในคณะ แต่เพราะผ่านไปนานมาก ก็เลยจำรายละเอียดงานไม่ค่อยได้ คุ้นแค่ว่าเป็นงานวิจัยสายจิตคลินิก และมีตัวแปรหนึ่งชื่อว่า Gratitude (ความรู้สึกขอบคุณ)

เอาเป็นว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เคยได้ยินและได้ทดลองทำตาม อาจเพราะตอนนั้นเพิ่งปี 1 เลยยังไม่รู้จักอะไรมากนัก

เวลาผ่านเนิ่นนานก็เริ่มเหิ่นห่างกับ Gratitude ไม่น้อย เพราะชีวิตวัยเรียนแทบจะไม่เจอปัญหา ระหว่างปี 1 - 4 ก็สะสมความรู้ พอกพูนตรงนู้นนิด ตรงนี้หน่อยไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังคงจำ Gratitude ได้เสมอ

จนกระทั่งเริ่มวัยทำงาน...

พอเป็นผู้ใหญ่ อะไรมันก็ถาโถม วันหนึ่งจู่ ๆ ตื่นขึ้นมาก็ไม่มีความสุขแล้ว ทำอะไรก็ไม่สุข บางวันก็เศร้า บางวันก็เครียด บางวันก็เฉย ๆ ไร้อารมณ์ บางวันก็เปราะบางเสียเหลือเกิน ชีวิตหาความสุขไม่ได้ ตื่นมามืดหม่นแทบทุกวัน เจออะไรก็มองในแง่ร้ายไปหมด

ช่วงเวลาแบบนี้หมุนเวียนจากวันเป็นสัปดาห์ สัปดาห์เป็นเดือน จากเดือนเป็น...

ช้าก่อน... ก่อนที่จะหนักไปกว่านั้น ถึงจุดหนึ่งเราคงต้องคอยหมั่นสำรวจตัวเอง

ตอนนั้นคิดว่ามันมีอะไรผิดปกติกับชีวิตแล้วแหละ มาลองดูกันสิมีอะไรกระทบเราบ้าง

จริง ๆ แล้วปัจจัยภายนอกนั้นสำคัญมาก สิ่งแวดล้อมแย่ ๆ สามารถพาคนบวก ๆ เข้าสู่แดนลบได้ง่ายมากเช่นกัน

แต่บางครั้งเราก็มีเหตุจำเป็นบางช่วงเวลาที่เราหนีปัจจัยภายนอกไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราลองมาปรับที่ความคิดภายในกัน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มใจให้หัวใจ

เกริ่นมานานมาก กว่าจะเข้าประเด็นหลัก

บางครั้งการที่เราไม่มีความสุข เพราะเราเคยชินกับความสุข จนวันหนึ่งเราชินชากับมัน คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา หลายคนคงจินตนาการออกแหละ เพราะตอนเด็กๆ ทุกคนคงมีช่วงเวลาที่มีความสุขง่ายมากทั้งที่เป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น ได้ตุ๊กตา ได้ไปเที่ยวสวนสัตว์

ครั้งนี้เราจะพาทุกคนย้อนกลับไปวัยแบบนั้นกัน อาจจะไม่ได้ขนาดนั้น แต่ก็คิดว่าดี

สิ่งง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้คือ ความรู้สึกขอบคุณ

ไม่พูดถึงนิยาม แต่เข้าประเด็นใช้จริงเลย ในแต่ละวันให้ลองพยายามขอบคุณอะไรก็ได้ในชีวิตสัก 3-5 อย่าง (เราทำ 3 อย่าง) ต่อให้จะเป็นการขอบคุณไร้สาระอะไรก็ได้

วันแรกที่เอามาใช้ยังจำได้แม่นเลยว่า สิ่งแรกคือนมเปรี้ยว

 ‘ขอบคุณนมเปรี้ยวที่ช่วยให้ท้องไม่ผูก’ 

เราจะขอบคุณ คน/สัตว์/สิ่งของ/หรืออะไรก็ตาม และให้เหตุผลต่อท้ายเสียหน่อยว่าเรื่องอะไร จะได้ช่วยให้หัวเราเลื่อและรู้สึกจริงๆ 

อย่างที่สองคือ ‘ขอบคุณแอร์ที่ทำให้เรานอนหลับเย็น ๆ ไม่งั้นคงต้องนอนเหงื่อออก ทั้งคืน’

อย่างที่สาม ‘ขอบคุณห้องคอนโดตัวเอง ทำให้มีที่พักอบอุ่นใจทุกวัน’

เห็นไหมว่า บางอันมันก็ดูไร้สาระ คงไม่ค่อยมีใครขอบคุณกันหรอก แต่ความจริงแล้วมันเป็นสิ่งดี ๆ ในชีวิตที่คนเรามองข้าม และละเลยจะมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้

ทริคที่สำคัญอย่างหนึ่งคือเราต้องจดบันทึกความรู้สึกขอบคุณเหล่านี้ด้วย แต่จะเป็นรูปแบบไหนก็ได้เอาที่ชอบ ไดอารี่, หรือจะโพสเฟสแต่ล็อคให้ตัวเองเห็นคนเดียวก็ได้ แบบนี้ก็แนบภาพได้ด้วย แล้วก็กลับมารีวิวสิ่งที่เราเคยจดไว้บ้าง

เราหมั่นทำอยู่บ่อย ๆ จนเคยชิน บวกกับใช้แนวคิดและการปฏิบัติอีกหลายอันที่เอามาประยุกต์ ชีวิตเริ่มกลับมาเข้าร่องเข้ารอย หลัง ๆ มานี้ ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว เพราะปัจจุบันแฮปปี้ขึ้นมาก แค่ได้ตื่นเช้าก็รู้สึกมีความสุขแล้วโดยไม่ต้องคิดเลย

แต่ถ้าวันไหนหรือสัปดาห์ไหนเจอมาหนัก ก็จะเอากลับมาใช้บ้าง

ทิ้งท้ายไว้สักนิด สำหรับคนที่ผ่านมาอ่าน แต่คิดว่าตัวเองมีอาการเศร้ามาก ๆ วิตกกังวลมาก สงสัยจะเป็นโรคไม่ว่าจะเป็น ซึมเศร้า ไบโพล่า anxiety disorder หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญช่วยวินิจฉัยอีกแรงก่อน แล้วค่อยทำการบำบัดคู่กัน จึงจะดีที่สุด


 
SHARE
Written in this book
I love PSYCHOLOGY
This time I'll share your story And tell them how amazing you are
Writer
PearlPlank
Storyteller
PAST - psychology student. NOW - tutor, translator, partner of artist, and studying piano and 日本語.

Comments