คิดสักนิดเมื่อชีวิตเจอปัญหา
ชีวิตเป็นเรื่องท้าทายครับ
มันมักมีปัญหาให้เราขบคิดตัดสินใจอยู่เรื่อยๆ
"ทักษะการแก้ปัญหา Problem Solving" 
จึงเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยและดูเหมือนจะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆในยุคที่มองไปที่ไหนก็เจอแต่ปัญหา

Problem solving ไม่ใช่เพียง Skill set แต่มันคือ
"Mindset" คือกระบวนการความคิด
ที่เชื่อว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงแก้้ไขได้

ลองคิดภาพโลกใบนี้ดูสิครับถ้ามาร์ติน ลูเธอร์คิงเนลสัน แมนเดลา หรือแม้กระทั่งคนอย่าง 
สตีีีฟ จอบส์ คิดว่าสิ่งรอบตัวเขา
ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
โลกของเราจะหน้าตาเป็นเช่นไร....?

มนุษย์มักมี Mindset ในการแก้ปัญหาต่่่างกัันครับ

ลองมาเริิ่มดูแบบที่ 1 ทีี่เรียกว่า "น้องลูกท้อ"
คือเมื่อเจอปัญหาเราจะยอมจำนนกับมัน 
จะบอกตัวเองว่าฉันทำไม่ได้หรอก
"ไม่นะ"...ถ้าฉันทำผิดพลาดคนอื่นคงหัวเราะเยาะฉัน

จะโทษคนอื่น โทษสิ่งแวดล้อม
"ปัญหานี้เป็นเพราะว่า….."
"ไม่ใช่ความผิดของฉัน…..เพราะงั้นฉันไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ….."

แบบที่ 2 เราเรียกว่า "ลุงติงลี่"
คนที่มีแนวความคิดแบบนี้เมื่อเจอปัญหาก็พร้อมที่จะแสดงความเห็นวิจารณ์ติติงความคิดของผู้อื่น
และเมื่อค้นพบเจอจุดผิดพลาด คนลักษณะนี้จะไม่รีรอที่จะยืนยันความถูกต้องของตัวเองและซ้ำเติมความผิดพลาดของผู้อื่น
"นั่นไงเห็นไหมฉันบอกแล้ว....วิธีนี้มันไม่ Work"

เขาจะเห็นความผิดพลาดของคนอื่นอย่างมากมายแต่น้อยครั้งมากที่เขาจะลงมือทำ
อาจเป็นเพราะด้วยวิจารณ์คนอื่นไว้เยอะ
ถึงไม่กล้าพอที่จะรับความผิดพลาดของตัวเองได้

การวิจารณ์คนอื่นเป็นเรื่องง่ายครับและการลงมือทำมักเป็นเรื่องยาก คนลักษณะนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่เขาพร่ำแต่พูดมันไม่ได้ช่วยให้ปัญหาถูกแก้ไขเลย

แบบที่ 3 "คุณทอฝัน"
คนแบบนี้จะมีความคิดล่องลอยอยู่เต็มหัวไปหมด
แต่กลับไม่ลงมือทำสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้น
" ไว้พรุ่งนี้ก่อน หรือรอให้ฉันพร้อมฉันจะทำ..."

แบบที่ 4 "พี่มานะ"
คนแบบนี้ไม่เคยกลัวปัญหาครับกล้าเผชิญกับปัญหาและลงมือทำทันที เขามีชุดความคิดที่เชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเพราะเราไม่ทุ่มเทลงมือทำมากพอแต่เขากลับไม่สนใจว่าต้นตอของปัญหามันคืออะไร?

"ฉันไม่ยอมแพ้ ฉันจะลงมือทำจนกว่ามันจะสำเร็จ"

"มานั่งวิเคราะห์ถึงปัญหามันเสียเวลา การลงมือ แก้ปัญหาและลงมืือทำอย่างทันที สำคัญสุด"
การพุ่งชนปัญหาคือสิ่งท้าทายสำหรับเขา

คุณเคยแก้ปัญหาด้วย 4 วิธีดังกล่าวหรือเปล่าครับ?

หรือคุณแก้ปัญหาแบบ "คุณปัญญา"
คนแบบนี้จะวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาก่อน
เมื่อเข้าใจสาเหตุที่ถ่องแท้จึงเริ่ม"วางแผน"
ได้แผนที่แน่นอนจึงเริ่มลงมือทำ 
ในระหว่างที่แก้ปัญหากับพร้อมเสมอที่จะปรับเปลี่ยนแนวทางหากพบวิธีการที่ดีกว่า
การแก้ปัญหาจะมีทัศนคติที่เป็นบวก
เชื่อว่าทุกอย่างสามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้

แม้เราจะควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้
แต่เรายังสามารถควบคุมวิธีการตอบสนอง
ต่อสถานการณ์นั้นได้

"โอเคปัญหานี้จะต้องถูกแก้ภายใน 3 เดือน.."
"นี่คือปัญหา เรายอมรับมันแต่เราจะไม่ยอมเป็นเหยื่อเราจะหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้.."
"อะไรคือปัญหาที่แท้จริง,อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง"
"ถ้าเราจะแก้ปัญหานี้เราจะต้องลงมือทำ 1.. 2.. 3.."
"แผนที่ลงมือทำเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรผิดพลาดหรือถ้ามันดีแล้วเราทำดีกว่านี้อีกได้ไหม?"

ในวันที่เราควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราไม่ได้
ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย

ผู้ชนะคือผู้ที่"ควบคุม"สิ่งที่เกิดขึ้นได้ครับ

แน่่่่นอนเรา"ควบคุม"ไม่ให้มีปัญหา..ไม่่ได้หรอกครับ
แต่เราควบคุมวิธีการตอบสนองและแก้ปัญหานั้นได้

ขั้นตอนแรกของการแก้ปัญหา
"คือการยอมรับว่ามีปัญหา"

ทำความเข้าใจปมของปัญหา
แล้วค่อยๆแก้เชือกทีละปมนะครับ
เชือกพี่ยุ่งเหยิงจะค่อยๆคลายตัวในไม่ช้า
ผมเชื่อมั่น...และเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

กัปตันหมี

Cr: No Problem by Ken Watanabe 
SHARE
Written in this book
Happiness
Writer
CaptainMhee
Storyteller
"กัปตันหมี" ถ้ามีเพียงสิ่งเดียวที่ผมจะมอบให้กับคุณได้ ผมอยากจะบอกว่ามหัศจรรย์เกิดขึ้นได้ในทุกวันของชีวิต ขอแค่เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตจะมี Miracles เสมอ

Comments

SettawutKeng
27 days ago
ชอบมากครับมันเป็นเหตุเป็นผลกันดีครับ หลายๆคนน่าจะได้รับรู้เมื่อรับคิดว่าทุกคนจะใจเย็นขี้นครับ
Reply
CaptainMhee
25 days ago
เตรียมตัวเตรียมใจไว้แก้ปัญหานะครับ