กว่าจะได้เป็น "ครูคืนถิ่น"
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านมันไปให้ได้ แต่ทุกครั้งก็ผ่านมันมาได้ทั้งที่มันไม่เคยง่ายเลยสักครั้ง
การให้กำลังใจตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุดของนักสู้ 2B "สู้ๆเราเก่งอยู่แล้ว"
โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น 2560นี่คือจุดเริ่มต้นในการต่อสู้ของเรา เรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้คือเรื่องจริงผ่านจอ ผ่านการฝึกจริง ล้มจริง เจ็บจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน

"ครูคืนถิ่น" คืออะไร ?เราได้ยินคำนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในสมัยเรียนอยู่ปีที่ 4 
จากความเข้าใจของเราเอง เราเข้าใจว่า "ครูคืนถิ่น คือ การค้นหาครูที่มีความพร้อมที่จะเป็นครูในท้องถิ่น เพื่่อพัฒนาท้องถิ่น โดยคัดเลือกผู้ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้นๆ มาเพื่อทำหน้าทีี่ครูในเขตจังหวัดนั้นๆ " 
เราสนใจโครงการนี้มาก เราอยากอยู่บ้านนอก เราอยากสอนในท้องถิ่น เราอยากอยู่ใกล้พ่อแม่ เราอยากดูแลครอบครัวใกล้ๆนี่คือความตั้งใจเดียวที่ผุดขึ้นในสมองอันว่างเปล่าในตอนนั้น มีคนบอกว่าเราเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ มันก็เป็นจริงตามนั้น 
เราเดินช้า เราจึงต้องรีบเดินก่อนคนอื่น ระหว่างที่เราเดินคนอื่นอาจไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องรีบขนาดนั้น เราคิดในใจ "อะไรที่เราอยากได้มากๆ เราต้องพยายามมากๆเพราะนั่นถือว่ามันคือสิ่งสำคัญมากๆ"
เราได้รับแจ้งข่าวการเปิดโครงการครูคืนถิ่นในช่วงก่อนที่เราออกสังเกตการสอน หากจำไม่ผิดคงเป็นช่วงเดือน พ.ย. 2560 หลังจากนั้นถัดมา 1 สัปดาห์ เราสืบหาข้อมูลว่าเราต้องอ่านอะไรบ้าง เตรียมอะไรบ้าง เน้นจุดไหน

อุุปสรรคเริ่มมาทดสอบตั้งแต่วันแรกของการสมัครสอบ
...รอคิวจ่ายค่าสมัครสอบยาวเหยียด แถวยาวจากธนาคารสีฟ้าจนถึงหน้าประตูห้าง 
...รอตั้งแต่ห้างเปิดจนถึงเที่ยง ระบบหน่วยสอบยังไม่เปิดให้ชำระเงิน กระทั่งเที่ยงครึ่งจึงได้จ่าย
...เอกสารหลายอย่างมีปัญหาจนเกือบส่งเอกสารใบสมัครไม่ทัน (แต่เราก็ผ่านมันมาได้)

