Lavender on your back

Best laid plans sometimes are just a one night stand
เพราะคุณบอกว่าชอบลาเวนเดอร์ ฉันถึงได้ปลูกดอกลาเวนเดอร์ไว้หลายกระถางตรงระเบียง ปลูกแซมไว้กับดอกกุหลาบหนูสีแดงดอกเล็กน่ารัก ถึงวิธีการดูแลเจ้าดอกไม้เหล่านี้จะยุ่งยากและจุกจิกไปนิด แต่ก็คุ้มกับภาพวิวสีม่วงปนแดงที่แสนน่ารักนอกหน้าต่าง


ฉันตัดเอาดอกไม้เหล่านั้นบางส่วนมาประดับในห้อง กลิ่นหอมโชยฟุ้งคละเคล้ากับเทียนหอมแสงวอมแวม อาหารค่ำคลีนๆและไวน์แดงราคาแพงแบบที่คุณชอบเตรียมไว้พร้อมแล้ว คุณคือส่วนประกอบอย่างสุดท้ายของเทพนิยายฉากนี้

เสียงเคาะประตูดังขึ้นในตอนที่ฉันกำลังคิดว่าจะใส่ตุ้มหูทับทิมที่คุณซื้อให้ดีไหม สุดท้ายก็ตัดสินใจใส่มัน คิดว่ามันคงทำให้คุณรู้สึกเอ็นดูฉันมากขึ้นถ้าเห็นว่าฉันใส่

"คุณแก้ว มาแล้วเหรอคะ โมกำลังคิดถึงอยู่พอดีเลยค่ะ"

ก็เหมือนทุกทีที่คุณมาที่นี่...คุณดูเหนื่อยล้า ดวงตาสีสนิมคู่นั้นดูอ่อนไหวราวกับว่าจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อ คุณเป็นแบบนั้นเสมอ ตั้งแต่วันที่เราเจอกันครั้งแรก

"อือ ทำอะไรน่ะ หอมเชียว"

คุณยิ้ม แต่ดวงตากลับไม่ยิ้มด้วย จริงๆดวงตาของคุณก็ไม่เคยยิ้มอยู่แล้ว มันแห้งแล้งตายซากเหมือนกับทะเลทราย

"สเต็กแบบมีเดียมแรร์แล้วก็สลัดค่ะ"

"อือ โมเนี่ย รู้ใจจริงๆนะ"

มือเรียวของคุณเอื้อมมาลูบหัวฉันเบาๆ ความกร้านแกร่งในดวงตาบรรเทาลงมาบ้าง เมื่อคุณก้าวลงจากรองเท้าส้นเข็มสูงสามนิ้วนั่น คุณก็กลายเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งที่เตี้ยกว่าฉันถึงสิบเซน ไม่รู้ว่าเพราะฉันเป็นผู้หญิงที่สูงเกินไปหรือคุณเตี้ยเกินไปกันแน่

"ใส่ตุ้มหูด้วยเหรอ"

ทับทิมเม็ดเล็กสีแดงก่ำดูวาววามในแสงเทียน คุณมองมันและกระตุกยิ้ม ฉันไม่รู้ว่ายิ้มนั้นหมายความว่ายังไง บางทีมันอาจเป็นรอยยิ้มที่พึงพอใจก็ได้

"ค่ะ ก็คุณแก้วอุตส่าห์ซื้อให้นี่คะ"

"เป็นเด็กดีจังนะ" คุณว่าอย่างนั้นแล้วก็ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ "เอ้า มาทานเถอะ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน"

"ค่ะ"

ฉันยิ้ม ช่วงเวลามื้อเย็นของเราเริ่มขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงอ่อนหวานของวง ciggarette after sex กล่อมเกลาบรรยากาศให้อ่อนหวานชวนฝัน


Each time you fall in love
It’s clearly not enough
You sleep all day and drive out in L.A
It isn’t safe
And each time you kiss a girl
You never know what it’s worth
You say all of the words they wanna hear
It isn’t real

ระหว่างเรามีเพียงเสียงร้องแหบหวานจากลำโพงที่มุมห้องและเสียงกระทบกันระหว่างมีดส้อมกับจานกระเบื้อง เสียงฟ้าคำรามโครมครามมาแต่ไกล อากาศเริ่มเย็นชื้น อีกไม่นานฝนคงตก

"เรียนเป็นยังไงบ้าง"

"เหนื่อยค่ะ ช่วงนี้สอบย่อยเยอะ โมอ่านหนังสือจนหัวฟูเลย"

