ปัญหาการค้ามนุษย์ในสังคมไทย โดยเฉพาะในรูปแบบของการบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส
          ในอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติได้ให้ความหมายไว้ว่า การค้ามนุษย์หมายถึงการจัดหาขนส่งโยกย้ายให้ที่พักพิงหรือรับบุคคล ด้วยการขู่หรือใช้กำลัง  หรือรูปแบบอื่นๆของการบังคับ การลักพาฉ้อฉล หลอกลวง หรือใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือทำให้ได้รับบาดเจ็บ การให้หรือรับเงินหรือผลประโยชน์ต่อบุคคลที่ทำการควบคุมบุคคลอื่น เพื่อแสวงหาประโยชน์แก่ตน ซึ่งหมายรวมถึงการแสวงหาประโยชน์จากผู้อื่นในการเป็นโสเภณี หรือรูปแบบอื่นของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ แรงงานหรือการบริการที่ถูกบังคับการเป็นทาส หรือการอื่นใดที่คล้ายกับการเป็นทาส เป็นต้น
                      ปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยนั้น                                              เป็นภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงเป็นอย่างมาก
       เพราะการค้ามนุษย์นั้นลดทอดศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เนื่องจากเราทุกคนเกิดมาบนพื้นฐานของความเท่าเทียมเลยเสมอภาคอย่างเท่ากัน อีกทั้งปัญหาการค้ามนุษย์นั้นยังส่งผลกระทบไปยังปัญหาอื่นอีกหลายๆด้าน เช่นปัญหาการลักลอบการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ปัญหาอาชญากรรม หรือการค้าประเวณี 
             ด้านองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน ระบุว่า ยังคงมีปัญหาการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมประมงของไทย  
ซึ่งแรงงานเหล่านั้นที่เข้ามาทำงานมักตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อเป็นแรงงานภาคประมง พวกเขาถูกขัดขวางไม่ให้เปลี่ยนนายจ้าง ไม่ได้รับค่าจ้างตามเวลา และได้รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ แรงงานข้ามชาติไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานของไทย และไม่มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานอีกด้วย
และการที่แรงงานเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และเข้ามาทำงานในไทยก็ต้องการรับความเป็นธรรมจากสิ่งที่เกิดขึ้นจึงได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการไม่ได้รับค่าจ้าง หนี้ที่เกิดจากการจ้างงาน และการยึดเอกสารประจำตัวของลูกจ้าง เรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาได้รับการร้องเรียนมากที่สุดในหมวดแรงงาน 

               ต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฉบับแก้ไขในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2562 ทำให้ข้อร้องเรียนเหล่านั้นถือว่าเป็นฐานความผิด "บังคับใช้แรงงานหรือบริการ" ทำให้มีช่องทางเพิ่มในการดำเนินคดีกับนายจ้าง ซึ่งอาจถูกลงโทษขั้นต่ำจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท และมีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต หากทำให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย และการแก้กฎหมายนั้นก็เพื่อให้ไทยมีมาตราที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับโดยเฉพาะ เป็นผลพวงมาจากการที่ไทยยื่นจดทะเบียนให้สัตยาบันพิธีสารส่วนเสริมอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยแรงงานบังคับ ค.ศ.1930 (ฉบับที่ 29) ถือว่าเป็นความพยายามของไทยที่จะแก้ไขปัญหาแรงงานภาคประมง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2558 สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออก "ใบเหลือง" เตือนไทยว่ายังไม่มีมาตรการที่เพียงพอที่จะป้องกันและขจัดปัญหาการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม จนกระทั่งเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา อียูได้ประกาศปลดใบเหลืองให้ไทย 

             ส่วนในด้านของการแก้ปัญหานั้นสามารถทำได้หลายๆด้าน เช่น
- การแก้ปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติอย่างจริงจัง โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิอันเท่าเทียมของความเป็นมนุษย์ 
- การแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย IUU Fishing 
- การขึ้นทะเบียนแรงงานและเรือประมง 
- มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเป็นรูปธรรม 
- การตรวจคนเข้าเมือง 
- การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว 
- การปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิด 
- การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย ครอบคลุมและตรงต่อการแก้ปัญหามากที่สุด 

               การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลมีความพยายามอย่างจริงจังและมีความคืบหน้าในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบในปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลไทยพร้อมร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งในประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และนานาประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อผลักดันให้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในเชิงกว้างและลึกมากยิ่งขึ้นในอนาคต


--------------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณภาพประกอบการเล่าเรื่องจาก NIDA_Poll_human_trafficking
ผู้เขียนขอน้อมรับคำติชมทั้งหมด
หากผิดพลาดประการใดผู้เขียนขออภัยมา ณ ที่นี้ และขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านกัน
ขอบคุณค่ะ

SHARE
Writer
sent
writer
เรื่อยๆเปื่อยๆ

Comments