ทริปตามล่าหาไก่งวง วันที่ 1 (จบ) กว่าจะหมดวันฉันแทบหมดลม
ผ่านการเดินทางข้ามภพข้ามชาติ แวะนอนเล่นที่บาห์เรนไป 1 คืน อย่างไม่ตั้งใจ ในที่สุดฉันก็เดินทางมาถึงอิสตันบูล ก็ดีใจอยู่หรอกนะที่ถึงซะที แต่พอคิดถึงสัมภาระที่หอบหิ้วมาด้วยก็รู้สึกคล้ายจะหมดแรงขึ้นมา หมดเวลาเดินตัวปลิวแล้วสิกู 

หลังจากรับเป้น้ำหนัก 10 กิโลมาไว้กับตัว สิ่งที่ทำ 2 อย่างแรกคือแลกเงินและซื้อซิม ประเทศตุรกีใช้เงินสกุลลีรา (Turkish Lira (TL)) ซึ่งสำนักรับแลกเงินต่าง ๆ ในไทยไม่มีให้แลก ต้องแลกเงินดอลลาร์มาก่อน แล้วมาแลกเงิน TL ที่นี่ ตอนแรกคิดว่า ลำบากเดินหาที่แลกเงินอีก ยังดีที่ไม่ต้องใช้ความพยายามกับมันมากขนาดนั้น เพราะระหว่างทางที่เดินออกจากสนามบินเพื่อไปขึ้นรถใต้ดินเข้าเมืองก็จะเจอที่ให้แลกเงินเกลื่อนไปหมด สิ่งที่ทำต่อมาคือซื้อซิม สหายชาวเติร์กของฉันแนะนำให้ใช้ยี่ห้อ Turkcell เพื่อนบอกว่าสัญญาณดีที่สุด ครอบคลุมที่สุดแล้ว ซึ่งคอนเฟิร์มเลยว่าจริง ใครไปเที่ยวตุรกี เราแนะนำ 

เมื่อปฏิบัติภาระกิจที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในเขตสนามบินเสร็จแล้ว เป้าหมายต่อมาคือ เข้าเมืองเพื่อซื้อตั๋วรถสำหรับออกเดินทางไปเมือง Izmir ในคืนนี้ การเดินทางจากสนามบินเข้าไปในตัวเมืองจะเลือกเดินทางโดยแท็กซี่ หรือรถโค้ชก็ย่อมได้แต่แน่นอนว่าคนมีฐานะ (ยากจน) เช่นฉันนี้ รถไฟใต้ดินค่ะ ประหยัดสุด ทางไปรถไฟใต้ดินก็หาไม่ยากตามป้ายไปเดี๋ยวก็เจอ แต่ตอนนี้ เป้แม่งโคตรหนัก ขอเมคชัวร์หน่อยว่า Bus Terminal มันมีที่ฝากกระเป๋า เพราะเราจะไม่เสียแรงฟรี ดังนั้น ก็เลยลองเดินไปที่ Tourist Info ในสนามบิน Tourist Info มันต้องรู้เรื่องพรรค์นี้

แต่...คำตอบที่ได้รับคือ หน้างง ๆ ของลุงคนหนึ่งซึ่งอยู่ในนั้น ลุงตอบว่า “ไม่นะ ไม่มี” อ่าว ยังไงวะ? เลยโทรกลับไปหาเพื่อนที่เคยมาเที่ยว เพื่อนตอบว่า "มันมี แต่มึงต้องถามนิดนึงนะ" อะ โอเคเชื่อเพื่อน เพื่อนว่ามี เราก็ว่ามี พอกันที่กับ Tourist Info แม่งพึ่งไม่ได้เลยให้ตาย ไปหาเอาดาบหน้าที่ Bus Terminal ก็ได้วะ 

เมื่อคิดได้ดังนั้น แล้วก็เลยเดินลงไปรถไฟใต้ดิน กะว่าก็น่าจะซื้อตั๋วผ่านไปได้ชิล ๆ ไม่น่าจะมีอะไร ที่ไหนได้ ยืนงงกับเครื่องไปอยู่พักนึง พยายามมองหาบูทขายตั๋วที่จะมีพนักงานประจำอยู่ก็หาไม่เจอ ก็เลยมั่ว ๆ งง ๆ จนได้บัตรรถไฟฟ้ามา 1 ใบเป็นแบบเติมเงิน มาถึงหมอชิตของ Istanbul ซื้อตั๋ว Overnight Bus 1 ใบ ไป Selcuk อันนี้ไม่ยากหรอก ออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินก็เจอแล้ว เลือกเอาเลยว่าอยากใช้บริการของเจ้าไหน อยากไปถึงปลายทางกี่โมงก็ว่าไป มีให้ช้อปปิ้งเพียบ

