ฉันอยากเป็นมดตัวนั้น
        แสงอาทิตย์ยามเช้าและสายลมอันเงียบสงบ
     
        ไม่นานมานี้นางพญาของเราเพิ่งวางไข่ไปคอกใหญ่ ตัวอ่อนสีขาวนวลอีกไม่นานจะกลายเป็นมดงานคอยปลูกผัก หาอาหาร คอยดูแลตัวอ่อนและปรนนิบัติราชินี หรือไม่ก็เป็นมดทหารที่มีเกียรติ และมีอำนาจอย่างผม รังมดขนาดใหญ่ท่ามกลางทุ่งหญ้ารกครึ้มอันกว้าง ผมเกิดและโตที่นี่  
         ในแต่ละวัน ผมได้รับหน้าที่ให้เดินตรวจตรารอบๆ รัง คอยสอดส่องดูแลมดงานไม่ให้เดินแตกแถว หรือถ้าหากแอบอู้งานผมก็จะลงโทษด้วยการยึดค่าแรงของมดตัวนั้นเสียเพื่อให้เข็ดหลาบ มดงานทุกตัวให้ความเคารพและเชื่อฟัง เป็นเช่นนี้มานานมากแล้ว มันอาจจะดูน่าเบื่อไปสักหน่อย แต่จะมีมดสักกี่ตัวที่โตมาเป็นมดทหาร และมีอำนาจเช่นนี้ได้ บางครั้งผมได้รับหน้าที่พิเศษให้อารักขาราชินี มันเป็นหน้าที่อันมีเกียรติ มดทุกตัวต่างรู้ดี จะมีใครบ้างที่ได้ใกล้ชิดกับราชินีผู้สูงศักดิ์ ผมจึงภูมิใจมากที่ได้ทำหน้าที่ที่มดน้อยตัวนักจะได้ทำ

       ผมกลับบ้านหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน เหล่าบริวารมดงานของผมรู้หน้าที่ดี น้ำท่าเย็นๆ ทำให้สดชื่นขึ้นมาหน่อย ผ้าเย็นก็ทำให้หายเหนื่อยได้ไม่น้อย ผมวางสัมภาระแล้วเอนตัวลงนั่งบนโซฟาที่แสนนุ่มสบาย ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วมองไปรอบๆ บ้าน มดงานตัวหนึ่งกำลังกวาดบ้าน อีกตัวใช้ผ้าเช็ดชั้นวางของ บนนั้นมีรูปผมเมื่อครั้งรับรางวัลทหารกล้า คิดๆ ไปแล้วผมก็มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย 

        เมื่อประมาณสองเดือนก่อน เราเหล่ามดอาศัยอยู่อย่างสงบ แต่จะมีใครคาดคิด ตั๊กแตนฝูงใหญ่บินมาจากทิศตะวันออก เข้ามารุกรานรังของเรา ชิงปล้นเสบียงอาหารที่จะเก็บไว้กินช่วงหน้าหนาว เหล่ามดเดือดร้อนกันยกใหญ่ ทันใดนั้นก็มีทหารกล้าปรากฏตัว เขาพากองทัพมดทหารต่อสู้กับฝูงตั๊กแตนจนได้รับชัยชนะ หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้นเขาได้รับรางวัลตอบแทนมากมาย ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง บริวาร และอีกมากมาย มดตัวนั้นคือผมเอง คิดไปแล้วก็อดภูมิใจไม่ได้

“เย็นนี้ทานอะไรดีคะ ดิฉันจะเตรียมอาหารให้” มดงานซึ่งเป็นมดรับใช้ถามด้วยความนอบน้อม

“ไม่หละ วันนี้ฉันจะไปสังสรรค์กับเพื่อน” ผมพูดพร้อมลุกขึ้นจากโซฟา

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จสรรพ ผมเดินไปขึ้นรถประจำตำแหน่งสีแดงคันสวย

“ไปร้านเดิม” ผมเอ่ยปากบอกคนขับรถส่วนตัวคนรู้ใจ

        บ่อยครั้งผมมักมาสังสรรค์กับเพื่อนๆ มดทหารอีก 3-4 ตัวด้วยกันที่นี่ มันเป็นที่ๆ ทำให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันคลายไป น้ำดื่มแก้วเย็นๆ กับเพลงเบาๆ สบายหู พร้อมเพื่อนสนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่อง จะมีอะไรที่สุขใจได้ขนาดนี้อีกหรือ

“น้อง ขออีกขวด” ผมตะโกนสั่งมดพนักงานสาวซึ่งจำหน้ากันได้ดี

“จีบเลยสิวะ เห็นเอ็งเหล่มองอยู่หลายครั้งแล้ว” เพื่อนผมพูดขึ้น

“เห้ย ! บ้าเหรอ ไม่ได้ชอบ” ผมพูดปัดอย่างเขินอาย

        แต่ก็จริง เพราะมาที่นี่ก็หลายครั้งจนเป็นลูกค้าประจำแล้ว มดพนักงานสาวคนนั้นก็เห็นหน้ากันบ่อยครั้ง หน้าตาเธอก็น่ารักใช่เล่นแถมเธอยังไม่มีแฟนอีก จะยากอะไรกับการที่ผู้ชายที่เพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์สิน และชื่อเสียงอย่างผมจะขอเธอเป็นแฟน แต่เอาเถอะ ตอนนี้ยังก่อน เพราะผมยังอยากมีชีวิตอิสระแบบนี้ไปเรื่อยๆ

