ศิลปะในชีวิต
ตอนเด็กๆจะได้ยินข่าวว่าคนแถวบ้านส่งลูกไปเรียนวาดภาพศิลปะและดนตรีอยู่เสมอๆ ฉันเองในวัยเด็กไม่ถึงสิบขวบ ก็รู้สึกว่าการเรียนดนตรีเป็นเรื่องใหม่ในชีวิตและครอบครัวของเราก็ไม่่มีใครเรียนดนตรีเลย ฉันเริ่มสนใจจะเรียนขิม พ่อกับแม่ก็ทักท้วงว่าฉันจะเรียนขิมไปทำไมเพราะขิมไม่ใช่เครืองดนตรีหลักๆในวงดนตรีไทยนะ ฉันได้แต่ครุ่นเลิกแล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจไป เพราะคิดไม่ออกว่าฉันจะสนใจอะไรได้อีกนอกจากขิม 

จนกระทั้งมาถึงช่วงวัยรุ่น ช่วงวัยแห่งการเปลี่ยนแปลง ฉันได้ยินว่ามีเพื่อนๆหลายคนกำลังลงเรียนวาดภาพศิลปะกันอยู่ ฉันเคยคิดว่าถ้าฉันได้ลองไปเรียนจะทำไให้ฉันค้นพบตัวเองได้เร็วกว่านี้ อย่างน้อยๆอารมณ์และความรู้สึกจะทำให้ฉันรู้ว่าฉันต้องการอะไรในชีวิต แต่นั่นแหละด้วยเศรษฐกิจที่บ้าน และฉันเองก็ไม่ยังหนักแน่นมากพอที่จะเห็นว่าศิลปะสำคัญกับชีวิตอย่างไร สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเรียนอยู่ดี

พอได้ลองทบทวนอะไรอีกซักนิด จริงๆแล้วฉันมีศิลปะผ่านเข้ามาในชีวิตตั้งแต่4-5 ขวบ นั่นก็คือแม่ฉันส่งไปเรียนรำตั้งแต่เด็กๆ รำที่เริ่มชั่วโมงเรียนด้วยการดัดตร นั่งพับเพียบ ไหว้ครู ดัดข้อมือข้อไม้ ดัดเอว ฉันทำท่าเหล่านี้จนชิน จนตัวอ่อนกันเลยทีเดียว จะว่าไปตอนเด็กๆการได้เรียนรำไทยก็เหมือนการออกกำลังกายอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ เรียนเสร็จเป็นต้องได้เหงื่อทุกครั้ง แต่ก็ปิดท้ายด้วยไส้กรอกทอดกรอบหน้ารร.ที่ราดด้วยน้ำจิ้มเผ็ด รสชาติฉ่ำๆอร่อยจนต้องกินต่ออีกหลายๆไม้ ฉันผ่านเวทีในวัยเด็กมาไม่มากนักเมื่อเทียบกับเพื่อนคนอื่นๆ แต่พอโตขึ้นฉันก็ไม่ได้กลับไปเรียนรำอีกเลย... 

จวบจนตอนนี้เข้าวัยทำงาน เมื่อไรที่มีเวลาฉันมักจะหาโอกาไปเสพงานศิลป์อยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการภาพถ่ายต่างๆ หรือแม้แต่ศิลปะบนสินค้าต่างๆก็ตาม ฉันคิดว่าศิลปะทำให้ฉันได้คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา คิดถึงปัจจุบัน และคิดถึงอนาคต  ศิลปะจะอยู่ไปกับเราทุกช่วงชีวิตโดยไม่หนีหายไป และศิลปะนี่เองที่อาจจะทำให้เราได้ค้นพบตัวตนหรือเป้าหมายบางอย่างในวันที่เรา กำลังหลงทาง 
SHARE
Writer
rainnycool
...
ผู้หลงรักธรรมชาติ ชื่นชอบการอ่านและชอบบอกเล่าเรี่องราวต่างๆผ่านตัวอักษร ชอบฟังเพลงPOPและR&B นอกจากนี้ยังรักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย

Comments