ฉันเป็นใคร(5) Chaeyeon × Sakura
"ทุกอย่างที่ฉันสั่งพร้อมแล้วนะ" ทับทิมเข้ามาถามกับกุลและสายชล

"เรียบร้อยค่ะ" กุลตอบกลับ

"งั้นพวกเธอก็นั่งรออยู่ที่นี่ก่อน รอข้างล่างคอลมาบอก ค่อยไปรอที่หน้าลิฟ" ทับทิมสั่งความก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวยาวในห้องเพื่อรอคนที่จะมาเจรจา

การเจรจาสำคัญที่สารวัตรกุลรอคอย เธอจะได้พบกับผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่นามว่า 'ฮอส' ซึ่งตำรวจได้ยินชื่อมานานแต่ไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าของเขามาก่อน วันนี้เธอจะได้เห็น 

"คุณยิ้มอะไร" สายชลที่นั่งรอเวลาข้างๆกุลเอ่ยถาม

"ฉันจะยิ้มเกี่ยวไรกับคุณ" ชอบวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง

"ฉันก็แค่ชวนคุย ไม่เห็นต้องอารมณ์เสียใส่" จนไม่อยากจะถามอะไรละ

"ขอโทษ" เพราะสังเกตุเห็นสีหน้าน้อยใจของอีกคน

"ช่างมันเถอะฉันก็ชักจะเริ่มชินละ" เพราะตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาก็โดนแบบนี้ทุกวัน

"ฉันแค่มุ่งมั่นกับงานช่วงนี้เลยเครียด ไงก็ขอโทษคุณด้วย" การติดตามเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอ เธอเองต้องทำทุกอย่างให้รัดกุมและปลอดภัยกับทุกคนที่สุด

"ฉันไม่รู้หลอกนะว่างานของคุณคืออะไร แต่ฉันจะเป็นกำลังใจให้ แล้วไม่ต้องเครียดตลอดเวลาก็ได้ หันมายิ้มให้ฉันบ้าง" สายชลค่อยฉีดยิ้มกว้างๆให้กุลจนกุลส่งยิ้มตอบกลับมา
มีใครเคยบอกมั้ย??? ว่ารอยยิ้มคุณฆ่าคนได้
"เชิญๆ" ทับทิมผายมือที่โซฟาเมื่อคนที่กำลังเจรจามาถึง

"ไม่ต้องมากพิธีคุยแบบเป็นกันเองเถอะ" เสียงพูดเป็นผู้หญิง

"คุณถอดชุดเครื่องแต่งกายก่อนก็ได้จะได้สบายตัว" เมื่อดึงวิก ขนคิ้วปลอม ซิลิโคนที่ติดสองข้างแก้ม เคราะที่ติดใต้คาง แล้วถอดชุดหนาๆที่สวมอยู่ออก 

"สวย" สายชลถึงกับเอ่ยปากอย่างตกตะลึง

"รสนิยมดี มีคนดูแลรึยังจ้า" ผู้หญิงคนสวยหันมาเอ่ยแซวสายชลจนต้องโค้งศีรษะขอโทษเพราะเป็นแขกเจ้านาย

"ซูซี่คุณนี่รอบคอบเสมอ" ทับทิมเอ่ยชม

"ใช่ค่ะ ฉันรอบคอบและก็ไว้ใจคุณและคนของคุณ" อย่าทำให้ฉันผิดหวังละ ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป การเจรจาของเราก็จบ

"ในห้องนี้ไว้ใจได้ทุกคน" ทับทิมยืนยัน

"เรามาเข้าเรื่องเลยดีกว่า เพราะฉันเองก็อยากพักผ่อนละ เดินทางมาก็เหนื่อย" กว่าจะผ่านมาแต่ละด่านจนถึงที่นี่