        กว่าจะถึงบ้านก็ดึกดื่นแล้ว คนรับใช้มารับผมที่หน้าประตูพร้อมนำผ้าเย็นมาเช็ดตัว แล้วพยุงผมที่เมาได้ที่ขึ้นไปบนห้องนอน ผมหลับไปในสภาพคนเมาที่เต็มอิ่มด้วยความสุข

ภัยร้าย        วันต่อมา มันเป็นวันหยุดของผมซึ่งในหนึ่งสัปดาห์จะมีเพียงหนึ่งวันเท่านั้น กว่าผมจะตื่นก็สายมากแล้ว มันเป็นวันที่อากาศสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง มองออกจากบ้านเห็นมดงานทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง 

        แต่ใครจะคาดคิด เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นถี่ๆ ท้องฟ้าค่อยๆ ขยับมืดมาจากทางทิศตะวันออก เสียงหึ่งๆ ดังระรัวทั่วท้องฟ้า เสียงตะโกนดังขึ้นตามมา

“ตั๊กแตน ! ตั๊กแตน ! มันมาแล้ว”  

        สิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ตั๊กแตนฝูงใหญ่กลับมาอีกครั้ง ผมตกใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วตะโกนให้มดทุกตัวรีบกลับเข้ารัง มันคงกลับมาแก้แค้นพวกเรา ผมคิดอย่างนั้น

        ตั๊กแตนบินลงรอบรังของเรา มดทหารทุกตัวเตรียมพร้อมขับไล่ เราคิดว่ามันจะมาปล้นอาหารเช่นครั้งก่อน แต่เปล่าเลย

“ไปจับตัวราชินีมา ! ” เสียงตั๊กแตนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าตะโกน

        จากนั้นตั๊กแตนทั้งหมดบินกรูกันเข้ามาในรัง มันทั้งตัวใหญ่ มีกำลังมาก และจำนวนมากกว่าครั้งก่อนหลายเท่า ทำให้มดทหารไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้ และในที่สุดราชินีก็ตกไปอยู่ในมือของพวกตั๊กแตน มันคงคิดจะใช้ราชินีเป็นตัวประกันเพื่อให้เรายอมรับใช้มัน

“จะทำยังไงดี” ผมเผลอพูดออกมา ในใจก็คิดไปต่างๆ นาๆ 

        หากเป็นเช่นนี้แล้ว รังมดของเราคงถึงจุดจบเป็นแน่ หากราชินีผู้เป็นศูนย์รวมใจของมดทั้งหลายไม่มีแล้ว ฝูงตั๊กแตนก็มีกำลังมากกว่าครั้งก่อน เหล่ามดทหารก็เสียกำลังใจไปแล้ว เราเพียงตัวเดียวจะทำอะไรได้ เป็นวิกฤติที่หนักหนาเสียจริงสำหรับมดทหารอย่างผม หากผ่านพ้นไปได้คงไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆ แบบไหนที่ผ่านไปไม่ได้อีกแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกแล้ว

        ผมฮึดสู้อีกครั้ง นำพาทหารที่เหลืออยู่ชิงตัวราชินีกลับมาได้สำเร็จ และขับไล่ตั๊กแตนไปได้อีกครั้ง เหล่ามดต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจ และสรรเสริญเหล่าทหารกล้า 

ทหารกล้ากับหญิงสาว        เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมได้รับความดีความชอบอย่างมาก ราชินีปลื้มใจที่มีทหารกล้าอย่างผม และมอบตำแหน่งให้ผมเป็นหัวหน้ามดทหาร ผมมีเกียรติยศชื่อเสียงมากขึ้น มดทุกตัวต่างยอมรับนับถือ ให้เกียรติ และเชื่อฟัง นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลมากมาย และในครั้งนี้ราชินีได้มอบมดงานสาวสวยที่ผมเห็นเพียงครั้งแรกก็หลงรักให้เป็นรางวัล เธอหน้าตาน่ารัก สวยงาม ดูอ่อนเยาว์ ผิวพรรณผ่องใส่ไร้ที่ติ กิริยาอ่อนหวาน แม้สาวในร้านประจำยังเทียบไม่ติด เป็นหญิงในอุดมคติของมดทหารหนุ่มเลยทีเดียว แน่นอนว่าผมรับมดสาวเป็นภรรยาในทันที