ดูคุณชอบให้ฉันยิ้ม เพราะทุกครั้งที่ฉันทำแบบนั้น ฉันรู้สึกได้ว่ากำแพงสูงลิบนั่นมันลดระดับลง--แต่ก็แค่ชั่วครู่เท่านั้นแหละ เพียงไม่นานก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

"แล้วคุณล่ะคะ วันนี้เหนื่อยไหม"

ฉันทำเสียงออดอ้อน ลึกๆในใจฉันคงอยากทลายกำแพงนั่นแล้วก้าวเข้าไปในเขตแดนของคุณ สำหรับฉันแล้วคุณไม่ใช่แค่ลูกค้า แต่เป็นเหมือนอะไรสักอย่างที่ท้าทายให้พิชิต

"ก็เหมือนทุกวันนั่นแหละ" คุณไม่ละสายตาจากสเต็กชิ้นนั้นด้วยซ้ำตอนที่ตอบฉัน "เงินพอใช้รึเปล่า?"

เป็นคำถามเดิมๆที่คุณถามเกือบทุกครั้งที่เราเจอกัน ก็นับว่าเป็นนายจ้างที่ใจดี--คุณเป็นนายจ้างที่ใจดีเสมอ

"เกินจะพอค่ะ"

"แล้วน้องๆเป็นยังไงบ้าง"

"ทุกคนสบายดีค่ะ หมิงสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดได้แล้วค่ะ ส่วนเหมยกำลังเตรียมสอบเข้ามหาลัย เห็นว่าอยากมาเรียนที่กรุงเทพเหมือนโม"

"ดีแล้ว"

คราวนี้คุณเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน ดวงดาวคู่นั้นเปล่งประกายวูบเดียวก่อนจะดับแสงลงเหมือนเดิม เรียวปากเหยียดตรงเกือบจะเรียกได้ว่ายิ้ม

"คุณแม่เธอสบายดีนะ?"

"ดีขึ้นมากค่ะ แต่ยังต้องระวังเรื่องของหวานๆ" ฉันนึกถึงครั้งล่าสุดที่พาแม่ไปโรงพยาบาล ผลตรวจออกมาน่าพอใจ "แม่ชอบงอแงเวลาโมห้ามอยู่บ่อยๆ"

นึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ แม่เป็นอย่างนั้นเสมอ เหมือนเราสลับหน้าที่กัน

"คนแก่ก็แบบนั้นแหละ"

เสียงหัวเราะของคุณฟังดูทุ้มลึกในลำคอ ฉันชอบฟัง มันเหมือนเสียงเบสต่ำๆที่ชวนให้สบายใจ ฉันอยากรู้ว่าเวลาที่คุณมีความสุขมากๆ--แบบว่ามากกว่านี้ คุณจะหัวเราะเสียงดังกว่านี้ไหม

"ถ้าต้องการอะไรเพิ่มก็บอกฉันนะ"

คุณว่า--ไม่อนาทรร้อนใจใดๆกับเงินที่ให้ไป ราวกับมันเป็นเพียงแค่เศษกระดาษ เงินไม่เคยมีความหมายกับคนอย่างคุณ ในขณะที่มันเป็นสิ่งชี้เป็นชี้ตายคนอย่างฉันได้

ถึงกระนั้นดวงตาคู่นั้นก็ยังดูเดียวดายอยู่เสมอ มันส่องแสงวาบวับริบหรี่คล้ายดาวฤกษ์ที่ใกล้ดับสูญ อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นแบบนั้นกันนะ

"ฉันอยากอาบน้ำ เธอเตรียมน้ำอุ่นไว้รึยัง"

"เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ"

คุณพยักหน้ารับคำ สีหน้าพึงพอใจ

"วันนี้อยากให้โมนวดให้ไหมคะ"

"เอาสิ"

น้ำอุ่นจัดหอมกรุ่นด้วยฟองสบู่นุ่ม ไอร้อนสีขาวพวยพุ่งอบอวลทั่วห้อง กลีบกุหลาบและลาเวนเดอร์โปรยทั่วบนผิวน้ำสีม่วงอมชมพู
ฉันค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตให้คนตรงหน้าอย่างรู้งาน เมื่อเสื้อผ้าหลุดออกก็เหลือเพียงบราลูกไม้สีดำตัดกับผิวขาวเนียน หัวใจของฉันเต้นเร็วรัว แม้ว่าจะเห็นร่างงามนี้เป็นร้อยครั้งแล้วก็ตาม

"เธอเหมาะกับทับทิม"

เสียงแหบพร่าดังแว่วข้างหู เรียวนิ้วแตะไล้ ทิ้งร่องรอยวูบวาบไว้บนผิว ไฟปรารถนาลุกโหมในแววตา 

แต่ฉันรู้ดีว่าคุณไม่มองที่ฉันจริงๆหรอก...