เราเริ่มต้นเตรียมความพร้อม : เราเตรียมความรู้
...เราโหลดความรู้ที่ต้องอ่านสอบจากเพจที่ใจดีแจกให้ฟรีๆ  เราโหลดมาหลายเล่ม เย็บเล่มทำหน้าปกสวยงาม
...เราซื้ออุปกรณ์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์์สำหรับอ่านหนังสือมากองท่วมหัว แล้วแบกมันไปทุกที่ที่คิดว่าจะอ่านได้ (แม้จะแบกไปเฉยๆซะส่วนใหญ่)
...เราเขียนโน้ตให้กำลังใจตัวเองแปะไว้ผนังทั่วทุกมุมของห้อง (ทั้งๆที่เจ้าของหอเขียนห้ามไว้ว่าอย่าทำ)
...เราเข้าไปติวในเพจติวฟรีหลายๆเพจ โดยที่เราไม่แชร์ไปหน้าฟีด เพราะกลัวว่าคนอื่นจะหมั่นไส้
...เราใช้เวลาช่วงว่างจากการสังเกตการสอนอ่านหนังสือ แต่ด้วยความที่โต๊ะครูอยู่ในห้องเรียน จึงมีนักเรียนแวะเวียนมาถามบ่อยๆว่าครูอ่านอะไร มันเป็นบททดสอบความอดทนชั้นดีที่เดียว...มันทำให้้เราต้องพลิกกลับมาอ่านหน้าเดิมอยู่หลายรอบ จนจำได้ทุกคำในหน้านั้นๆ
...เรากระตุ้นเพื่อนๆในกลุ่มเพื่อให้เริ่มอ่านเริ่มเตรียมตัว เพราะเราอยากมีเพื่อนที่คุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้...เราลากเพื่อนมาได้ 1 คน จาก 3 คน เพื่อนคนนี้ขยัน ตั้งใจ และต้องการตำแหน่งครูคืนถิ่นเหมือนเรา เพื่อนกับเราอยู่คนละจังหวัด (นั่นไม่ใช่ประเด็น) เราสนิทกันมาก เราเริ่มต้นอ่านก่อนเพื่อนคนนี้ เราจึงเดินนำหน้าสองสามก้าว จากนั้นเราจึงเริ่มอ่านหนังสือและแลกเปลี่ยนความรู้กันทุกวัน จนเราเดินพร้อมกัน เรากับเพื่อนท่องจำทุกอย่างที่คิดว่าจะออกสอบ ทั้งคุณธรรมจริยธรรม (จำได้เสมือนคนมีศีลธรรมในหัวใจ) ,วิชาการศึกษา, จิตวิทยาความเป็นครู, ชื่อนักจิตวิทยาและทฤษฎีต่างๆ, พรบ.การศึกษา, พระบรมราโชวาท, พระราชดำรัส, ข่าวพี่ตูน, คำพูดพี่ตูน รวมทั้งหัดเขียนให้สวยๆ แต่มากกว่าความมุ่งมั่นในสิ่งเดียวกันของเราดับเพื่อนแล้ว มันยังทำให้เราได้เห็นว่าเราทั้งคู่อยากดูแลครอบครัวให้สุขสบายจากการกระทำของเราในวันนี้
...เรากับเพื่อนคอยให้กำลังใจกันตลอดเวลา
สู้เพื่อแม่!!! สู้เพื่อพ่อ!!! ฉันจะเป็นครูคืนถิ่น!
จากการเตรียมตัวของเราในระยะเวลาเกือบ 2 เดือน นี่คือสิ่งที่เราได้
...สมุดสรุปความรู้ครูคืนถิ่น 3 เล่ม
...อ่านหนังสือจบ 5 เล่ม เล่มละ 2-3 รอบ
...เขียนโพสอิท แปะไว้ผนังแบบไม่เหลือที่ว่าง แม้กระทั่งตู้เสื้อผ้า 
...เรามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์
ก่อนถึงวันเดินทางไปสอบเราสอบที่ศูนย์สอบ จ.อุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี (UDRU) เราเป็นผู้ดำเนินการเรื่องที่พัก การเดินทาง ค่าใช้จ่าย (เราเคยสอบติดและเกือบจะเป็นนักศึกษาที่นั่น) 
...เดินทางไปสอบด้วยรถบัส พร้อมเพื่อน 3 คน 
...ไปถึงอุดร ต่อรถสองแถวไปที่พัก ลงรถแล้วเดินหาที่พัก เดินอยู่เกือบ 3 ชม.ยังไม่ถึงที่พัก เพราะเข้าไปหลงทางอยู่ในสวนสาธารณะหนองประจักษ์ จะชวนกันว่ายน้ำข้ามฝั่งก็กระไรอยู่
...เราและเพื่่่อนต่างฝ่ายต่างเตรียมตัวกันจนถึงเที่ยงคืน เกือบลืมนอน เกือบลืมไปว่าสอบเก้าโมงเช้า
ออกจากห้องสอบเราหน้าซีดจนเพื่อนคนนึงหยิบยาดมให้ คนนึงหยิบน้ำเปล่าให้ อีกคนหยิบลิปสติกให้
ทำข้อสอบไม่ทัน
รีบจับโทรศัพท์ส่งข่าวให้พ่อกับแม่ฟัง ทำข้อสอบไม่ทัน เราพยายามควบคุมสติไม่ให้แม่ฟังเสียงแล้วรู้ว่าเรากำลังจะร้องไห้ 
ในห้องสอบไม่มีนาฬิกาบอกเวลา ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามกฎ ถูกต้องแล้ว...แต่ทำไมห้องสอบอื่นกรรมการคุมสอบถึงฉายนาฬิกาแสดงเวลาให้ผู้สอบรู้ด้วยล่่ะ!
ความรู้สึกเราในตอนนั้นคือ...ทำไมมันถึงไม่ยุติธรรม ไม่มีก็ต้องไม่มีเหมือนกันทุกๆสนามสอบ เราเอาแต่โทษว่าเพราะไม่มีนาฬิกาบอกเวลาเราเลยทำไม่ทัน เพื่อนสนิทของเราก็ทำไม่ทัน เมื่อเทียบกับเราแล้ว ถือว่าเราทำได้เยอะกว่าเพื่อนคนนี้ 90% นั่นมันทำให้เราไม่ต้องพูดอะไรกันมากเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกเสียดายและโกรธตัวเองขนาดไหน..."เพื่อนคงเสียใจมากกว่าเรา"