        ชีวิตผมเริ่มมีสีสันขึ้นหลังจากนั้น มดสาวคอยปรนนิบัติรับใช้ กวาดบ้าน ถูบ้าน ทำอาหาร ทำงานบ้านให้ ถึงแม้เมื่อก่อนจะมีคนรับใช้ทำให้อยู่เป็นปกติ แต่ผมกลับรู้สึกพิเศษขึ้นเมื่อเธอทำสิ่งเหล่านี้ กลับจากทำงานมาเหนื่อยๆ เพียงแค่พูดว่า

“เหนื่อยจัง ปวดหลังไปหมดแล้ว”

เธอก็จะถามในทันทีว่า

“ฉันนวดให้นะ ดื่มน้ำก่อน ฉันจะไปเตรียมน้ำอุ่นให้”

        ช่างเป็นภรรยาที่ดีเสียเหลือเกิน จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก มีชื่อเสียง มีทรัพย์สินเงินทอง มีบริวาร และยังมีภรรยาที่แสนดีอีก ชีวิตนี้ผมมีความสุขที่สุดแล้ว…

เมฆดำหวนกลับมา จุดจบของผู้กล้า        เย็นวันนั้น ท้องฟ้ามืดครึ้มกว่าทุกวัน ลมเริ่มพัดแรง คล้ายๆ ฝนจะตก ผมรีบกลับเข้าบ้านหลังจากทำงานเสร็จ เปิดประตูเข้ามาในบ้าน 

“แปลก ! ” 

        วันนี้ไม่มีภรรยาสาวออกมาต้อนรับ มดรับใช้ก็ไม่มี บ้านดูมืดสลัวผิดปกติ ผมเดินเข้าไปถึงโซฟาตัวโปรดแล้วนั่งลง พลันนึกอยากออกไปเที่ยวตามความเคยชิน ผมจึงหยิบกระเป๋าตังขึ้นมาดู 

“หาย ! ” ผมควานหาอย่างกระวนกระวาย 
 
“เงินฉันหายไปไหน” 
        
        ผมกระวนกระวายมากขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่านั่นเป็นเงินเดือนทั้งเดือน ผมลุกจากโซฟาเดินไปที่ประตูตั้งใจจะกลับไปหาที่รถ ครั้นเอื้อมมื้อจะเปิดประตู  ทันใดนั้น...
  
 เกร๊ง !!!!!

        ลูกกรงสีดำมืดโผล่ขึ้นปิดกั้นประตู และหน้าต่าง ผมตกใจสุดขีด หันหลังกลับแล้ววิ่งเข้าไปกลางบ้านด้วยอาการสั่นเทาและตื่นกลัว 

 “โอ๊ย ! ”

        ผมสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างจนล้มลงหน้ากระแทกพื้นดัง ปัก !!  ผมค่อยๆ พยุงตัวพยายามลุกขึ้นในท่าคลานเข่า 

“ตะกร้าผ้า”

        ผมสะดุดตะกร้าผ้า ตะกร้าผ้าใบใหญ่หลายใบที่เต็มไปด้วยผ้ากองเรี่ยราดอยู่เต็มห้อง ขณะนั้น หางตาเหลือบไปเห็นเงาสีดำยืนอยู่หน้าประตู มันเป็นเงาเหมือนผู้หญิงผมยาวท่าทางน่ากลัว ตัวผมสั่นด้วยความกลัวมากขึ้น เหงื่อออกจนเปียกไปทั้งตัว ใบหน้าซูบซีดลง แสงจากดวงจันทร์ค่อยๆ สาดเข้ามาผ่านหน้าต่าง เงาดำค่อยๆ เผยตัวให้เห็นส่วนขา ลำตัว และมือ ในมือนั้นกำธนบัตรไว้เต็มมือ ผมตาค้าง ตัวแข็งไปทั้งตัวจนเกือบจะหมดสติ

“ไอ้แก่ ! ตื่นได้แล้ว เมื่อไหร่จะซักผ้า” เสียงแหลมที่คุ้นเคยดังแสบแก้วหู

        ผมสะดุ้งตัวโหยงด้วยความตกใจ พลันหยิบตะกร้าผ้าวิ่งออกไปที่ราวตากผ้า แดดยามบ่ายทำให้ผมหรี่ตาแทบไม่ทัน

“เห้อ ! ” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางหยิบผ้าในตะกร้าตากที่ราว พลางพึมพำ

“จำได้ว่าถูกใช้ให้ทำงานบ้านตั้งแต่เช้าจนเพลีย แล้วเราก็ไปนั่งพักที่โซฟาแล้วก็เคลิ้มๆ ไป แล้วสายตาก็มองไปเห็นมดที่กำลังไต่อยู่ตามพื้น หลังจากนั้น… ”  

ผมนั่งลงตรงพื้นหญ้าด้วยท่าทีอ่อนแรง
 
“เห้อ ! อยากเกิดเป็นมดจัง”





เรื่องโดย  ยีราฟบนดาวพลูโต
ภาพโดย analogicus จาก Pixabay
SHARE
Writer
GiraffeOnPluto
Writer
เรื่องราวต่างๆ ที่บอกเล่าโดยยีราฟบนดาวพลูโต

Comments