"พวกเธอออกไปก่อน" ทับทิมส่งสัญญาณบอกกับคนติดตามรวมถึงสายชลและกุลด้วย

"จะไปแล้วหรอจ้า ชื่ออะไรละเรา" ซูซี่หันไปถามสายชล

"เข้าเรื่องกันดีกว่ามั้ยค่ะ" ทับทิมตัดบท

"ดูแลลูกน้องดีจัง" ซูซี่สายตายังคงจับจ้องไปที่สายชลอย่างสนใจ

"เนื้อหอมจังเลยนะ มีกี่คนแล้วที่หลงเสน่ห์" กุลแซวตามหลัง

"ในนั้นรวมคุณอยู่ด้วยรึเปล่าละ" สายชลหันหลังกลับแล้วยื่นหน้าไปถามใกล้ๆ

"คำถามนี้ไม่น่าถาม" น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าไม่มีทาง

"นั่นซิ" สายชลยิ้มกระตุกมุมปากก่อนจะเดินหันหลังกลับไปนั่งรอการเจรจา

"เกลียดนักทำหน้าแบบนี้" 


"สัญญาณมาละ น่าจะเริ่มมีการเจรจาอีกไม่ช้า" ผู้กองอันเริ่มกดบันทึกเสียง

"ที่จริงฉันก็ไม่ได้ไว้ใจคุณเท่าไหร่นะ แต่ฝ่ายคุณก็ติดต่อมาหลายครั้ง แล้วเราก็เป็นลูกค้ากันมานาน แต่ครั้งนี่คุณแน่ใจหรอว่าของที่จะถูกจัดส่งจะไม่มีปัญหา"

"ไม่เกิดเรื่องแน่นอน ครั้งนี้ฉันจะรอบคอบขึ้น แล้วจะไปรับสินค้าด้วยตัวเอง"

"ถ้าคุณยืนยันแบบนั้น ฉันจะให้คนเตรียมของไว้ให้พร้อม"

"ภายในเดือนหน้าคาดว่าของจะได้ครบมั้ยค่ะ" 

"สำหรับลูกค้าแบบคุณต่อให้บอกว่าสัปดาห์หน้าฉันก็จัดหามาให้ได้"

"ขอบคุณสำหรับความไว้ใจแล้วมาเจรจาด้วยตนเอง"

"ครั้งนี้คุณลงทุนทุ่มเงินมหาศาล ฉันก็ต้องให้เกียรติหน่อย"

"ไว้อีกสองวันที่จะไปเจอคุณไพริน เราคงจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น"

"กับไพรินฉันไม่ขัดข้องอยู่แล้ว อีกอย่างการที่ไพรินให้เธอมาดูแลคงไว้ใจเธอไม่น้อย"

"ดีใจค่ะที่ได้พบกัน วันนี้เชิญคุณซูซี่ไปพักผ่อนก่อน ฉันได้เตรียมอาหารไว้ที่ห้องพักเรียบร้อย" 

"บทสนทนาหยุดไปแล้ว" แต่ยังไม่ได้ทำการตัดสัญญาณ

"ไม่ไปส่งฉันที่ห้องหรอ" ซูซี่ใช้มือเข้ามาแตะที่แก้มสายชล

"ฉันมีงานต้องทำต่อ ขอโทษด้วยนะคะ" สายชลกล่าวอย่างนอบน้อม

"ก็ลาออกมาดูแลฉันซิ" ฉันถูกใจเธอนะ ซูซี่ไม่ปิดบังแววตา

"สายชล ขิง เข้ามาพบฉันด้วย" ทับทิมคอลหาทำให้เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น

"ฉันต้องขอตัวไปทำงานก่อนค่ะ ขอให้คุณมีความสุขกับอาหารที่คุณทับทิมจัดเตรียมให้" สายชลโค้งศีรษะบอกลาก่อนจะใช้มือสะกิดแขนกุลให้เข้าไปพบคุณทับทิมด้วยกัน

"สัญญาณถูกตัดไปแล้ว" ผู้กองจึงปิดบันทึกสนทนา

"ฉันอยากให้เธออยู่ห่างซูซี่ไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะใช้เธอเป็นเครื่องต่อรองเพื่อให้การเจรจาล่าช้ารึเปล่า ยังไงช่วงนี้ฉันเห็นว่สไม่ปลอดภัยนัก ฉันจะให้เธอพักงานนะสายชล" ทับทิมกล่าวด้วยความเป็นห่วง

"แล้วแต่คุณทับทิมค่ะ" เธอเองมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่ง