หลังสอบเสร็จเราและเพื่อนกลับโดยอาศัยรถของเพื่อนซึ่งมากับพ่อและแม่ ก่อนกลับได้แวะเที่ยวกัน แต่วันนั้นเราหดหู่ทั้งวัน แทบไม่อยากคุยกับใคร กินอะไรไม่ลง
ไม่อยากเห็นโพสอิทที่ติดอยู่ในห้องเมื่อกลับมาถึงห้อง เรารีบร้อนดึงโพสอิทที่ติดความรู้สอบออกจากทุกซอกของผนังห้อง เก็บสมุดหนังสือทุกอย่างที่เกี่ยวกับครูคืนถิ่นซ่อนไว้ในกล่อง เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายจนตาบวม ไปเรียนแทบจะไม่คุยกับเพื่อนเรื่องหลังสอบ 

จนกระทั่งวันประกาศผลสอบ
เราสอบผ่านเกณฑ์ข้อเขียนวันประกาศผลสอบ...เรายังช่วยงานทำบุญอยู่ที่บ้าน มือเรายังจับมีดหั่นเนื้อหมูเพื่อเตรียมทำอาหารเลี้ยงแขกในงาน เราได้รับโทรศัพท์จากแฟนที่ติดตามรอดูผลสอบให้ (กลับมาบ้านเราไม่มีเน็ต) เรารีบล้างมือที่เปื้อนมันหมูออก แล้วรับสาย 
...ใจเราเต้นรัวแทบหลุดออกมากองกับพื้น
...เรารีบวิ่งกลับบ้านเพราะกลัวว่าตัวเองจะกรี๊ด แล้วแขกในงานจะตกใจ 
...รวบรวมสติแล้วกลับไปบอกแม่ว่าสอบผ่าน 
" แต่แม่อย่าบอกใครนะ! " เรากำชับแม่ 
เราไม่ได้บอกเพื่อนบ้านหรือญาติคนไหนว่าเราสอบผ่าน เพราะไม่แน่ใจว่าเราจะผ่านได้ถึงด่านสุดท้ายรึเปล่า...มันจึงเป็นความลับที่รู้เพียงไม่กี่คนเพื่อนคนนั้นเขาสอบไม่ผ่าน
เราไปสอบด้วยกัน 4 คน สอบผ่่่าน 2 คน และเพื่อนที่เราขอกลับด้วยหลังสอบเสร็จก็สอบผ่าน
รอบสอบสัมภาษณ์

เราเตรียมแฟ้มผลงานและแผ่นพับที่พยายามหัดทำอยู่เป็นอาทิตย์ เพราะไม่ถนัดใช้คอม(เรื่องทางการเราไม่คล่อง เรื่องไร้สาระเราถนัด)...ปรากฏว่าพอถึงวันสอบสัมภาษณ์ "ห้ามนำเข้าห้องสอบ" เข่าแทบทรุด แต่ไม่เป็นไร...เพื่อนคนอื่นๆก็ทำมาแล้วไม่ได้ใช้เหมือนกัน

