ความสัมพันธ์ชายรักชายที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้คำว่ามิตรภาพ


นี่ไม่ใช่รีวิวแต่เป็นบันทึกความรู้สึกที่มีต่อซีรีส์ปรมาจารย์ลัทธิมาร
นับตั้งแต่วันที่ซีรีส์เรื่องนี้ถูกประกาศซื้อลิขสิทธิ์ไปทำซีรีส์ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเรานั้นตื่นเต้นแค่ไหนทั้งที่ยังไม่เคยได้ลองอ่านนิยายมาก่อน ทว่าด้วยความที่ได้ยินกิตติศัพท์ของนิยายเรื่องนี้มานาน รู้สปอยล์แทบจะทั้งเรื่อง บวกกับเป็นแนวที่ชอบเลยค่อนข้างคาดหวังกับมันอยู่ไม่น้อย ขณะเดียวกันก็มีความกังวล ด้วยประสบการณ์การติ่งวายจีนที่ผ่านมาทำให้แอบหวั่นใจว่าจะโดนหิ้วไปเหมือนอย่างตอนเฮโรอีนหรือเปล่า แต่มาถึงขนาดนี้แล้วจะห้ามตัวเองไม่ให้ติ่งก็ไม่ได้อีก

ตลอด 4 เดือนสำหรับการถ่ายทำมีภาพหลุดภายในกองถ่ายออกมาเป็นระยะ ความลงทุนของซีรีส์ยิ่งเพิ่มความคาดหวังและความกลัวของเราไปพร้อมๆ กัน กลัวว่าบทจะถูกเปลี่ยนไปจนแทบจะไม่เหลือความสัมพันธ์ของหลานจ้านและเว่ยอิงให้เราได้เห็น แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากซีรีส์ฉายแล้วออฟฟิเชียลจะเปรี้ยวตีนจนติ่งต้องขอร้องให้เบาๆ หน่อยพ่อเพราะกลัวจะฉายไม่จบเอา

ความคลุมเครือที่ชัดเจนของตัวละครเอกทั้งสองคือสิ่งที่ทำให้เราประทับใจ ทีมงานกองปรมาจารย์ลัทธิมารทำให้เราเห็นความพวกเขาเคารพและให้เกียรตินิยายต้นฉบับมากแค่ไหน

คุณคิดว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้สามารถนำเสนอความรักของผู้ชายสองคนออกมาให้คนทั่วไปสามารถดูได้โดยไม่รู้สึกแปลก และแฟนนิยายที่ชื่นชอบมาจากต้นฉบับยังสามารถรับชมและมีความสุขไปพร้อมๆ กันได้?

ใช่แล้ว ก็ต้องใช้คำว่า มิตรภาพลูกผู้ชาย ไง ขอบคุณที่โลกนี้มีคำว่ามิตรภาพอยู่ ปรมาจารย์ลัทธิมารจึงสามารถฉายได้ในประเทศที่พร้อมจะแบนสื่อรักร่วมเพศตลอดเวลา และรัฐบาลมีอำนาจมากพอจะกีดกันนักแสดงหลักไม่ให้ร่วมงานกันอีกต่อไป

ความสดใสของเว่ยอิง และความสุขุมของหลานจ้าน ความ contrast เหล่านี้ราวกับจะเป็นการเติมเต็มกันและกันของทั้งคู่ ความสัมพันธ์ที่แม้จะไม่พูดออกมาแต่สามารถรับรู้ได้ด้วยใจ อะไรที่ทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนและหลานจ้านครองใจนักอ่านและคนดูมากขนาดนี้ 



