โอกาสเรา ไม่เท่ากัน
เราเชื่อว่า เราไม่ได้เป็นแค่คนเดียวที่เติบโตมากับความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาของตัวเอง 
พ่อแม่แทบจะไม่มีแรงซัพพอร์ตอะไรเลยด้วยซ้ำ โชคชะตาไม่เคยเข้าข้าง ไม่เคยมีความโชคดีอะไรเลยในชีวิตนอกจากผลการเรียนที่ไม่เคยต่ำกว่า 3.00 ใช่ เราคิดว่ามันคือความโชคดี หรือ ฟลุ๊ค อะไรทำนองนั้น เพราะไม่เคยตั้งใจเรียนจริง ๆ จัง ๆ สักครั้ง เราไม่รู้ว่าจะตั้งใจเรียนไปเพื่อใคร ตั้งใจเรียนไปทำไม พ่อกับแม่ไม่เคยชมเลยสักครั้งว่าเราเก่ง ไม่เคยได้ของรางวัลจากผลการเรียน 
ตอนปี3 แม่เราแทบจะไม่มีเงินให้เราไปเรียน เราตัดสินใจออกจากบ้านมาหางานพาร์ทไทม์ทำ ร้านอาหารสามดาวระดับจังหวัด เราทำงานอย่างหนักควบคู่กับการเรียนอย่างหนักเช่นกัน เจ็ดวันทำการเราทำงานไม่มีหยุด แลกกับค่าแรงวันละ 150 บาท เราทำได้แค่ปีเดียวก็ต้องออกเพราะเรียนหนักขึ้น พอแม่รู้ว่าเราออกจากงานก็บ่นยกใหญ่ว่าทำไมถึงไม่ทำงาน ทำไมไม่ช่วยแบ่งเบาภาระบ้าง เราไม่ได้ตอบอะไรไป นอกจากก้มหน้ารับฟังคำพูดจากแม่ที่แทงใจเรา เราอยากเรียนที่ดี ๆ อยากเรียนคณะที่ชอบ แต่เราเลือกที่จะเรียนวิทยาลัยฯ ใกล้บ้าน เพราะค่าเทอมถูกและลดค่าใช้จ่ายค่าหอพักค่ากินในเบื้องต้น เรายอมตัดโอกาสตัวเองเพราะไม่อยากให้แม่เหนื่อย ตลอดการเรียนของเรา เราท้อและคิดอยากจะออกกลางคันอยู่หลายครั้ง เราโดนดูถูกมากมายจากคนรอบข้างและครูอาจารย์ แต่สุดท้ายเราก็จบครูมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ1 ถึงตอนนี้เราก็คิดว่า เราโชคดีมากกว่าที่ได้มันมา และเราก็ยังโดนเปรียบเทียบกับลูกสาวของคนข้างบ้านที่จบมาแล้วได้งานทำเลย แต่ลองมองกลับกัน บ้านนั้นเขามีแรงซัพพอร์ตลูกของเขาทุกอย่าง ได้เรียนพิเศษ ได้เรียนที่ดี ๆ ได้เรียนคณะที่อยากเรียน .... ที่สำคัญเลย แม่เรารักน้องชายมากกว่า แล้วเราก็เป็นพี่สาวคนโต อ่านถึงตรงนี้ ก็ถึงบ้างอ้อกันเลยใช่ไหมล่ะ
สุดท้ายนี้ เราอยากจะเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน ๆ อีกหลาย ๆ คนเป็นเหมือน ๆ กับเรา หรืออาจะยิ่งกว่าเราก็มี อยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ต่อไป อย่าคิดว่าไม่มีใครเข้าใจ เราคนนึงที่เข้าใจพวกคุณนะ  
SHARE
Writer
KHiMiiz
writer
am K

Comments