ประกาศผลสอบสััััมภาษณ์
เราผ่่านรอบนี้ไปได้ เพราะเขตเรารับ 5 อัตรา มีคนสอบผ่านเกณฑ์มา 4 คนจึงไม่มีีีีใครถูกคัดออกเหมือนกับเขตอื่่นๆ
รอรายงานตัวทีี่มหาวิทยาลัยของตัวเอง...เราผ่านด่านนี้
รอส่งเอกสารยันยืนการเข้าร่วมโครงการ
...เราผ่านเรียบร้อย
เอกสารส่งผิดพลาดจากความเข้าใจผิดของ... จึงถูกตีกลับทั้งมหา'ลัย 
...เราทุกคนรีบแก้ไขให้ถูกต้องและส่งกลับไปใหม่
...เอกสารเรียบร้อย
สอบภาษาอังกฤษต่อไปคือสู้กับตัวเอง! จะเป็นครูคืนถิ่นต้องผ่านการทดสอบด้านภาษาอังกฤษ...ลองดูสักตั้ง!
ตามเกณฑ์การรับสมัครแจ้งไว้ชัดเจนว่าผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นต้องผ่านการทดสอบด้้้้้้้้้้้้้้้้้านภาษาอังกฤษ มีการสอบหลายรูปแบบให้เลือกตามความถนัด และมีคะแนนที่ต้องผ่านกำหนดไว้ด้วย มี TOEIC, CU-TEP, TOEFL ITP, TOEFL IBT, IELTS เราจำเกณฑ์คะแนนทั้งหมดไม่ได้ แต่เอกภาษาอังกฤษจะต้องได้คะแนนสูงกว่าเอกอื่นๆ 
เอาล่ะ! ครูไทยสอบอังกฤษ
เราเลือกเตรียมสอบ TOEIC เพราะคิดว่าคงจะง่าย เพราะคนสอบกันเยอะ การเตรียมตัวของเราเริ่มจาก
1. ติวฟรีจากเพจใน facebook 
2. ติวฟรีจากติวเตอร์ และหัดทำข้อสอบ past listening จาก you tube
3. ซื้อหนังสือมาแต่ไม่อยากอ่าน เน้นฟังและดูเป็นหลัก
4. เราเริ่มอ่านเริ่มติวเองเงียบๆ 
ลงสนามสอบ TOEIC ต้องการ 450 คะแนน ลองสอบครั้งแรก เมื่อ ก.ค. 2561 จัดสอบที่มหา วิทยาลัยของเราเอง (ตอนนี้เริ่มต้นออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู)
...ได้คะแนน 290 จากคะแนนเต็ม 990 

สอบครั้งที่สอง เมื่อ ส.ค. 2561 ที่ศูนย์สอบกรุงเทพฯ (ช่วงนี้โรงเรียนปิด 2 สัปดาห์ เพราะใช้เป็็็็็็็็นศูนย์ฝึก รด.)
...ได้คะแนน 355 

สอบครั้งที่สาม เมื่อ ต.ค. 2561 ที่ศูนย์สอบกรุงเทพฯ 
...ได้คะแนน 365 

สอบสามครั้ง คะแนนยังไม่ถึง 400 เลยเรา

เราห่างหายจากการสอบไปหลายเดือนเพราะยุ่งอยู่กับงานสอน งานที่โรงเรียน งานเอกสารที่ต้องส่งมหา'ลัย 
...เราพยายามปลุกใจตัวเองให้ลุกขึ้นสู้วันละหลายๆครั้ง เพราะเมื่อเราเดินแล้วล้ม กำลังใจเราจะลดหายไปด้วย
...เราวาดฝันไว้ในใจถึงสิ่งที่เราจะได้ตามมาเมื่อเราสอบผ่าน มันทำให้้เราอยากกลับมาสู้อีกครั้ง
จากนั้นเราจึงกลับมาตั้งหลักเพื่อจะสอบอีกรอบ
เราจองที่นั่งสอบล่วงหน้าไว้แล้ว 1 เดือน และใช้เวลา 2 สัปดาห์หลังเรียนจบกลับมาฝึกอีกครั้งทั้งวันทั้งคืน