"ขิงเองอาจจะต้องทำงานหนักขึ้น ไหวใช่มั้ย" เลื่อนสายตาไปมองกุล

"ไหวซิค่ะ" กุลรับคำพร้อมพยักหน้า

"วันนี้ไม่มีอะไรแล้วพวกเธอไปพักผ่อนเถอะ มีอะไรแล้วฉันจะเรียก" เธอเองก็โทรรายงานไพรินเช่นกันตอนนี้คงรอฟังข่าวอยู่

"ฉันเห็นนะ" สายชลหูตาไวในทุกเรื่องของกุล

"อะไร" กุลหันมาถลึงตาใส่

"คุณเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกง" เหมือนพวกเครื่องดักฟังที่เห็นในหนัง

"เห็นก็เห็นไป วันนี้ฉันอารมณ์ดี" กุลยิ้มกว้างเดินไปที่ห้องพัก "นี่ไปกินข้าวกัน ฉันเลี้ยง"

"พายุเข้าแน่ๆ" พูดจาดีแถมมีชวนไปด้วยกัน

"รีบไปเปลี่ยนชุด ว่าแต่คุณชอบกินอะไร ฉันจะได้พาไปถูก" กุลหันมาถามชล

"แล้วแต่คุณเลย ฉันกินได้หมดแหละ ถ้าคุณบอกจะเลี้ยง" สายชลว่าอย่างอารมณ์ดี
"เพิ่งรู้ว่าตรงนี้มีร้านส้มตำด้วย" มันเป็นซอกเล็กๆข้างตึกโรงแรมถ้าเดินผ่านไม่สังเกตุคงไม่เห็น

"ฉันถามพนักงานในโรงแรมมา" ก็เพิ่งรู้พร้อมกับเธอเนี่ยแหละ

"พี่สายชล ขิง" ผึ้งเรียกสองคนมาแต่ไกล

"ผึ้งวันนี้ไม่ทำงานหรอ ทำไมถึงออกมาได้" เพราะปกติเวลานี้ลูกค้าจากโรงแรมจะทยอยลงมาทานข้าว

"วันนี้ผึ้งมีหน้าที่ไปเสริฟอาหารให้แขกของคุณทับทิมนะ" พอเอาจานมาไปเก็บห้องอาหารก็เลยออกมาหาอะไรทาน

"แล้วเป็นไงบ้าง แขกคุณทับทิม" กุลถามเหมือนคุยไปเรื่อยๆ

"เป็นผู้ชายร่างท้วมๆหน่อย ไม่ค่อยพูด ให้เอาอาหารวางที่โต๊ะแล้วก็ให้ออกไปนั่งรอ พอกินเสร็จก็เรียกไปเก็บ" ผึ้งเล่าให้ฟังกับสิ่งที่เธอเจอ

"เขาคงเหนื่อยจากการเดินทาง เห็นเข้าไปคุยกับคุณทับทิมได้ไม่นานก็ออกไป" หาเรื่องคุยเพื่อไม่ให้บทสนทนาขาดตอน

"ว่าแต่พี่สองคน บ่ายนี้มีต้องตามคุณทับทิมไปไหนอีกรึเปล่า" เห็นสองสามวันที่ผ่านมาไม่ได้กลับบ้าน

"วันนี้คงได้พัก" สายชลที่นั่งเงียบฟังสองคนคุยกันจึงตอบ


"คุณซูซี่ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ" ทับทิมโทรไปเล่าถึงรายละเอียดการเจรจาวันนี้

(ถ้าเป็นได้ตามนั้นก็ดี) กลัวอย่างเดียวจะมีการเปลี่ยนโน้นเปลี่ยนนี่ในภายหลัง (แต่อย่าประมาทแล้วจับตาดูทุกการเคลื่อนไหว)

"ทับทิมจัดการเรียบร้อยค่ะ" เขามาพักในที่ของเรายังไงเราก็ได้เปรียบ

(จนกว่าจะได้มาเจอกันอีกสองวัน ต้องเฝ้าระวังตำรวจด้วย) เพราะอยากให้การเจรจารอบสองสำเร็จก่อน

