ทริปตามล่าหาไก่งวง วันที่ 2 (Part 1) ง่วง โง่ งง
อย่างที่เล่าไปตอนก่อนว่าฉันเลือกเดินทางจากอิสตันบูลไป Selcuk ด้วยรถนอน หลังจากขึ้นรถเสร็จก็เอาโทรศัพท์สองเครื่องมาชาร์จ เอาขวดน้ำมาวางไว้ใกล้ ๆ สุดท้ายจัดระเบียบการท่านอนและสลบไป 

หลังจากนอนตายไปได้พักนึง รถจอดก็จอดพักเวลากลางดึกน่าจะซักช่วงเที่ยงคืนกว่า ๆ ฉันเดินลงมาจากรถด้วยสภาพหนาวปากสั่น สภาพเมาขี้ตา แต่ยังมีสติสตังจะมองสถานที่รอบข้างอยู่บ้างว่ารถจอดตำแหน่งไหนล็อคไหน ทะเบียนรถอะไร และรีบโกยแน่บไปห้องน้ำ รีบทำธุระรีบเดินออกมา เป็นการเข้าห้องน้ำที่ทำเวลาเร็วมาก ที่รีบคือไม่ได้ปวดอะไรหรอก แต่มันเป็นอาการหลอนของคนไปเที่ยวคนเดียวว่า เขาจะออกรถไปก่อนโดยที่ยังไม่รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่บนรถมั้ย

เมื่อฉันเดินออกมาและเห็นว่ารถก็ยังจอดอยู่ที่เดิม ทุกคนก็ยังดูชิล ๆ ก็เลยกวาดตาสำรวจสถานที่รอบ ๆ  เงยหน้ามองฟ้าก็พบว่าแหม่...ดาวสวยเชียว จะไม่สวยยังไงไหวเพราะไอ้ที่พักรถนี่มีความ in the middle of nowhere มาก ๆ รอบ ๆ ข้างไม่มีอะไรเลยนอกจากความมืด ไม่มีสิ่งปลูกสร้างอะไรใด ๆ ตอนนั้นก็คิดว่า ถ้าเกิดออกมาแล้วรถไม่อยู่กูจะต้องทำยังไงต่อไปวะเนี่ย ต้องนั่งหลับในที่พักรถหนาว ๆ จนกว่าจะมีรถไป Izmir คันอื่นมาสินะ เพื่อความปลอดภัยขึ้นรถไปหลับเอาแรงต่อดีกว่า

ขณะที่กำลังนอนอุ่น ๆ อยู่นั้นก็มีมือชายฉกรรจ์มาจับตัว "ยู ๆ ตื่น ๆ ถึงแล้วลงได้" ฉันก็อยู่ในสภาพงงง่วง รีบ ๆ โกยของใส่กระเป๋าสะพาย และรีบลงมาเอากระเป๋าข้างล่าง เอาล่ะถึงแล้ว Izmir แต่ไหนบอกว่าจะถึง 8 โมงเช้าไงเฮ้ย! นี่ยังไม่ 6 โมงเลย  สภาพท่ารถในเวลานั้นรกร้างไร้ผู้คนคน (แน่สิหกโมง!) มืด ๆ มีลมแรงพัดกระดาษที่อยู่บนพื้นปลิว บรรยากาศวอล์คกิ้งเด้ดมาก คือกูเนี่ยแหละที่เดินเด้ด ๆ หนาวปากเขียวปากสั่น ไม่ได้การแล้วต้องหาที่นั่งตั่งหลักก่อน เห็นแสงไฟเรืองๆ เจอร้านเบเกอรี่เปิด ไชโย รอดตายแล้วโว้ย 

ร้านเพิ่งอบพวก Pastry เสร็จกลิ่นนี่หอมหวลมาก ไม่หิวเลย แต่จะเข้าไปนั่งอ้วนๆ อุ่นๆ เฉยๆ แม่งก็น่าเกลียด เลยยอมจ่ายค่านั่งเป็นชา1แก้ว ด้วยความคันอยากจะบอกชาวโลกว่า กูมาถึง Selcuk แล้วนะก็เลยจะหยิบหัวเหว่ยมาถ่ายรูปชา เอ๊ะ อยู่ไหนวะ ทำไมเจอแต่ไอโฟน (นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมฉันต้องบอกไว้ตอนแรกว่าฉันมีโทรศัพท์สองเครื่อง) หยิบทุกสิ่งออกมาจากกระเป๋ามากองบนโต๊ะ …ไม่อยู่ มันไม่อยู่จริงๆ เยี่ยมค่ะ ประมวลผลเหตุการณ์กลับไปปรากฏว่าหูตาแตกรีบลงจากรถ หยิบของมาทุกอย่างแม้กระทั่งขวดน้ำสองขวดแต่เสือกลืมโทรศัพท์ อิบ้าาาาา
 