เซียวจ้าน รับบท เว่ยอู๋เซี่ยน ตัวละครหลักที่เรียกได้ว่าแทบจะแบกซีรีส์เอาไว้ทั้งเรื่องสร้างความประทับใจให้เราเป็นอย่างมาก เขาเป็นคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองสูง ไม่สนใจคำติฉินนินทา แค่คิดเสียว่าเราทำสิ่งใดเพื่อสิ่งใดล้วนรู้อยู่แก่ใจ แม้ขณะที่คนทั้งโลกหันหลังให้ ข้างกายไม่เหลือใครแม้แต่ครอบครัวก็ไม่อาจเอาตัวเข้ามาปกป้องเว่ยอิงก็ยังไม่เคยนึกโกรธ เขาคือความสวยงามที่ถูกทำให้แหลกสลาย ทั้งชีวิตถูกผิดเป็นอย่างไรใช้กฎเกณฑ์มาตัดสินเขาไม่ได้ หากมองให้ลึกลงไปแล้วการกระทำของเว่ยอิงนั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่ใครคิด เขาไม่ได้อยากเป็นหนึ่งเหนือใคร แต่ต้องการเป็นคนที่สามารถปกป้องผู้ที่อ่อนแอไร้ทางสู้ได้ก็เท่านั้น ตลอดชีวิตของเขาทำเพื่อคนอื่นมาตลอด และครั้งเดียวที่เขาทำเพื่อตัวเองคือการยอมตายเพื่อยุติทุกอย่าง แต่กระนั้นผู้คนก็ยังหัวเราะและยินดีกับความตายของเขาอยู่ดี

ไม่ว่าหนทางจะสว่างแค่ไหน แต่ข้าก็จะเลือกเดินทางของข้าจนสิ้นแสง
 
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนการแสดงมาจะสามารถถ่ายทอดความความรู้สึกของการเป็นคนน่าสงสารที่มองโลกในแง่ดี ถูกตราหน้าว่าเป็นคนเลวทั้งที่ช่วยเหลือผู้อื่น อึดอัดกดดันแต่หน้าต้องยิ้ม เจ็บปวดทรมานแต่ต้องไม่เย็นชา ความรู้สึกย้อนแย้งอันน่าสับสนเหล่านี้เซียวจ้านแสดงออกมาให้คนดูรู้สึกว่าเว่ยอิงไม่ใช่ตัวละครที่สมควรควรถูกเกลียดแต่อย่างใด กลับกัน เขาเหมาะที่จะได้รับความรักและสมควรมีความสุขมากที่สุดต่างหาก



หวังอี้ป๋อ รับบท หานกวงจวิน ชีวิตของเขาอยู่ในกรอบกฎระเบียบกว่า 3000 ข้อของตระกูล เขาอาจจะไม่รู้สึกอะไร หรือพอใจกับสิ่งเหล่านั้น แต่เมื่อได้มาพบกับเว่ยอิงเขากลับพบว่าบนโลกนี้ยังมีคนที่ดื้อดึงเช่นนี้อยู่อีก เว่ยอิงผู้ไม่สนกฎเกณฑ์ มีความคิดผิดแผกจากผู้อื่น แต่เมื่อพิจารณาดูดีๆ แล้วแนวคิดของคนผู้นั้นไม่ได้ผิดแต่อย่างใด แต่จะทำอย่างไรในเมื่อสังคมชี้หน้าว่านั่นคือสิ่งชั่วร้าย คนที่อยู่ในกฎเกณฑ์มาตลอดเริ่มทำผิดกฎเสียเอง ละทิ้งทุกอย่างอย่าง ยอมสู้กับทุกคนเพื่อปกป้องคนคนเดียว ฝ่าฝืนหลักปฎิบัติของตระกูลครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อช่วยคนที่รักแต่ก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้ ดีดฉินถามไถ่วิญญาณนาน 16 ปีอย่างไม่รู้จุดหมาย ดื่มสุรากระทั่งเมาหมายไม่รู้สติ ยอมลิ้มรสความเจ็บปวดอย่างที่เขาเคยพบเจอเพื่อให้รู้สึกถึงเขา คำพูดมากมายที่ไม่อาจเอ่ยออกไป เมื่อได้เขากลับมาแล้วจึงไม่อาจยอมปล่อยให้ห่างกายอีก

ข้าอยากพาคนผู้หนึ่งกลับอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ พากลับไป แล้วซ่อนเขาไว้
 
