ความทรงจำ ฉัน เพื่อน และ "ดอยขุนตาล"
                จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดมาจากการที่พวกเราเผชิญหน้ากับการเรียนอย่างหนักหน่วงมาตลอดทัั้งเทอม หลังจากสอบเสร็จพวกเราเลยคิดที่จะไปปลดปล่อยความเคลียดจากการเรียน และแน่นอนว่า การไปเที่ยวธรรมชาติคือสิ่งที่พวกเราตกลงกัน!!!
        
         เอาล่ะ! เวลา10.00 น. ขบวนรถไฟจากนครลำปางกำลังมุ่งหน้าสู่สถานีต่อไป "ถ้ำขุนตาล"
เวลาผ่านไปไม่นานนัก ประมาณ 11.00 น. พวกเราก็มาถึงกันยังที่หมาย แต่ แต่ แต่!!!

นี้มันก็แค่จุดเริ่มต้น หึหึหึ

            หลังจากที่ก้าวเท้าลงขบวนรถไฟ พวกเราแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว ฉันที่หิวโหย มุ่งหน้าสู่ร้านขายของชำบริเวณนั้นทันใด ส่วนเพื่อนๆก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ หันมาอีกทีก็ไปยืนต่อคิวที่ร้านลูกชิ้นปิ้งแล้วล่ะ @-@ ฮ่าฮ่าฮ่า นี้สินะที่เขาบอกว่า "กองทัพต้องเดินด้วยท้อง" และแน่นอนว่าฉันก็ไม่พลาดที่จะแวะไปชิมสักไม้สองไม้

และเมื่อช่วงเวลาหิวโหยจบลง พวกเราเริ่มได้สติ จึงเก็บสัมพาระทั้งหมดที่กองไว้ที่พื้นบริเวณริมสถานีแบกขึ้นบนบ่าและมุ่งหน้าเดินขึ้นดอยกันเลย!!!!!!!!

          เดินไปไม่กี่ก้าวจากสถานี...เดินขึ้นไปตามทางเรื่อยๆพวกเราเริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบ ฮ่าาาาาาฮ่าาา พวกเราจึงหยุดพักตามทางไปเรื่อยๆแน่นอนว่า ฉันที่เคยมาเยือนที่นี้แล้วก็เหนื่อยไปตามๆกัน เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะการเดินทางในครั้งนี้นั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจนกินแรงที่มีไปเกินครึ่งเลยล่ะ  นี้พวกเรายังวัยรุ่นอยู่เลยนะ แต่พวกเราแทบจะหมดแรงแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ

        หลังจากที่เดินๆพักๆเดินๆพักๆอยู่นาน  ในที่สุดพวกเราก็ถึงบริเวณที่ทำการอุทยาน ภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงนั้นตลกยิ่งนัก พวกเราเทกระเป๋าที่แบกอยู่บนบ่าอันหนักอึ้งลงบนโต๊ะ และวิ่งเข้าหาเก้าอี้กับน้ำดื่มฟรีที่อุทยานเตรียมไว้ให้ ต่างคนต่างมองหน้ากันแล้วก็หลุดขำในทันใด 

"นี้พวกเรายังไม่ถึงจุดเริ่มต้นเลยนะ นี้หน่ะแค่ทางเข้าอุทยานเอง" ฉันพูดกับเพื่อน

ทุกคนต่างมองตากันและเหมือนจะเข้าใจดีว่าที่ฉันพูดนั้นคือเรื่องจริง
           หลังจากที่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อทำการแจ้งว่าเรามากี่คน มาทำอะไร มากี่วัน และพักที่ไหน เสร็จเรียบร้อย พวกเราก็แบกเป้พร้อมขึ้นดอยแล้ว

แต่นี้ก็เวลาบ่ายโมงกว่าแล้ว อีกทั้งลูกชิ้นที่กินรองท้องมาเมื่อกี้ก็คงสลายหายไปจากการเดินทางเพื่อขึ้นมายังที่ทำการอุทยาน พวกเราจึงแวะเติมอาหารลงท้องกันที่ร้านอาหารในอุทยาน 

เมื่อหนังท้องตึง หนังตาต้องห้ามหย่อน!!!!!!!!!!!!!!!!! พวกเรามุ่งหน้าเดินต่อไปเรื่อยๆตามเส้นทาง

นี้ล่ะเหมือนจะของจริง แต่ แต่ แต่ !!!!!!!!!
ยังนะ!!!
ยังไม่ใช่...
พวกเราต้องเดินขึ้นไปเรื่อยๆเพื่อไปให้ถึงยังจุดเริ่มต้นขึ้น ย.1

ระหว่างทางเราพบเจอกับผีเสื้อ ดอกไม้ แมลง และสัตว์ต่างๆมากมายที่ไม่เคยพบ
อีกทั้งยังมีจุดที่หวาดเสียวที่คล้ายกับเหวลึก ราวกับว่า ถ้าพวกเราตกลงไปคงจะต้องมีขาหัก ไม่ก็พิการกันบ้างแหละ พวกเราเลยข้ามกันไปทีละคนและโยนกระเป๋ากันข้ามไปอย่าทุรักทุเร
แต่ก็ผ่านมันมาได้ด้วยดีล่ะนะ

ไม่นานจากจุดเดิมที่เราอยู่ ก็มาถึงยังจุดเริ่มต้นของจริงแล้ว!!!!