"ตอนนี้ทับทิมให้คนตรวจตราอย่างแน่นหนา และมีการเช็คการเคลื่อนไหวของพนักงานทุกคน" ใครที่มีพฤติกรรมแปลกๆ ก็จะโดนเรียกมาสอบถาม

(พี่เองก็ไม่แน่ใจนักว่ามีคนมาสวมรอยกับพวกเรารึเปล่า) แต่ส่วนใหญ่พนักงานถ้าไม่ได้รับความไว้ใจหรือมีโค้ดเนมก็ไม่น่าจะรู้

"ทับทิมยังไม่ได้มอบโค้ดเนมให้ใครค่ะ" เธอเองต้องมั่นใจและดูคนที่จะร่วมทีมก่อน

(พี่เองก็ว่าหลังจากนี้คงจะไม่มอบโค้ดเนมให้ใครละ) มุกคือคนสุดท้าย

"ยิ่งมีคนน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับพวกเรา" อีกอย่างคนที่พร้อมยอมรักษาสัจจะและภัคดี นั้นหมายถึงต้องยอมจะสละชีวิตตนเองกับงานด้วย

(พี่ไม่อยากจะต้องสูญเสียใครอีกแล้ว) ขอให้จบแค่นี้พอ

"แกะบันทึกเสียงแล้วใช่มั้ย" กุลเข้ามาที่สถานที่ลับแห่งหนึ่งก็มีผู้กองอัน หมวดว่าน หมวดพิม รออยู่แล้ว

"เรียบร้อยค่ะ" ผู้กองอันหันมาตอบ พร้อมกับยื่นแผ่นกระดาษที่จดรายละเอียดการสนทนาที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามให้

"ไม่ได้บอกสถานที่นัดรับสินค้าหรอ" เพราะใช้สายตาอ่านคร่าวๆแล้วไม่มี

"เหมือนจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ไม่แน่อาจจะมีการเปลี่ยนสถานที่ พวกเรามีเวลาอีกประมาณ1เดือน" ที่จะรู้ให้ได้ว่าสถานที่นัดรับยาคือที่ไหน

"แต่อาทิตย์หน้าจะมีการนัดพูดคุยอีก ไม่แน่เราอาจจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม" คงจะนัดคุยกันที่โรงแรมไม่ก็ที่บ้านคุณไพริน

"แล้วหาข้อมูลขอคุณซูซี่นั้นได้รึยัง" ว่าชื่อที่อยู่ในระบบพักอยู่ที่ไหน 

"พิมหาไว้แล้วค่ะ ให้คนไปตรวจสอบพื้นที่เป็นบ้านชั้นเดียวอยู่ในสวนขนาด 5 ไร่" และไม่มีมีอะไรน่าสงสัย

"แล้วมีคนอยู่รึเปล่า" 

"พบคนดูแลสวนค่ะ สอบถามก็บอกว่าเข้ามาที่นี่ทุกวันแล้วกลับไปนอนที่บ้านตัวเอง ส่วนเจ้าของที่เคยพบหน้าแค่ครั้งเดียวนานมากแล้วเป็นชายอายุประมาณ 70" นี่ปลอมตัวตลอดเลยหรอ

"แล้วมีอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ย" กุลหันไปถามลูกน้องทั้งสามคน

"อันอยากเสนอ" ยกมือขึ้นก่อนกุลจะพยักหน้าให้พูด "อันอยากให้คุณสายชลมาช่วยเราในงานนี้ด้วย"

"ไม่ได้" กุลตวาดเสียงแข็ง

"แต่ตอนนี้ก็มีแค่พี่กับคุณสายชลที่ตามประกบติดคุณทับทิม ถ้าเราให้เขาเป็นคนช่วยติดตามข้อมูลอีกแรง..." อันพยายามพูดหว่านล้อมเหตุผล

"พอเลย แกจะเอาคนไม่รู้อะไรมาเสี่ยงไม่ได้" เกิดเขาเป็นอะไร พวกเรานี่แหละที่จะเสียใจ

ชีวิตคนหนึ่งคนสำคัญ
SHARE
Written in this book
ฉันเป็นใคร

Comments