คุณก้าวลงไปในอ่างกว้าง ทิ้งตัวลงในสายน้ำอุ่นจนเกือบร้อน นวลผิวขึ้นสีแดงเรื่อ ดอกลาเวนเดอร์บนแผ่นหลังดูซีดจางในแสงเทียน

"มาใกล้ๆ"

เสียงนั้นเคร่งขรึมและทรงอำนาจ ตัวตนอีกคนที่คุณซ่อนไว้กำลังค่อยๆคืบคลานออกมาผ่านรอยปริแตกของหน้ากาก ฉันชอบเวลานี้ มันเป็นเวลาเดียวที่บานประตูหนาหนักนั่นได้แง้มเปิดออก

"ค่ะ"

ฉันก้าวเข้าไปใกล้อ่างนั่น ดวงตาคมกริบจ้องมองฉันเหมือนเสือจ้องเหยื่อ--ฉันกลายเป็นสัตว์กินพืชไร้ความสามารถเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณ

"ถอดชุดนั่นซะ"

"ค่ะ"

หัวใจของฉันเต้นแรงกว่าเดิมตอนที่ค่อยๆเลื่อนซิปชุดเดรสลง ไฟกองนั้นโหมกระพือรุนแรง ลิ้นเรียวเลียริมฝีปาก ทั้งๆที่คุณทำเพียงแค่นั้นแต่ฉันกลับเปี่ยมล้นด้วยอารมณ์จนฉ่ำแฉะ

"ถอดบรานั่นด้วย"

"ค่ะ"

ฉันถอดมันอย่างเชื่องช้า รู้สึกประหม่าและเก้กังทุกครั้งตอนอยู่ต่อหน้าดวงตานั้น ก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นทิ้งตัวลงเมื่อไม่มีสิ่งใดคอยพยุง และคุณยังจ้องอยู่แบบนั้น

"กางเกงด้วย"

เสียงของคุณแหบพร่าแต่ยังทรงอำนาจ ฉันทำตามอย่างไม่มีข้อแม้ สายตาของคุณลูบไล้ไปตามต้นคอ กระดูกไหปลาร้า เนินอก ระเรื่อยมาถึงเอว สะโพก และต้นขา คุณทำเพียงแค่นั้นจริงๆ...เพียงแค่นั้นฉันก็เป็นถึงขนาดนี้แล้ว

"มานั่งตรงนี้...ตรงขอบอ่างนี่"

ฉันก้าวเข้าไปในอ่างทรงกลม นั่งลงตรงขอบอ่าง หันหน้าเข้าหาคุณ คุณจิบไวน์แดงในแก้วช้าๆคล้ายว่ากำลังละเลียดไวน์โดยมีฉันเป็นของแกล้ม

"เด็กดี"

คุณกระซิบ เพชรเม็ดเล็กบนใบหูของคุณสะท้อนแสงเปล่งประกาย ปลายนิ้วเคลือบสีแดงเข้มแตะเบาๆตรงข้างแก้ม ลากไล้มาที่ริมฝีปาก ลากผ่านไปตรงลำคอ เนินอก ปลายยอดที่อ่อนไหว มันแข็งเกร็งชูชันรับสัมผัสของคุณ ฉันเผลอส่งเสียงออกมา และฉันรู้ว่าคุณชอบมัน

"ชอบให้ฉันสัมผัสแบบนี้ไหม"

ปลายนิ้วนั้นเลื่อนไปถึงหน้าท้อง มันเคลื่อนผ่านวนเวียนอยู่อย่างนั้น ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในเกลียวคลื่น--โคลงเคลง ไม่มั่นคง

"ชอบค่ะ"

คุณยิ้มพอใจกับคำตอบ

"อยากให้ฉันสัมผัสตรงไหนอีก...ตรงนี้รึเปล่า"

"อ้ะ อื้อ"

แขนของคุณโอบกอด นิ้วของคุณเลื่อนผ่านกระดูกสันหลัง ริมฝีปากร้อนเล่นหยอกล้อกับปลายยอดสีชมพู สัมผัสนั่นทำให้ฉันรู้สึกดีจนต้องแอ่นกายรับมัน

โหยหาและต้องการจนดูน่าอาย เป็นเบี้ยล่างที่อยู่ใต้การควบคุมของคุณ

"ไม่ใช่เหรอ? หรือตรงนี้?" คุณขยับปากทั้งที่ยังแนบอยู่กับผิวฉัน "พูดออกมาสิ" ดวงตาสีสนิมช้อนขึ้นมอง ตอนนี้ฉันอยากสัมผัสคุณแทบบ้า อยากสอดมือเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มนั่น อยากให้เรียวลิ้นของคุณมอบความสุขให้ฉัน อยากหลอมรวมเข้าไปข้างในตัวคุณ