บริเวณทางเข้า ย.1 จะมีเจ้าหน้าที่คอยเช็คจำนวนคนที่เข้าออกป่าอยู่ตรงทางเข้า พวกเราลงชื่อและขอแอบเติมน้ำให้เต็มก่อนมุ่งหน้าเดินทางต่อ คืนนี้เป้าหมายของเราคือ ย.2 

เราเดินกันไปเรื่อยๆ ชมนก ชมไม้ ชมเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น พักหยุดอ่านป้ายแนะนำสถานที่ตามทาง แวะถ่ายรูปอยู่เป็นครั้งคราว ตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอ จนรู้ตัวอีกทีก็เกือบจะเย็นแล้ว 

ฟ้าเริ่มมืดลง อากาศเริ่มเย็นขึ้น พวกเราหาทางไป ย.2 ไม่เจอ และเมื่ออ่านป้ายก็งงเป็นอย่างมากว่าจะไปทางไหน พวกเราเลยแยกย้ายกันไปหาจุดกางเต็นท์ของพวกเราในคืนนี้

ไม่นานนักเพื่อนของฉันสองคนที่วิ่งขึ้นไปบนเนินเขาก็กลับลงมาและเล่าว่าข้างบนน่าจะเป็นที่พักของคืนนี้ ฉันและเพื่อนอีกคนจึงตามขึ้นไป เมื่อไปถึงบนนั้น ภาพที่เห็นคือ คืนนี้มีคนนอนกับเราด้วยอย่างน้อยก็อีก2เต็นท์ ฉันรู้สึกอบอุ่นใจแปลกๆราวกับว่ามีคนมาช่วยชีวิตพวกเราตอนหลงป่าแล้ว 

พวกเราช่วยกันกางเต็นท์ด้วยทักษะอันน้อยนิดที่มีติดตัวมา และแยกย้ายกันไปหาฝืนเพื่อมาจุดไฟให้ความอบอุ่นให้เราแก่เราในค่ำคืนนี้ เรานำทุกอย่างมากองรวมกันและนึกขึ้นได้ว่า 

........""""""พวกเราไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับอาหารเช้าในวันรุ่งขึ้น"""""" ........ ฮ่าฮ่าฮ่า
พวกเราจึงแบ่งขนมบางส่วนไว้กินสำหรับมื้อเช้าในวันถัดไปด้วย

เวลาเริ่มร่วงโรยผ่านไปยันพบค่ำ
ไม่นานนัก ลมที่หนาวเย็นก็มาปะทะตามร่างกาย
พวกเราเริ่มก่อไฟและนั่งล้อมวงกัน

พวกเราหยิบอาหารที่มีขึ้นมาเพื่อแบ่งกันกิน พรางเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของตนให้เพื่อนฟัง มีทั้งทุกข์ มีทั้งสุข ปะปนกันไป
เรื่องหนึ่งที่ฉันจำไม่เคยลืมเลยจนถึงวันนี้
คือเรื่องที่พวกเราเปิดใจคุยกันถึงปัญหาของระยะห่างที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มเพื่อน
ประเด็นนี้ทำให้ต่อมน้ำตาของฉันเริ่มทำงานและค่อยๆไหลลงมาอาบท่วมแก้มอันตุ้ยนุ้ยของฉัน พวกเราคุยกันจนหมดเปลือก เล่าเรื่องราวทุกอย่างที่อึดอัดและไม่ดีทิ้งไปกับเปลวไฟที่มอดไหม้นั้น

แต่แล้วไม่นานเหตุการณ์ก็กลับสู่สภาวะปกติ หลังจากที่แสงสว่างของเปลวไฟเริ่มดับลงเรืื่อยๆ
เสียงลมที่พัดกระทบใบไม้เอื่อยๆก็เริ่มดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้น!!

คืนนี้คงหมดเรื่องที่จะคุยกันแล้วล่ะ 
พวกเราดับไฟที่มีจนหมดเกลี้ยง 
และสอดส่ายสายตาไปยังบริเวณรอบๆเพื่อให้แน่ใจว่าไฟที่พวกเราจุดไม่ได้ไหม้ไปยังที่อื่น

ก่อนที่พวกเราจะไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันและพร้อมเข้านอนตามเต็นท์ที่ได้กางเอาไว้
 สำหรับคืนนี้เก็บเศษอาหารและขยะเข้าเต็นท์ให้เรียบร้อย เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าพวกสัตว์นั้นจะแอบมากินอาหารของมนุษย์ที่ตั้งทิ้งไว้และเป็นอันตรายต่อมันหรือไม่

.
.
.
แสงจากไฟฉายของพวกเราเริ่มดับลง
พร้อมๆกับเสียง
"ฝันดี"
"ฝันดีจ้า"
"นอนๆ"
"ราตรีสวัสดิ์นะเพื่อนๆ"
SHARE
Written in this book
My Storylog
การเดินทางครั้งใหม่กับฉันคนเดิม
Writer
sent
writer
เรื่อยๆเปื่อยๆ

Comments