ความพีคมันอยู่ที่การตามหาที่ฝากกระเป๋าต่างหาก ในตอนนั้น อยากจะบอกเพื่อนที่บอกว่า "แต่มึงต้องถามนิดนึงนะ" มากเลยว่า "นิดนึงบ้านป้าาาาา" ถามไม่นิดเว้ย เกินนิดไปเยอมากอยู่ ถามตั้งแต่ พนักงานขายตั๋ว เด็กเสิร์ฟ คนขายคีบับ คนขายคีบับร้านข้าง ๆ ลูกค้าร้านกาแฟ คนเดินผ่านไปมา นี่คือแทบจะขอความช่วยเหลือจากคนทั้งหมอชิตอิสตันบูลละ ไม่มีใครรู้เลยว่ามันอยู่ตรงไหน บ้าไปแล้ว มันจะเป็นไปได้ยังไงวะ แต่มันต้องมีดิ 

สรุป เดินไปเจอพี่ชายคนหนึ่งที่ยืนสูบบุหรี่แถวนั้น เขาได้ยินฉันถามหาที่ฝากกระเป๋าอยู่ เขาก็เลยเข้ามาช่วย แน่นอนว่าถ้าเป็นเวลาปกติฉันอาจจะลังเล แต่เมื่อคุณแบกน้ำหนักหลักสิบกิโลอยู่บนหลัง (แม้เป้จะดีมากช่วยกระจายน้ำหนักทำให้มันไม่หนักมากเท่าที่คิดก็ตาม) คุณจะเริ่มรู้สึกว่า อะไรก็ได้แล้วเว้ย แค่ได้เอาเป้ออกไปจากตัวพอ ก็เลยเดินตามพี่เค้าไปง่าย ๆ สรุปที่ฝากกระเป๋าที่เจอ มันก็ไม่ใช่ล็อคเกอร์รูม แต่เป็นร้านขายมือถือที่ซ่อนตัวอยู่ในดงลับ ๆ ซึ่งมีที่เก็บกระเป๋าเป็นพื้นที่เล็ก ๆ อยู่หลังเคาเตอร์ต่างหากจ้าาา ป้ายห่าเหวอะไรก็ไม่ได้มีบอกหรอก อารมณ์ว่าต้องถามเอาน่ะ เหมือนเป็นความรู้ ๆ กันอยู่ของนักท่องเที่ยว (ซึ่งกูไม่รู้ไงเว้ย!) ร้านมือถือคิดค่าฝากกระเป๋าจำนวน 20 TL ก็นับว่าแพงนิดหน่อย ถ้าเทียบกับเวลาประมาณ 5 - 6 ชั่วโมงที่ฉันจะฝากไว้ แต่เอาเถอะนี่ก็ไม่ไหวจะแบกแล้ว เอาเงินซื้อความสบายละกัน

เมื่อปลดภาระลงจากหลังแล้วฉันก็เริ่มการเดินเล่นทอดน่องในอิสตันบูลรอเวลาไปขึ้นรถตอนกลางคืน ในอิสตันบูลการเดินทางแบบประหยัด ๆ ของคุณมี 4 วิธี รถไฟฟ้า รถราง รถเม และเรือ รถไฟฟ้ามันไม่ได้ครอบคลุมละเอียดยิบทุกซอกทุกมุมแบบเมืองใหญ่ในยุโรปอย่างลอนดอน หรือปารีส เพราะฉะนั้นการที่จะพาตัวเองจากที่หมายหนึ่งไปอีกที่หมายหนึ่ง คุณอาจจะต้องเดินทางด้วยพาหนะหลายอย่าง และแต่ละอย่างมันก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่ใกล้ ๆ กัน รถไฟฟ้าสถานีหนึ่งอาจจะอยู่ไกลจากป้ายจอดรถรางก็เป็นได้ ซึ่งเมื่อเป็นแบบนั้นแน่นอนว่านักท่องเที่ยวแบบเราหลงจ้ะ หารถรางไม่เจอ 