"โมอยากให้คุณ...อ๊า..." เพียงแค่แตะเบาๆ ก็สั่นสะท้านจนตัวโยน แต่ฉันแตะต้องตัวคุณไม่ได้จนกว่าคุณจะสั่ง นั่นคือข้อตกลงของเรา "สัมผัสที่ตรงนั้น"

"เปียกไปหมดเลยน้า"

คุณยิ้มเยาะ โลมเลียหยาดหยดนั่นที่ปลายนิ้ว ตวัดสายตามองมาราวกับว่าฉันคือของหวาน

"ทำสิ...ทำอย่างที่ฉันทำ...ด้วยมือของเธอ"

คำสั่งออกมาแล้ว--หน้าที่ของฉันคือทำตาม ถึงแม้เราจะทำแบบนี้กันมาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ฉันก็ยังไม่เคยชินเลยสักที

มันน่าอาย

ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวตอนที่ปลายนิ้วตัวเองเริ่มสัมผัสที่ส่วนนั้น ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาของคุณ--คุณละเลียดไวน์ กัดริมฝีปากเบาๆ

"ดีมาก...เด็กดี"

คุณขยับเข้าใกล้ กระซิบข้างหู งับมันเบาๆ ปลุกเร้าเปลวไฟในตัวฉันให้ลุกโชน มือนุ่มๆของคุณไม่อยู่เฉย มันไขว่ขว้าและสำรวจเหมือนผู้ล่าอาณานิคม

"เธอทำแบบนี้บ้างรึเปล่าเวลาที่ฉันไม่อยู่"

เสียงแหบพร่าแผ่วเบาสั่นไหวในความรู้สึก ลิ้นชื้นลากวนที่ต้นคอ ปลายนิ้วเล่นสนุกกับยอดอกของฉัน--ให้ตายเถอะ ฉันอยากให้คุณเข้ามาเดี๋ยวนี้เลย

"ทำค่ะ"

อำนาจดำมืดในร่างกายควบคุมฉันให้ไหลไปตามแรงปรารถนา นิ้วของฉันกำลังเคลื่อนไหวเร็วขึ้น

"ตอนที่เธอทำเธอคิดถึงใคร"

มันร้อน และเหนอะหนะ

ทว่ากลับรู้สึกพึงพอใจ

ฉันปล่อยตัวเองให้จมดิ่งลงในทะเลน้ำตาลหวานเชื่อม ความรู้สึกมากมายทะลักล้นจนต้องระเบิดออกมาเป็นเสียง

"คุณ...โมคิดถึงคุณ"

แปลกดีที่คราวนี้ฉันไม่ได้พูดเพื่อเอาใจลูกค้าเหมือนทุกครั้ง...ฉันคิดถึงคุณ--คุณไม่ได้อยู่ที่นี่แต่กลับทิ้งร่องรอยไว้ในทุกอณูของร่างกาย

คิดถึงดอกไม้สีม่วงบนผิวของคุณ

คิดถึงปากสีสดของคุณ

คุณถึงเรียวนิ้วและเนินเนื้อเต่งตึงของคุณ

"บอกแล้วไง...ว่าเวลาเราทำแบบนี้ให้เรียกตัวเองว่าแพร"

"ขอโทษค่ะ"

"เธอคิดถึงฉันเหรอแพร"

คุณอยากฝัน...อยากจมอยู่ในความฝันเพียงชั่วคราว คุณซื้อฉันมาเพื่อการนี้

ฉันคือตัวแทนของพระจันทร์ดวงนั้น

"คิดถึงค่ะ คิดถึงมากด้วย"

"อืม"

คุณจูบฉัน บดริมฝีปาก จาบจ้วงควานหาความสุข โอบกอดเบียดร่างกายของเราเข้าด้วยกัน ในขณะที่ฉันเร่งเร้าจังหวะ ทะยานสู่จุดสูงสุด พราวประกายเหมือนดอกไม้ไฟ

"อ๊ะ...พี่แก้วคะ..."