สู้อีกครั้ง! หลังเรียนจบสอบครั้งที่สี่ เมื่อ มี.ค. 2562 สอบที่มหาวิทยาลัยของเราอีกครั้ง (เราฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจบแล้ว เราเรียนจบแล้ว)
...ได้คะแนน 570 คะแนนเกินเป้ามา 120 คะแนน (สอบครั้งแรกที่นี่แล้วไม่ผ่าน รอบที่ผ่านก็สอบที่นี่เช่นกัน)
เราสอบผ่านแล้ว จนกระทั่งถึงวันนี้...เราถึงกล้าบอกเพื่อนบ้าน บอกคนอื่น ให้รู้ว่าเราสอบได้ครูคืนถิ่น เพราะเราทำมันได้แล้วเราทำรีวิววิธีการฝึกทั้งหมดที่เราใช้ รวมทั้งเพจต่างๆที่เราอาศัยติวฟรี
เราสมัครสอบไว้อีกที่ในมหา'ลัย จังหวัดเดียวกัน เพราะจ่ายค่าสมัครไปแล้วจึงอยากลองสอบอีกครั้ง 

สอบครั้งที่ห้า เมื่อ เม.ย. 2562 
...ได้คะแนน 530 สอบผ่านอีกครั้ง

เราสอบทัั้ั้งหมด 5 ครัั้ั้งสอบผ่านในครั้งที่ 4 และ 5
ในขณะที่เพื่อนบางคนสอบผ่านในครั้งเดียว
บางคนสอบผ่านในสิบครั้งหรือมากกว่านั้น
...ให้ถือซะว่าวันที่ไม่ผ่านมันยังไม่ใช่วันของเรา

ส่่่่่่่่งเอกสารเพื่อรายงานตัว ที่กรุงเทพฯ สกอ.(เดิิม)
มาถึงขั้นนี้จึงกล้าพูดเต็มปากกว่าเดิมว่าเราเป็นครูคืนถิ่น 
...ส่งเอกสารรายงานตัวเรียบร้อย
...เตรียมชุดตรวจการณ์ ชุดปกติขาว ชุดทำงาน เรียบร้อย (ได้รับการสนับสนุนหลักจากพ่อกับแม่และคุณอาข้างบ้าน)
เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์
สอบสัมภาษณ์เพื่อใช้คะแนนมาเรียงลำดับเลือกโรงเรียน
เขตเรามี 5 อัตรา สอบผ่าน 4 คน จึงมีรายชื่อโรงเรียน 5 โรงเรียน
"เรายังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะเลือกที่ไหน"
เดือน ส.ค. 2562 นี้ เป็นโค้งสุดท้ายสำหรับเพื่อนๆว่าที่ครูคืนถิ่นที่ยังสอบไม่ผ่านแต่ยังพยายามอยู่ เราเป็นกำลังใจให้นะ
เราอยากให้เพื่อนที่เดินทางมาถึงจุดนี้ได้เดินผ่านไปอีกก้าวด้วยกันทั้งหมด เพราะกว่าจะเดินมาได้ขนาดนี้ เราแวะพักข้างทาง เราได้กำลังใจ เราเหนื่อย เราท้อ เรากดดัน เราอยากวางแต่วางไม่ได้...."เราหยุดยืนรอเพื่อนที่กำลังเดินอยู่นะ"

ฝากถึงเพื่อนที่ไม่ได้อยู่ในโครงการครูคืนถิ่นนี้
เรายังมีโอกาสสู้ ความเป็นครูยังครุกรุ่นอยู่ในตัวของเราทุกๆคน ขอให้มุ่งมั่นเพื่อสิ่งที่เรารัก ...ยิ่งรักมาก ยิ่งต้องพยายามมาก
เป็นกำลังใจให้นะคะ :)

SHARE
Written in this book
The inspiration
Writer
iROAMon
Lover, Backpacker
Welcome to my lifestyle : บางมุมของฉัน ใช่ว่าทุกคนจะรู้จัก

Comments