วันแรกเลยจบด้วยการเดินมันไปเรื่อย ๆ ในอิสตันบูลโดยมีเป้าหมายคือ Blue Mosque ซึ่งเป็นมัสยิดที่อยากมาเห็นของจริงซักครั้ง เพราะเคยเห็นรูปบนหน้าปกหนังสือเล่มหนึ่งของแม่สมัยที่ฉันยังเด็ก ระหว่างทางฉันก็เดินดูผู้คนตึกรามบ้านช่องไปเรื่อย ๆ และนัดเพื่อนกลุ่มหนึ่งซึ่งบังเอิญมาเที่ยวตุรกีเหมือนกันมาเจอกันตรง Blue Mosque 

เดินขาแทบลากกว่าจะมาถึง Blue Mosque ซึ่งฝั่งตรงข้ามมีมัสยิดใหญ่เบ้อเร่อชื่อ Ayasofia ตั้งอยู่โดยมีลานกว้าง ๆ และถนนกั้นกลางระหว่างกันไว้ สภาพตอนนั้นก็เหนื่อยแทบไม่ไหวแล้ว ก็เลยนั่งแช่ดูผู้คน และฟังเสียงละหมาดที่สองมัสยิดนี้เปิดมาแบทเทิลกันไปพลาง ๆ เพื่อรอเจอเพื่อน

ระหว่างสังเกตุสังกาอิจฉาชาวอิสตันบูลเพราะบรรยากาศดี อากาศไม่ร้อนจั๊กกะแร้ชุ่ม (ติดจะหนาวด้วยซ้ำจะว่าไป) แล้วก็มีม้านั่งไว้ให้หย่อนตูดหย่อนใจได้เต็มไปหมดไปได้สักพัก เพื่อนก็มา พวกเราก็พูดจาแลกเปลี่ยนเส้นทางและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างทริปกัน คุยกันไปพอหอมปากหอมคอ เพื่อนก็ชวนไปกินข้าวด้วยกัน แต่ฉันก็ต้องปฏิเสธไปด้วยความเสียดาย เพราะฉันต้องกลับไปขึ้นรถเพื่อออกเดินทางกลับไปเมืองอื่นอีก นี่ยังไม่นับที่ต้องเผื่อเวลาหลงทางในระหว่างทางกลับไปหมอชิตอิสตันบูลอีกนะ เลยไม่เสี่ยงดีกว่าและบอกลาเพื่อนไปแบบจ๋อยๆ

ขากลับไป Bus Terminal ไม่ยากอย่างที่คิดเพราะตอนเดินมาเล็งแลนด์มาร์คและพอจะจำทางได้แล้ว ก็เลยเวลาเหลือสบาย ๆ เพราะไม่หลง ความเหนื่อยหน่ายของเรืองนี้คือต้องกลับมาแบกเป้อีกครั้ง ตอนนั้นก็เกิดภาวะทั้งรักทั้งเกลียดมัน หายไปก็เดือดร้อนแต่ใครก็ได้มาเอามันไปที กูเหนื่อยจะแบกเหลือเกิน ตอนเข้าไปนั่งใน Bus Office เพื่อรอขึ้นรถ ทิ้งเป้ไว้แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำแปรงฟัน พอกลับมาเห็นมันยังอยู่ก็มีความโล่งใจผสมเหนื่อยใจนิดหน่อย

ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง เวลาขึ้นรถไปนอน ใครจะไปเที่ยวตุรกีแบบประหยัด การเดินทางด้วย Overnight Bus ก็จัดเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เพราะรถสะอาด ปรับนอนได้ค่อนข้างสบาย มีที่ชาร์จโทรศัพท์ และคุณประหยัดทั้งเวลาเดินทางและค่าโรงแรม แน่นอนว่าขึ้นรถปุ๊บ เราสลบไปในทันทีด้วยความเพลียและความพัง ตอนนั้นก็คิดแล้วว่าเอาล่ะนอนเอาแรงพรุ่งนี้เช้าก็จะได้ตื่นมาแล้วออกเที่ยวได้สบาย ๆ

หารู้ไม่ความโง่ของมึงนั้นจะไม่ปล่อยให้มึงได้สงบสุขหรอกเว้ย!


อยากรู้ใช่มั้ยล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น รออ่านตอนถัดไปสิ!



SHARE
Written in this book
Find turkey in Turkey
การเดินทางตามล่าหาไก่งวง (turkey) 🦃 ในประเทศตุรกี (Turkey) ดินแดนซึ่งเป็นที่มาของชื่อไก่งวง การเดินทางนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 28 ตุลาคม 2018 จากกรุงเทพสู่กรุงอิสตันบูล ต่อไปที่เมืองหลัก ๆ ได้แก่ Selcuk, Denizli, Goreme, Gaziantep และกลับมาที่อิสตันบูล

Comments