ฉันมีสิทธิ์เรียกคุณแบบนั้นแค่ในตอนที่ฉันเป็นแพรเท่านั้น คุณกอดฉันแน่น--ช่างอบอุ่นและอ่อนโยน ชั่วแวบหนึ่ง...ฉันอิจฉาผู้หญิงคนนั้น
เรากอดกันอย่างนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่คุณจะคลายอ้อมกอดออก แววตานั่นเปลี่ยนเป็นแห้งแล้งตายซาก

"นวดให้ฉันสิ"

คุณตื่นขึ้นจากฝันแล้ว กลับมาเป็นคุณแก้วกานดาคนเดิม

"ค่ะ"

ฉันรับคำสั้นๆ เริ่มต้นนวดให้คุณ ที่ไหล่เล็กกลมมน ไม่น่าเชื่อว่าตัวเล็กแค่นี้จะต้องแบกรับอะไรยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น

ตระกูลวัฒนาถาวรครอบครองกิจการยักษ์ใหญ่มากมาย และคุณก็เป็นลูกสาวคนโตสุดรักที่กุมอำนาจทั้งหมด

"เธอเคยรักใครบ้างไหมโม"

"เคยสิคะ" สครับเนื้อเนียนถูกเทออกมา นวดวนบนผิวนุ่ม "โมรักแม่ รักเจ้าหมิง และก็เจ้าเหมย"
คุณยกมุมปากเป็นรอยยิ้ม ไวน์ราคาแพงขวดนั้นหมดลงแล้ว มันแต้มสีแดงเรื่อที่พวงแก้ม

"นอกจากนั้นล่ะ?"

"ไม่รู้ค่ะ โมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักนอกเหนือจากรักครอบครัวมันเป็นยังไง"

ฉันซับหยดน้ำบนผิวเรียบลื่น เรือนผมยาวตรงทิ้งตัวแนบกับเนินอกเต่งตูม ดูรัญจวนใจจนฉันเผลอกลืนน้ำลาย

"เด็กโง่"

คำคำนั้นคุณพูดประจำเวลาที่ฉันพูดว่าไม่รู้--มันตอกย้ำว่าฉันช่างไร้เดียงสาเสียจนน่าขำ ความเยาว์วัยที่คุณปรารถนาอยากเห็น

"เธอว่าคนๆนึงจะรักใครได้นานเท่าไรกัน"

"ไม่รู้สิคะ โมเคยเห็นในละครหรือนิยาย เค้าว่าความรักเป็นนิรันด์ ถ้าอย่างนั้นบางทีอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตมั้งคะ"

รักแท้คือนิรันด์ ฉันได้ยินมาจนเอียนหู ได้เห็นมาจนชินตา ความรักต้องเสียสละ ความรักหวานชื่นและขมขื่น ความรักแสนสั้นทว่ายาวนาน
แต่ฉันไม่เคยสัมผัสคำว่ารักแบบนั้นเลย

"แล้วความเกลียดล่ะ เธอว่ามันเป็นนิรันด์ด้วยรึเปล่า"

"ก็แล้วแต่มั้งคะ ว่าเกลียดเพราะเรื่องอะไร"

จบถ้อยคำนั้น ดวงตาสีสนิมก็พลันไหววูบวาบดุจเทียนต้องแรงลม ความอ้างว้างเดียวดายโชยกลิ่นกระจายคละคลุ้ง

"โมรา"

คุณกระซิบเสียงแผ่ว ปลายนิ้วสัมผัสที่ตัวฉันเหมือนกำลังยึดไว้เพื่อไม่ให้หล่นไปลงในหุบเหว

"คะ?"

"จูบฉันสิ"

น้ำเสียงนั้นฟังดูเว้าวอน--แล้วเราก็จูบกันอีกครั้ง
ร้อนแรงดุดันเหมือนคนกระหายน้ำ คุณกำลังคิดถึงพระจันทร์ดวงนั้นขึ้นมาอีกแล้ว--ไม่สิ ต้องเรียกว่าไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่คุณไม่คิดถึงมากกว่า

ทุกครั้งที่สัมผัส ทุกครั้งที่โอบกอด

"อ๊ะ เร็ว....เร็วกว่านี้สิ"

เสียงครางนั่นหวานฉ่ำและออดอ้อนราวกับแมว หลังของคุณโค้งลอยตามปลายลิ้น

"แพร...แพร..."

ก็เหมือนอย่างเคย...ในเวลาแบบนี้ คุณไม่เคยพูดชื่อฉันเลยสักครั้ง

....เผ็ดมาก 
เอาจิง แต่งอีโรติกอะยากกว่าคอมเมดี้อีก แง
เรื่องนี้จริงๆเป็นเรื่องยาวนะคะ เคยลงไว้ในธัญวลัย 55 


SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขยันเขียน
รวมมเรื่องสั้นของเก๊าเอง จับฉ่ายกันไปเลย 55
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38, สนธยา2738

Comments