อยากจะไปติดต่อมนุษย์ที่bus office แต่ก็เช้าเกินที่สิ่งมีชีวิตใดจะตื่นขึ้นมาทำงาน ก็เลยทำสิ่งที่พอจะทำได้คือเมลไปแจ้ง customer service ลองโทรไป Call center ก็เตอร์กิชล้วน มึงไม่คิดจะมีประโยคออโต้อย่าง "For English please press 9" บ้างเหรอถามจริง กด 0 ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นเลย ช่างแม่งวางสายดีกว่า ทำอะไรที่พอจะทำได้ไปหมดแล้ว ก็นั่งจิบชาต่อไปชิล ๆ มองผู้มองคนนั่งรอเวลาไปเรื่อย ๆ พอรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกผิดขึ้นมาหน่อยๆ ว่าทำไมกูชิลจังวะ แต่ก็เอาเหอะ มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนี่หว่า 

นั่งแช่จิบชาฆ่าเวลาไปเรื่อย ๆ จนประมาณเจ็ดโมงครึ่งก็เห็นว่าเริ่มมีผู้คนและสิ่งมีชีวิตตามท้องถนนบ้างแล้ว ก็เลยเดินไปท่ารถ เจอคุณลุงใน Office ขายตั๋วของรถเจ้าที่เรานั่งมานั่นแหละ เลยบอกลุงไปว่า หนูลืมโทรศัพท์ไว้บนรถอะค่ะลุง แจ้งลุงว่านั่งรถจากที่ไหนมา รอบกี่โมง นั่งที่เบอร์อะไรแล้วก็แจ้งลุงไปว่า ลืมไว้ตรง pouch ข้างหน้าอะค่ะ (ที่มันจะเป็นเหมือนกระเป๋าจิงโจ้ตรงเบาะด้านหน้าเราเอาไว้ให้ใส่ของน่ะ) ไม่รู้ว่าลุงเห็นฉันหน้าดูง่วง โง่ และ งงรึเปล่า เลยขอหางตั๋วไปเพื่อความชัวร์ว่าอีเบ๊อะนี่จะไม่บอกอะไรผิด ลุงโทรคุยกับใครซักคนหนึ่งอยู่แป๊บนึงแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาบอกเราว่า เจอละๆ อยู่ใน pouch เดี๋ยวรถจะขับกลับมาที่ท่ารถ ซัก 11 โมงก็เดินมาเอาโทรศัพท์ได้เลย ฮูเร่ อย่างน้อยความโง่ของฉันก็ได้รับการแก้ไขแล้วล่ะวะ

เมื่อมั่นใจแล้วว่าจะได้โทรศัพท์คืน การนั่งรอก็ไม่มีประโยชน์อะไร ไปเช็คอินแล้วล้างหน้าแปรงฟันดีกว่า ที่สำคัญอยากเอาเป้ไปเก็บด้วย (กูเบื่อมึงเหลือเกินเนี่ยอิเป้อ้วน) ก็เลยเดินไปตามหาโรงแรมที่กูเกิลบอกว่าเดินไปก็ไม่ไกล ยังดีที่กูเกิลไม่หลอกและกูก็ไม่หลง ถึงโรงแรมภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว 

โรงแรมที่เราไปนอนก็เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ไซส์ไม่น่าจะเกิน 10 ห้อง อยู่กันไปชิล ๆ ด้วยความที่ไปเช้าเกินเลยยังเช็คอินไม่ได้ แต่ป้าแม่บ้านโรงแรมก็ให้เก็บกระเป๋า ใช้ห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟัน และกินข้าวเช้าได้ (ประหยัดไปอีก 1 มื้อ สบายละกู) ในระหว่างที่นั่งยืดยาดกินข้าวเช้าไปเรื่อย ๆ พนักงานโรงแรมก็มานั่งคุยด้วย จากคำบอกเล่าคุณพนักงานเป็นชายเติร์กวัย 29 รับ 2 จ๊อบเป็นครูสอนเด็กประถมภาคกลางวัน และมาประจำที่โรงแรมตอนกลางคืนเพื่อหาเงินและฝึกภาษา พอรู้ว่าฉันเป็นคนไทย ฮีก็ยิ่งเม้าท์หนักบอกว่าฟังเพลงไทยด้วย คุยกันไก่กาสาระไม่ค่อยจะมีกันไปพักหนึ่ง ฮีก็ขอไลน์ไปและออกเวรไปนอน ส่วนฉันก็ออกไปรับโทรศัพท์กลับมาสู่อ้อมอก

เดินไปถึงท่ารถ นั่งรออยู่แป๊บนึงลุงก็เรียกให้ไปเอาโทรศัพท์คืน อาเว่ยลูกรัก (ชื่อเล่นของหัวเหว่ย) กลับมาหม่าม๊านะลูก เอาล่ะโทรศัพท์ก็ได้คืนแล้ว เอาล่ะเที่ยวดีกว่า


 

SHARE
Written in this book
Find turkey in Turkey
การเดินทางตามล่าหาไก่งวง (turkey) 🦃 ในประเทศตุรกี (Turkey) ดินแดนซึ่งเป็นที่มาของชื่อไก่งวง การเดินทางนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 28 ตุลาคม 2018 จากกรุงเทพสู่กรุงอิสตันบูล ต่อไปที่เมืองหลัก ๆ ได้แก่ Selcuk, Denizli, Goreme, Gaziantep และกลับมาที่อิสตันบูล

Comments