สารภาพเลยว่าตอนประกาศรายชื่อนักแสดงมายังอดคิดไม่ได้ว่าจะไหวเหรอ แต่พอซีรีส์ฉายเรากลับรู้สึกประทับใจการแสดงของอี้ป๋อมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่หลานจ้านเป็นตัวละครที่พูดน้อยแต่ทำเยอะ การแสดงออกทางสีหน้าก็ไม่สามารถทำได้มากเหมือนคนอื่นๆ ต้องใช้สายตาในการสื่อสารว่าคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร และด้วยอายุที่น้อยกว่าเซียวจ้านถึง 6 ปีแต่กลับได้รับบทที่ต้องมีความสุขุมเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้ การแสดงที่ขยับสีหน้าแบบนับเป็นมิลลิเมตรก็สามารถทำให้คนดูรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเขาได้เป็นอะไรที่เราประทับใจที่สุด


ยิ่งได้เห็นเบื้องหลังยิ่งต้องชื่นชมความทุมเทของทีมงานทุกๆ ฝ่าย เพราะสิ่งเหล่านั้นมันปรากฎออกมาเป็นรูปธรรมให้เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว ถึงแม้ว่าบทซีรีส์จะถูกนำมายำรวมกันจนต่างจากนิยายต้นฉบับพอสมควรก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกผิดหวังอะไร เพราะเมื่อเทียบกับสิ่งที่ยังคงเอาไว้เป็นส่วนสำคัญก็คือความรู้สึกของหลานจ้านและเว่ยอิงแล้วการยอมปรับเปลี่ยนอะไรนิดๆ หน่อยๆ เพื่อความอยู่รอด (ไม่โดนรัฐบาลแบนไปซะก่อน) ก็เป็นเรื่องที่ให้อภัยได้ อีกอย่างเคมีของนักแสดงนำทั้งสองก็ดีมากเสียจนทำให้คนดูแทบจะหน้ามืดเพราะความรักมันเข้าตาจนตาแทบจะบอด!

มาถึงตอนนี้ซีรีส์ได้ฉายจบแล้ว อยากขอบคุณนักแสดงทุกคนทั้งในและนอกเหนือจากที่กล่าวมา ทุกคนล้วนทำความเข้าใจกับตัวละครนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง และรับผิดชอบบทบาทของตัวเองได้ดี สำหรับทีมงานทุกฝ่ายที่ทุ่มเทเป็นอย่างมากกับซีรีส์เรื่องนี้ คุณได้สร้างมาจรฐานใหม่สำหรับการผลิตซีรีส์ที่สร้างมาจากนิยายวาย และเนรมิตรภาพที่อยู่ในจิตนาการของพวกเราออกมาได้อย่างสมศักดิ์ศรี

สุดท้ายนี้ที่อยากจะกล่าวถึงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณโม่เซียงถงซิ่วที่ได้มอบชีวิตให้กับตัวละครที่พวกเรารัก ทุกเรื่องราว ทุกความรู้สึก ทุกข้อคิด ทุกการเรียนรู้ ทุกตัวอักษรที่คุณได้ถ่ายทอดออกมาจะตราตรึงอยู่ในใจของเราและใครอีกหลายๆ คน



ไม่กล่าวคำลา พบเจอวันหน้า ขอบคุณ
SHARE
Writer
CherieB
read and write
ตัวหนังสือคือความในใจที่ไม่อาจระบายออกไปด้วยคำพูด

Comments

iamatraveller
1 month ago
เราประทับใจการแสดงของนักแสดงเรื่องนี้มากๆ ยิ่งเว่ยอิงกับหลานจ้าน เป็นคู่หลักที่เป็นที่รักสุดๆ
Reply
AkaruiMirai
29 days ago
เราก็ดูเรื่องนี้ค่ะ ตามทุกทางเลย นิยาย มังงะ อนิเมะ และ ซีรี่ย์ เรารู้สึกว่าตัวละครทุกตัวราวกับหลุดมาจากนิยายเลยค่ะ มาสนับสนุนผลงานดีๆด้วยกันต่อไปนะคะ
Reply